นพพล เหลืองทองนารา วิพากษ์แผนแม่บทการจัดการน้ำและพัฒนาชลประทานที่ประเมินความสำเร็จเกินจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของโครงการเขื่อนนเรศวรในการแก้ปัญหาน้ำท่วม และตอกย้ำปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงแม้ประเทศอื่นเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาที่ขาดความก้าวหน้า
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ ผมเองก็อย่างที่ผมบ่นเสียดาย เมื่อตอนช่วงบ่ายนี้ว่าเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เสียดายนี่คือผมไม่ใช่เสียดายอะไร ที่ผมบอกว่าเสียดายคือหลาย ๆ ครั้งที่เจ้าหน้าที่ได้มารับฟังพวกเรา แล้วก็บอกถึงสิ่งที่ เราสงสัย ความรู้ตรงนั้นที่ได้มาจากข้าราชการที่ได้มารายงานในสภานี้ ผมเสียดายตรงนั้น มาก แต่ผมไม่ได้หมายถึงว่าผมเสียดายยุทธศาสตร์นี้นะครับ แม้ว่าบางอย่างดี แต่ผมบอกเลยมันดีอย่างมีนัย นั่นก็คือว่ามันดีเพราะว่าข้าราชการเขาตั้งใจทำของเขาอยู่แล้ว มันไม่ได้ดีเพราะว่ามียุทธศาสตร์นี้ขึ้นมา สิ่งนั้นมันถึงดีขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นผมก็ยังยืนยัน เหมือนเดิมนะครับ เหมือนกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนหลาย ๆ ท่านที่ว่ายกเลิกดีที่สุดแล้ว ผมก็ยังยืนยันตรงนั้นอยู่นะครับ ท่านครับผมเองก็จะขอพูดในส่วนของที่มันเป็นความอัดอั้น ตันใจที่ผมมองดูแล้วจากสิ่งที่ผมได้พบปะกับพี่น้อง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ผมก็จะขอ พูดในภาคส่วนของเกษตรกรนะครับ ผมขอเริ่มจากในส่วนของแผนแม่บทในส่วนที่ ๑๙ ก็คือการจัดการน้ำท้งระบบ ท่านครับ ผมว่าการให้คะแนนตรงนี้ การประเมินตรงนี้ที่ท่านประเมินมานี่นะครับว่าต่ำกว่าเป้าหมาย แล้วก็ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อยอะไรพวกนี้ ผมว่าไม่น่าจะใช่นะครับ ถ้าในความรู้สึกผมกับ พี่น้องเกษตรกรนี่ผมว่าต่ำกว่าเป้าหมายชนิดที่ว่าเสี่ยงมากที่สุดนะครับ ที่เป็นสัญลักษณ์สีแดง นี่นะครับ ท่านครับ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าท่านเองได้กำหนดทั้งในยุทธศาสตร์ แล้วก็ในแผน ปฏิรูปประเทศ ในเรื่องของระบบชลประทานพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ สามารถที่จะพัฒนา เป็นพื้นที่เกษตรได้ในประเทศไทยได้แค่ ๑๔๔ ล้านไร่นะครับ แล้ว ๑๔๔ ล้านไร่นี่ ๖๐ สามารถทำชลประทานได้ ที่เหลือทำไม่ได้นะครับ ทำพัฒนาได้แค่ ๖๐ ชลประทาน เกิดมา ๑๒๐ ปี เพิ่งจะได้วันนี้นะครับ เอาตัวเลขของชลประทานแล้วกัน เพราะถ้าเอาตัวเลข ของท่านน้อยกว่าเขานะครับ ชลประทานเขาบอกว่าวันนี้เขาทำได้ ๓๕.๕ ล้านไร่ แต่ของท่าน บอก ๓๓.๓๓ ล้านไร่ เอาตัวเลขกรมชลประทานแล้วกันนะครับ ท่านครับ แล้วพูดถึง ในเป้าหมายของท่านนี่ท่านเขียนไว้เลยว่าพอจบแผนแม่บทเรื่องของน้ำนี่นะครับ ภายใน ปี ๒๕๘๐ จะต้องมีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ๓๐ กว่าล้านไร่ กลายเป็น ๕๑ ล้านไร่นะครับ ท่านครับวันนี้จริงอยู่แม้ว่าผ่านมา ๕-๖ ปี ปีนี้แต่ท่านทราบไหมครับ ว่าอัตราการเพิ่มของพื้นที่ชลประทานนับเป็นหลักแค่ เพิ่ง Start นี่ยังไม่ถึงครึ่งล้านเลย นี่มันมา ๑ ใน ๔ แล้วนะครับ และในส่วนที่ท่านบอกว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ผมเองไม่รู้ว่าท่านเอาตัวเลข เอาข้อมูลจากไหนมา อย่างในพื้นที่การจัดการบริหารพื้นที่ เรื่องของการเสี่ยงภัยทางเรื่องน้ำนี่นะครับ ในพื้นที่บ้านผมที่พรหมพิราม อำเภอเมือง พิษณุโลก ท่านครับโครงการเขื่อนนเรศวรเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงมี เมตตาต่อพวกเราเหลือล้นนะครับ ท่านได้พระราชทานเขื่อนนเรศวร ท่านครับ ตั้งแต่วันที่มีเขื่อนและมีโครงการส่งน้ำเขื่อนนเรศวรขึ้นมา ผลปรากฏว่ามีเรื่องภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทกภัยเกิดขึ้นมาตั้งแต่ ณ เวลานั้นนะครับ เพราะเขื่อนนี้เปิด เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ จนมาถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว น้ำเคยท่วมอย่างไร ก็ท่วมอย่างนั้น น้ำเคยมีช่องออกได้ช่องไหนบ้าง ก็มีออกได้เท่าช่องนั้น แล้วพื้นที่ตรงนี้ถือว่า เป็นโครงการพัฒนาชลประทานของพิษณุโลกระยะที่ ๒ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าระยะที่ ๑ ด้วย ท่านลองไปอ่านรายละเอียดดู ท่านครับผมเองถึงสงสัยเหมือนกันว่าสิ่งที่ท่านประเมินมา มันถูกต้องหรือครับ ลำดับต่อมาที่จริง ๆ ผมก็อยากจะพูดเรื่องชลประทานทั้งหมด แต่ว่ามานึกย้อนเมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. ชนก จันทาทอง ได้พูดในเรื่องของผลผลิตทางด้านการเกษตร ท่านครับในส่วนของด้านที่ ๓ เรื่องของการเกษตร ไทยนี่นะครับ เดี๋ยวนี้เรื่องจะฝันไป เป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ ๑ นี่อยากแล้วครับ เพราะว่าอินเดียที่ ๑ นี่ ๒๐ กว่าล้านตัน ๒๒ ล้านตัน ของเราอยู่ที่ ๓ ได้แค่ ๗ ล้านตัน ท่านครับ และสาเหตุตรงนี้ท่านเชื่อไหมครับว่า ผลผลิตต่อไร่ตลอดระยะเวลาภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลที่เพิ่งผ่านมา ๗-๘ นี่นะครับ ผลผลิตของประเทศเพื่อนบ้านเราทุกประเทศเพิ่มขึ้นหมดต่อไร่ มีของเราที่ผลผลิตข้าวนั้น ต่ำกว่า มีอยู่ประเทศเดียวละครับที่ติดเครื่องหมายแดงในเรื่องของผลผลิต เพราะฉะนั้นก็เลย โยงไปที่แผนแม่บทอันดับสุดท้ายของท่าน ๒๓ เรื่องของการวิจัยและพัฒนา ท่านครับพวกผม เองก็หวังว่าพวกท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่าง ใครก็ค้านไม่ได้ แล้วท่านก็เคยบอก ผู้บริหารประเทศที่ผ่านมาที่รักษาการอยู่ก็ยังบอกเสมอว่าเราจะทุ่มเทเรื่องการวิจัย ที่ไหนได้ ผ่านมาแล้ว ๗-๘ ปีอัตราการเติบโตของการวิจัยก็ยังน้อยลง ยังไม่เท่าไร ถึงเป้าหมายในระดับ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านกำหนดไว้ แต่สิ่งที่เจ็บใจอย่างหนึ่งคืออะไรรู้ไหมครับ อันนั้น OK ยอมรับ ในส่วนของนักวิจัยทั้งหมดที่มีอยู่ท่านเชื่อไหมละครับว่ายังมีเพียงแค่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นนักวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องของการเกษตร แล้วอย่างนี้มันไม่สมควรยกเลิก หรือครับ แล้วเขียนตัวเลขรวม ๆ ดูดีมาก แต่ถ้าพอไปเจาะดูไส้ในนี่ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถึงไม่แปลกว่าทำไมข้าวที่ปลูกกันทุกวันนี้ดูกันให้ดีนะครับ ข้าวของไทยหรือ หรือข้าว สายพันธุ์เวียดนาม ข้าวไทยปลูกได้ไร่หนึ่ง ๔๐๐-๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวเวียดนามปลูกได้ อย่างน้อย ๆ ก็ ๑,๑๐๐ กิโลกรัม แล้วอย่างนี้จะไปสู้เขาได้อย่างไร ต้นทุนเราก็แพงกว่าเขา ผมเองก็ขอสะท้อนสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ให้ทุกท่านได้รับทราบ แต่ดีที่สุดยังยืนยัน ว่ายกเลิกเถอะดีที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ