ทวี ชี้ยุทธศาสตร์ชาติขาดกระจายอำนาจ วิจารณ์นิยามป่าไม่สะท้อนจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ทวี สอดส่อง วิพากษ์ยุทธศาสตร์ชาติที่ขาดการกระจายอำนาจและไม่สอดคล้องกับความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เรียกร้องการใช้หลักนิติธรรมและตัวชี้วัดความสุขจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ พร้อมชี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างข้อมูลป่าไม้ตามกฎหมายกับความเป็นจริง เสนอให้มีการปฏิรูปที่ดินและนิยามป่าใหม่เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดทางเศรษฐกิจจากข้อตกลงสากล

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอร่วมแสดงทัศนะ ความเห็นเกี่ยวกับรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี ๒๕๖๕ ส่วนสรุปผลการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ปี ๒๕๖๕ นั้นผมได้อภิปรายไปบางส่วนแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังจำคำพูดของ ท่านอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมือง เป็นกรรมาธิการ วิสามัญในการศึกษาปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราพิจารณาไปถึงหมวด ยุทธศาสตร์ชาติ ท่านอาจารย์อภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่า ยุทธศาสตร์ชาติ คือทรราชย์กับอนาคต ซึ่งคำพูดของอาจารย์ก็ค่อนข้างจะแรง อย่างไรก็ตามผมคิดว่าถ้าเรา มาพิจารณาในรายงานยุทธศาสตร์ชาติ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้มารายงานด้วย ยุทธศาสตร์ชาติจะมีความสำคัญอย่างไรนั้น อย่างน้อยที่สุดในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๒ เขาบอกคณะรัฐมนตรีจะเข้าบริหารราชการแผ่นดินและแถลงนโยบายจะต้องสอดคล้องกับ หน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายของรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ไปบอกกับประชาชน ว่าจะให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข จะให้ประชาชนอยู่ดีกินดี จะให้ประชาชน ที่ไร้ที่ทำกินให้เกษตรกรต้องมีที่ทำกิน และมีเอกสารสิทธิเป็นของตนเองนั้น จะมี การกระจายอำนาจ จะมีรัฐสวัสดิการ นโยบายต่าง ๆ นั้นจะไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งเราจะเห็นได้ว่าใน พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาตินั้นวันนี้โชคดีของ หน่วยราชการ เขาบอกว่าใน พ.ร.บ. นั้นในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร คือพวกเราอยู่ในที่นี้ ได้พิจารณารายงานที่ส่งมานี้ มีเหตุไม่สอดคล้องก็จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไปดำเนินคดีกับ หน่วยงาน อาจจะเบื้องต้นคงจะดำเนินคดีกับเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ นี่คือตัวอย่าง แล้วถ้าท่าน ป.ป.ช. รับแล้วชี้มูล ท่านก็ต้องถูกพัก นี่คือความรุนแรง และท่านดูในเล่มนี้สิครับ รายงานจะไม่บรรลุผลเป็นส่วนใหญ่ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับความอยู่ดี มีสุขของประชาชนจะไม่บรรลุผล และที่สำคัญอย่างยิ่งกรรมาธิการ ท่านประธาน เป็นกรรมาธิการงบประมาณทุกครั้ง เวลางบประมาณที่เสนอมาจั่วหัวเบื้องต้น งบประมาณ ที่จัดนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ผมไปดูการใช้งบประมาณย้อนไปที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติใช้ไป ๑๘ ล้านล้านบาท แล้วไปกู้มาอีกรวม ๆ ไปแล้วก็ ๒๐ กว่าล้านล้านบาท นี่คืองบประมาณได้เดินตาม ตามยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ประเทศไทยจึงเดินทางไปสู่ความเหลื่อมล้ำ ที่สุด ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่คนรวยเป็นจุด ไม่ใช่กระจุกนะครับ กระจุกมันกว้างใหญ่ และมีการจนกระจาย ประเทศไทยเป็นประเทศที่สร้างรัฐรวมศูนย์ ใช้ราชการเป็นใหญ่ ขาดการกระจายอำนาจ เพราะในยุทธศาสตร์ชาติไม่มีเรื่องกระจายอำนาจเลย อย่าว่าแต่ ยุทธศาสตร์ชาติเลยครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ไม่มีคำว่ากระจายอำนาจ คนที่จะรู้ดี ในหมู่บ้าน ชุมชน ในครอบครัว คือพ่อแม่เขา แต่วันนี้รัฐไม่ไว้ใจประชาชน หรือรัฐไม่เห็นหัว ประชาชนจึงตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมา นี่คือตัวอย่างของยุทธศาสตร์ชาติ แล้วตัวชี้วัด ผมก็อยากจะฝากสภาพัฒน์ครับ ตัวชี้วัดวันนี้เรามีรัฐธรรมนูญที่คิดว่าตัวชี้วัดควรเอามาชี้วัด ในมาตรา ๓ วรรคสอง เขาบอกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ หรือหน่วยงานของ รัฐจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เกณฑ์การชี้วัดเรื่องหลัก นิติธรรมควรจะนำมาใช้ ก็มีอยู่บางส่วนครับ ท่านนำหลักนิติธรรมมาใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น ว่าเมื่อมีการจัด Ranking หลักนิติธรรม เราพบว่าประเทศที่มีหลักนิติธรรมดีที่สุด ของเรานี่ อยู่ในกลุ่มท้าย ๆ นะครับ แล้วก็เป็นประเทศที่ประชาชนมีความสุขที่สุด ๕ อันดับแรก ก็คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ รู้สึกอันดับที่ ๖ เยอรมนี ประเทศพวกนี้ มีหลักนิติธรรม ๑-๕-๖ แล้วพอไปดูประชาชนก็มีความสุขที่สุด เพราะประเทศเขา ให้ความสำคัญคนเท่ากับคน เขาให้ความสำคัญในรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่การสงเคราะห์ เหมือนแผนยุทธศาสตร์ชาติ การสงเคราะห์คือการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างเช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้เบี้ยผู้สูงอายุควรจะเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า ก็เป็นหลักต้องไปสงเคราะห์ ท่านประธานครับ เวลามันหมดเร็วเหลือเกินนะครับ ผมมี PowerPoint อีกนิดหนึ่ง แต่ผม จะขอใช้เวลาสัก ๑ นาที เพื่อให้เข้าในเนื้อหา เราพบว่าในยุทธศาสตร์ชาติ หน้า ๘๕ ขอ Slide ขึ้นหน่อยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

หน้า ๘๕ ในเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติ ท่านประธานทราบไหมครับ เราเขียนไว้ในที่นี้ว่าเรามีพื้นที่ป่าอยู่ ๑๐๒ ไร่ พื้นที่ป่า ๑๐๒ ไร่ แต่พื้นที่ป่าตามที่ปรากฏนั้นเรามี ๑๓๕ ไร่ นี่คืออะไรรู้ไหมครับ ป่าตามความเป็นจริงมี ๑๐๒ ไร่ แต่ป่าตามกฎหมายที่ไม่ใช่ป่า หรือป่าเสื่อมโทรม หรือป่าทิพย์อีก ๓๓ ล้านไร่ วันนี้คนประมาณ ๑๕ ล้านกว่าคนต้องอยู่ในที่ดินที่เขาบอกว่า รัฐรุกคนไม่ใช่คนรุกป่า สืบเนื่องเป็นผู้ผิดกฎหมายต่อเนื่องมายาวนาน สภาพัฒน์ ท่านลองไปเอากลุ่มป่าไม้มาดู นิยามคำว่าป่านิยามเดียวก็มีมากมาย ถ้าตามหลักสากลนั้น คือพื้นที่ที่มีต้นไม้ขึ้นแล้วมีติดต่อกัน ๓ เมตร และในเร็ว ๆ นี้เมื่อ EU ออกข้อกีดกันยางพารา ก็ดี สินค้าต่าง ๆ ก็ดี ถ้าจะเข้าประเทศต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้มาจากป่า แล้วเขาก็ไปดูรัฐต้นทาง ในเมื่อนิยามกฎหมายเรา ที่ดินที่ไม่มีใน พ.ร.บ. ที่ดินเป็นป่าทั้งหมด อย่างนี้ท่านไม่ปฏิรูป ท่านยังส่งเสริมให้คนไม่มีที่ทำกิน ที่ดินที่เป็นโฉนดก็กระจุกตัวอยู่ในคนเล็กน้อย อันนี้คือ ปัญหาใหญ่ ผมอยากจะฝากท่านลองไปดูอาจจะต้องไปปฏิรูป ถ้าเราปฏิรูปที่ดินไม่ได้ เราปฏิรูปคนไม่ให้มีที่ทำกินไม่ได้ อย่าหวังว่าประเทศจะมีการพัฒนา อย่าหวังว่าประเทศ จะลดความขัดแย้งครับ ขอบพระคุณมากครับ