ปิยรัฐ ตั้งคำถามค่าตอบแทนตุลาการ ชี้อาจขัดความเป็นกลาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปิยรัฐ จงเทพ ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของค่าตอบแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 โดยตั้งข้อสังเกตว่าปริมาณงานยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแสดงความกังวลต่อการที่ตุลาการบางรายรับงานเป็นอาจารย์พิเศษ ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 202 วรรค (7) และส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นกลางและความโปร่งใสของสถาบันตุลาการ โดยเสนอให้พิจารณาเพิ่มเงินเดือนผ่านช่องทางงบประมาณทางการหรือจัดอบรมแทนการรับงานภายนอกเพื่อเลี่ยงข้อครหา

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง เขตบางนา กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตท่านผู้ชี้แจง ขออนุญาตตั้งคำถามผ่านท่านประธานสภาไปยัง ผู้ชี้แจงนะครับ ขออนุญาตขึ้น Slide ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ผมมีคำถามต่อเรื่องของ รายงานของศาลธรรมนูญ เกี่ยวกับค่าตอบแทนตุลาการศาลธรรมนูญ ผมคิดว่า ตามแผนของสำนักงานนั้น ค่าตอบแทนของตุลาการ และคณะปฏิบัติงาน รวมถึง การดำเนินงานอาจจะไม่พอเพียงต่อการดำรงชีพ ตามรายงานของทางสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๖๔ จะเห็นการเปรียบเทียบงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ เป็นค่าตอบแทนของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคณะสนับสนุน การปฏิบัติงานของคณะตุลาการ รวมกันในปี ๒๕๖๔ นี้ ๕๕ ล้านบาทเมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๕ นี้ ๕๗ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นก็เกือบ ๒-๓ ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้พูดแบบนี้ก็อาจจะไม่ยุติธรรมกับ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าเราต้องไปดูผลงาน หรือแผนงานที่ได้ดำเนินการตลอด ปี ๒๕๖๕ เทียบกับปี ๒๕๖๔ ด้วยครับ หน้าต่อไปครับ งานที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการเสนอไปยังคณะตุลาการตลอดปี ๒๕๖๔ นั้น มี ๕๑ เรื่องที่มีการพิจารณาแล้วเสร็จ ส่วนปี ๒๕๖๕ นั้นมี ๘๐ เรื่อง เมื่อเป็นเรื่องที่พิจารณาแล้วเสร็จ ผลงาน หรืองานที่คณะตุลาการ ได้พิจารณาแล้วเสร็จนั้น ๘๐ เรื่อง ซึ่งแน่นอนครับมากกว่าปี ๒๕๖๔ จึงต้องใช้งบประมาณ มากขึ้นใช่หรือไม่ อันนี้คือคำถามที่ ๑ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตั้งงบประมาณที่ว่าด้วย เรื่องค่าตอบแทนนั้นจะเป็นงบที่มอบให้กับทางตุลาการเป็นทั้งเงินเดือน แล้วก็ค่า ดำรงตำแหน่ง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการ ซึ่งแน่นอนสูงพอสมควรสำหรับความเห็น ของผม ซึ่งมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มากกว่าผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยในอัตราเมื่อเปรียบเทียบ แต่งานนั้นก็ได้มีการเพิ่มขึ้น ไม่มากนักเมื่อเทียบกัน สำหรับปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ครับ ค่าตอบแทนที่ให้ตุลาการ เดือนละ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าบาทนี้นะครับ ประธานคณะตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญนี้ ได้ประมาณ ๑๓๘,๐๐๐ บาท ส่วนองค์คณะได้ท่านละ ๑๓๑,๐๐๐ บาทโดยประมาณ ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญก็ได้ราว ๆ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ฉะนั้นแล้วนี่ถือว่าเป็นค่าตอบแทน ที่สูงนะครับ แต่เหตุใดคำถามของผมถึงถามว่าไม่พอเพียงกับการดำรงชีพของ คณะตุลาการ เนื่องจากว่าเราปรากฏหลายครั้งหลายคราวครับ เกี่ยวกับกรณีที่ตุลาการ บางท่านตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มาแล้วจนถึงปัจจุบันที่ไปรับงานพิเศษเพิ่มเติมกรณีเป็นอาจารย์ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องนี้มีการถกเถียงกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับเก่า คือฉบับปี ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีคำถามและข้อครหานี้ กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เร็ว ๆ นี้เองได้ทำ หนังสือเปิดผนึก อันนี้สภานักศึกษาของทางธรรมศาสตร์ได้ทำหนังสือถึงคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ทบทวนเพื่อให้ยุติการเชิญตุลาการบางท่านมาปฏิบัติหน้าที่เป็น อาจารย์พิเศษ เรื่องนี้ที่ต้องตั้งคำถามแบบนี้เพราะเราเป็นห่วง แต่ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจต่อ ตุลาการนะครับ เพราะว่าผมเองก็เคยร่ำเรียนกับอาจารย์หลายท่านในนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์มา หลายท่านก็เป็นอาจารย์ของผม ฉะนั้นในวันที่เราร่ำเรียนนั้นเราก็ยังตั้ง คำถามเรื่องนี้ว่าตุลาการท่านต้องการมาสั่งสอน อบรมให้กับนักศึกษาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็จริงครับ แต่ว่าผมกังวลเรื่องข้อครหาครับ ครหาที่ว่าก็คือมันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๒ หรือเปล่านะครับ เพราะกรณีนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๒ โดยเฉพาะ (๗) ระบุไว้ ชัดเจนเลยว่าเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐไม่ได้ขัดต่อคุณสมบัติของการเป็น ตุลาการนะครับ ท่านก็จะบอกว่าเคยมีคำวินิจฉัยหรือความเห็นของตุลาการแล้วว่าการเป็น ลูกจ้างนั้นเป็นการไปสอนพิเศษ หรือการไปสอนหนังสือเป็นเพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นเสรีภาพส่วนบุคคล แต่นั่นก็ยังไม่พ้นข้อครหาท่านประธานครับ เนื่องจากว่าสิ่งนี้เองก็ยัง ขัดต่อคำวินิจฉัยของท่านเอง

Slide สุดท้ายครับ ที่ท่านเคยวินิจฉัยให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ โดยท่านเปิดถึงพจนานุกรม ปี ๒๕๔๒ มาตีความหมายคำว่า ลูกจ้างว่า ไม่ว่าจะเป็นสัญญาหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะได้รับค่าจ้างเป็นสิ่งตอบแทน ไม่จำเป็น ต้องเป็นสินไหม เป็นเงินเป็นทองนะครับ ฉะนั้นก็ถือว่าเป็นลูกจ้าง เรื่องนี้จึงต้องตั้งคำถาม กันอย่างตรงไปตรงมาว่าเงินค่าตอบแทนของตุลาการนั้นไม่เพียงพอใช่หรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอ ฝากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งงบประมาณเสนอ ครม. เพิ่มเงินเดือนให้กับตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นทางดีที่สุด แต่ถ้าคิดว่าไม่เหมาะสมผมคิดว่าท่านก็ทำหลักสูตรขึ้นมา อบรมให้กับนักศึกษาโดยใช้งบประมาณของทางสำนักงานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะดีกว่า ดีกว่าให้ท่านตุลาการไปรับงาน หรือไปรับเชิญ แล้วรับค่าตอบแทนจากทางหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน ทางอื่นซึ่งจะถูกครหานินทาในทางต่อไปได้นะครับ ฉะนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องที่ต้อง ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ฝากท่านผู้ชี้แจงผ่านท่านประธานสภาได้ชี้แจงเรื่องนี้ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ