พนิดา วิจารณ์แผนศาลรัฐธรรมนูญ เหตุไม่สอดคล้องวิสัยทัศน์-ขาดโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

พนิดา มงคลสวัสดิ์ วิพากษ์แผนปฏิบัติราชการของศาลรัฐธรรมนูญภายใต้ชื่อ Jigsaw โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์กับความเป็นจริง ทั้งในด้านการแต่งตั้งตุลาการที่ขาดความเป็นประชาธิปไตย ความล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะกรณีการไม่รับรองสิทธิในการสมรสของบุคคลหลากหลายทางเพศ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจหลัก เช่น การใช้เงินกว่า 44 ล้านบาทจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ที่ห่างไกลจากศาล และเรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใสในการพิจารณาคดี ทบทวนการใช้อำนาจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรตุลาการรับฟังเสียงประชาชนเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบบตุลาการและฟื้นฟูศรัทธาที่ประชาชนมีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งดิฉันขอตั้งชื่อว่าแผนปฏิบัติราชการ Jigsaw แห่งความล้มเหลว ท่านประธานคะ ก่อนอื่น ดิฉันขออนุญาตชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านเปิดไปดูรายงานฉบับนี้ในหน้า ๕๗ ซึ่งเราจะเห็น แผนผังการปฏิบัติราชการที่เป็นรูป Jigsaw ๕ ชิ้นแบบนี้ที่ถูกวาดฝันไว้อย่างสวยงาม แต่ในภาพความเป็นจริงที่ปรากฏต่อสายตาดิฉัน และพ่อแม่พี่น้องประชาชนกลับไม่ได้เป็น เช่นนั้น ในการอภิปรายครั้งนี้ดิฉันจะพูดถึง Jigsaw ๓ ชิ้นสำคัญ คือวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์

Jigsaw ชิ้นที่ ๑ คือวิสัยทัศน์ของศาลรัฐธรรมนูญที่กล่าวไว้ว่าจะเป็นสถาบัน ที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญในระดับสากล ประเด็นนี้ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานตั้งคำถามผ่านไป ยังศาลธรรมนูญว่าท่านจะเป็นองค์กรที่เทียบเท่า หรือแม้แต่เฉียดเข้าไปใกล้ในระดับสากล ได้อย่างไร ในเมื่อที่มาของท่านนั้นแตกต่างกับที่มาของศาลรัฐธรรมนูญในนานาอารยประเทศ อย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเยอรมนี ครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้งของ สภาผู้แทนราษฎร ตุลาการอีกครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกของวุฒิสภา โดยที่ทั้งสองสภานี้ มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หันกลับมามองที่ศาลธรรมนูญของประเทศไทย มาจาก การเลือกตั้งของวุฒิสภาเท่านั้น ซึ่งเราก็ทราบกันเป็นอย่างดีว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ วุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มามีความเกี่ยวข้องยึดโยงกับประชาชน ดังนั้น แค่ประเด็นในเรื่องที่มาท่านก็ไม่เป็นสากลแล้วค่ะ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มี ทั้งที่มา กระบวนการ และเนื้อหาที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย และขาดความเป็นสากล อย่างชัดเจนอีกนะคะ

Jigsaw ชิ้นที่ ๒ คือพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าจะคุ้มครอง ความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยยึดหลักนิติธรรม ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน สำหรับพันธกิจการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนนั้น ด้วยความสัตย์จริงค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากจะยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนดิฉันต้อง ขออนุญาตยกตัวอย่าง กรณีคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญว่าด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ที่ให้สิทธิการสมรสเฉพาะหญิงและชายเท่านั้น ไม่ได้ให้สิทธิสมรสแก่บุคคล ต่อบุคคลนะคะ แน่นอนค่ะกฎหมายข้อนี้ลิดรอนสิทธิของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ที่ควรจะได้รับสิทธิอย่างเสมอภาค เท่าเทียมต่อหน้ากฎหมายเดียวกัน โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องเพศมากำหนด แต่เมื่อได้ทำคำร้อง ไปยังศาลธรรมนูญศาลกลับมีคำวินิจฉัยว่ากฎหมายมาตรานี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่ เมื่อดิฉันเปิดอ่านรายงานฉบับนี้นะคะ ก็พบว่ามีการจัดอบรมให้ความรู้บุคลากรหลายต่อหลาย หน่วยงาน หลายโครงการเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอยู่บ่อยครั้ง ดิฉันจึงมีข้อสงสัย ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงนะคะ ถึงความจริงจัง และจริงใจ ว่าท่านมีมากแค่ไหน ในการให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน

Jigsaw ชิ้นที่ ๓ เป้าประสงค์ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรายงานฉบับนี้มีอยู่ ๔ ข้อ

ข้อแรก คือการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการพิจารณาคดี ในส่วนนี้ ดิฉันอยากจะกล่าวถึงผลการดำเนินงานด้านคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๕ ที่มีคดีค้าง การพิจารณาจากปีก่อนหน้านี้ ๒๑ คดี และในปี ๒๕๖๕ ก็มีคดีค้างอีก ๒๐ คดีมาพิจารณา ปี ๒๕๖๖ ตามรายงานฉบับนี้เราจะเห็นเพียงสถิติเท่านั้นนะคะ แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะเห็น ในรายงานในปีต่อ ๆ ไป ก็คือปัญหา และอุปสรรคที่ทำให้มีคดีค้างการพิจารณา ข้ามปีงบประมาณแบบนี้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ระยะเวลาเฉลี่ยที่จะทำคำวินิจฉัยสำเร็จนี่ ทำเสร็จภายในกรอบเวลาเท่าไร กี่เดือน หรือการยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญสามารถ จำแนกได้หรือไม่ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ซึ่งจะสามารถยกระดับการทำงาน และมาตรฐานการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบด้วย

ข้อที่ ๒ เป้าประสงค์ของการเสริมสร้างการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ องค์กรให้มีความเข้มแข็ง ในข้อนี้ดิฉันคิดว่าพื้นฐานของการบริหารจัดการองค์กรอย่างมี คุณภาพนั้นต้องมีจุดเริ่มต้นจากการจัดสรรงบประมาณอย่างสมเหตุสมผลและตรงจุด แต่จากรายงานฉบับนี้เห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณยังมีหลายจุดที่ดิฉันตั้งข้อสงสัย ค่ะท่านประธาน หนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายด้านที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกว่า ๔๔ ล้านบาท ดิฉันสงสัยมาก เพราะว่าศาลธรรมนูญและสำนักงานศาลธรรมนูญตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และไม่มีสำนักงานอยู่ที่ต่างจังหวัด จังหวัดอื่น ๆ ก็ไม่ได้เห็นว่ามีความจำเป็น จะต้องมีโครงการการก่อสร้างอะไรมากมายนะคะ เหตุใดถึงมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ดิฉันก็ไปค้นพบ ข้อมูลที่ว่าค่าใช้จ่ายนี้เกี่ยวกับการปรับปรุงบ้านเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ ที่เขตพระนคร ใกล้ ๆ นี้นะคะ ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของศาลธรรมนูญ โดยที่ทางสำนักงานตั้งใจว่าจะบูรณะให้เป็น พิพิธภัณฑ์ ซึ่งทางพรรคก้าวไกลเคยให้ความเห็นไว้ถึงความจำเป็นและการถือครองทรัพย์สิน ชิ้นนี้ เพราะว่ามันจำเป็นแค่ไหน และมันไม่ได้มีภารกิจโดยตรงของสำนักงานศาลธรรมนูญเลย จะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ก็อยู่ไกลจากศาลมาก บุคลากรที่ทางสำนักงานจัดสรรไว้ดูแลก็มีเพียง ๕ คน เหตุใดต้องมาตั้งงบประมาณมากถึงขนาดนี้เพื่อปรับปรุงอาคาร ดิฉันจึงอยากจะ ฝากท่านประธานอีก ๑ ข้อผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าท่านมีแนวทางในการทบทวนหรือไม่ ว่าจะคืนทรัพย์สินนี้ให้เป็นของแผ่นดิน เพื่อให้หน่วยงานที่มีความสามารถเข้ามาดูแล

เป้าประสงค์ข้อที่ ๓ เรื่องบุคลากรจะมีความสามารถควบคู่คุณธรรม และจริยธรรม ในข้อนี้ดิฉันไม่ได้มีความกังขาใด ๆ ในความสามารถของบุคลากรในองค์กร ของท่าน แต่ดิฉันมีความกังวลต่อประเด็นความเป็นอิสระ และความเป็นกลางขององค์กร ทั้งเรื่องที่เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลได้อภิปราย แล้วก็เรื่องที่สามารถมีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ เป็นข้าราชการระดับสูงที่อยู่ในสังกัดองค์กรอื่น ๆ ได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่องค์กรศาลอื่น ๆ อย่างศาลยุติธรรมและศาลปกครองไม่มี

เป้าประสงค์ข้อที่ ๔ ข้อสุดท้าย คือเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธา ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นต้องบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วกันว่า เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจตุลาการ และคำวินิจฉัยนี้ผูกพันกับองค์กรของรัฐ ทุกองค์กร ทั้งรัฐสภา ฝ่ายบริหาร และศาลอื่น ๆ หากแต่ไม่มีองค์กรใดสามารถเข้ามา ตรวจสอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้เลย ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ชี้แจงว่าท่านจำเป็นจะต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม รับฟังประชาชนว่าประชาชน พูดอะไรบ้าง หากท่านไม่ฟังเลยองค์กรจะเกิดวิกฤติศรัทธามากขึ้นไปเรื่อย ๆ ท่านต้อง พิจารณาทบทวนตัวเองบ้างว่าคำวินิจฉัยที่ออกมานั้นทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งขึ้นหรือไม่ ทำไมยิ่งนานวันยิ่งมีศัพท์ใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จากตุลาการภิวัตน์ในวันนั้น มาจนถึงนิติสงคราม ในวันนี้ แน่นอนค่ะประชาชนควรมีสิทธิคาดหวังต่อกระบวนการยุติธรรมที่สมเหตุสมผล ถ้าคนทั้งแผ่นดินบอกว่าดูอย่างไรก็ไม่เป็นธรรม ท่านก็ต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ท่านได้ใช้อำนาจวินิจฉัยตามหลักนิติธรรมและอำนาจที่ได้รับมอบมาจากประชาชนหรือไม่ เพราะสุดท้ายศาลต้องเป็นผู้รับใช้ประชาชน ศาลต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ศาลไม่สามารถอ้างอิงอำนาจอธิปไตยจากแหล่งอื่นได้เลย เพราะประชาธิปไตยมาจาก ประชาชนและตุลาการต้องยึดโยงกับประชาชนค่ะ

ดิฉันมีคำแนะนำด้วยความปรารถนาดีที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ชี้แจงว่า ท่านควรที่จะรีบเรียกคืนความเชื่อมั่นและกู้ศรัทธาประชาชนกลับคืนมา ไม่ใช่เพียง เพื่อองค์กรของท่านเท่านั้น แต่หมายถึงต่อระบบกฎหมายทั้งหมดของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนยังคงมองเห็นแสงสว่างแห่งความหวังและเชื่อว่าสังคมนี้ยังมีความยุติธรรม อยู่บ้างไม่มากก็น้อย จากแผนปฏิบัติการ Jigsaw แห่งความล้มเหลวที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีในด้านที่ ๖ ซึ่งคือการพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ โดยที่ท่านตั้งเป้าหมายไว้ว่าหน่วยงานของท่านจะมีการทำงานที่มุ่งไปที่ ผลสัมฤทธิ์ และผลประโยชน์ส่วนรวม และตอบสนองความต้องการของประชาชน

สุดท้ายดิฉันอยากจะให้ท่าน Highlight ประโยคเมื่อสักครู่นี้แล้วลองอ่าน ทบทวนซ้ำ ๆ แล้วลองนึกดูดี ๆ ว่านับเฉพาะแค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ท่านทำลายความหวัง และความฝันของประชาชนไปมากขนาดไหนแล้ว หากในรายงานฉบับนี้ท่านตั้งเป้าหมายไว้ว่า ท่านจะไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ดิฉันคงใช้เวลา ๗ นาทีนี้ในการกล่าว สรรเสริญและชื่นชมผลงานที่ท่านได้ทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณค่ะ