จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ วิจารณ์ความซับซ้อนของยุทธศาสตร์ชาติและแผนระดับรองย่อยที่อาจทำให้หน่วยงานราชการขาดความเป็นอิสระ และกังวลว่าเอกสารจำนวนมากจะสร้างความยุ่งยากในการดำเนินงาน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ในวันนี้ประเด็นเกี่ยวกับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติผมขอให้ข้อคิดเห็นดังนี้ครับ
ประเด็นแรก แผนยุทธศาสตร์ชาติ อันนี้เป็นแผนที่มีลักษณะพิเศษกว่า ยุทธศาสตร์ชาติเท่าที่ผมเคยเจอมา เพราะเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ผูกกับรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีพระราชบัญญัติรองรับ ก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ และพระราชบัญญัติการจัดทำ ยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเท่าที่ผมเคยมีประสบการณ์มา เคยตรวจสอบมา เคยศึกษามา ไม่พบว่ามีประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศใดมีการผูกยุทธศาสตร์ชาติเป็นกฎหมาย และผูกกับ รัฐธรรมนูญ ผู้ใด รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ไม่กระทำตามยุทธศาสตร์ชาติอาจจะ ถูกถอดถอนโดย ป.ป.ช. หรือโดนพิจารณาวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญได้ ก็เป็นลักษณะพิเศษ ของยุทธศาสตร์ชาติอันนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ยุทธศาสตร์ชาติอันนี้เป็นยุทธศาสตร์ชาติที่เป็นการคิด จากด้านบน แล้วกำหนดให้ผู้ที่อยู่ด้านล่างปฏิบัติ ที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องจากว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ จะเขียนว่าในการตรากฎหมาย หรือในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม จะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน อย่างทั่วถึง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าทั้งตัวกฎหมายและตัวยุทธศาสตร์ชาติเอง ก็ถูกจัดทำขึ้น ก่อนที่เราจะมีรัฐบาลประชาธิปไตย จึงไม่มีโอกาสที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการตรา พระราชบัญญัติ หรือจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าถามเพื่อนสมาชิก ๕๐๐ คนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจ ผมถามหลายท่านครับ ไม่พบว่ามีใครมีส่วนร่วมในการตรา หรือว่ามี ส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นในการตรากฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ หรือมีส่วนร่วมในการให้ ข้อคิดเห็นในการทำยุทธศาสตร์ชาติเลย เป็นที่น่าเสียดายมากนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ยุทธศาสตร์ชาตินี้มีความซับซ้อน ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ในปี ๒๕๖๔ ประมาณ ๗๐๐ หน้า ปีนี้เป็น ๑,๐๐๐ หน้า แล้วผมก็ได้ยินว่าจะมีแผนระดับรอง ระดับย่อยต่อ ๆ ไปอีก ไม่แน่ใจว่าปีหน้าเราจะถึง ๑,๕๐๐ หน้าหรือไม่ จึงซับซ้อน แล้วก็ซ้ำด้วยครับ เพราะเรามียุทธศาสตร์ชาติ เรามีแผนปฏิรูปประเทศ เรามีแผนยุทธศาสตร์ แล้วก็มีนโยบายของรัฐบาล มีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด ก็จะมีปัญหาว่าเวลาหน่วยงาน ราชการจะดำเนินการก็จะต้องปวดหัว ดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติด้วย ก็เลยเวลาจะทำ อะไรก็ขาดความเป็นอิสระ มีโซ่ตรวนล้อมเต็มไปหมด ท่านประธานครับ
อีกประเด็นหนึ่งยุทธศาสตร์อันนี้ไม่ได้มีการจัดความสำคัญครับ มีอยู่ ๖ ด้าน ๒๓ แผนแม่บท แต่อ่านแล้วก็ไม่ทราบว่าควรจะทำอะไรก่อน อะไรมีความสำคัญมากกว่า อะไรมีความสำคัญน้อยกว่า ในภาวะที่ประเทศไทยของเรามีปัญหาในเรื่องของทรัพยากร มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณ และ Resources ต่าง ๆ มีความจำเป็นต้องจัดความสำคัญ ว่าภายใต้งบประมาณที่จำกัดเราจะทำอะไรก่อน ผมมุ่งหวังว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะให้ความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะมี ยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้สำหรับการดูเท่านั้นเอง ในการทำจริง ๆ ไม่มีประโยชน์อะไรครับ อีกลักษณะหนึ่งที่เป็นลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติอันนี้ก็คือลักษณะการเป็น สารานุกรม หรือ Encyclopedia มี ๒๓ ด้าน มี ๒๓ แผนแม่บท ครอบคลุมสารพัดเรื่อง แต่ก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมดครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างแผนแม่บทที่ ๔ เกี่ยวกับ เรื่องอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ก็จะแบ่งเป็น ๖ ด้าน มีเรื่องของอุตสาหกรรม ชีวภาพ มีเรื่องของการแพทย์ มีเรื่องของอุตสาหกรรม Digital ปัญญาประดิษฐ์ มีเรื่องของ การเป็น Hub ในเรื่องของการซ่อมบำรุงอากาศยานมีแค่ ๖ ด้าน แต่ว่าอุตสาหกรรม และบริการแห่งอนาคต ผมเชื่อเลยว่าไม่ได้มีแค่ ๖ ด้านนี้อย่างแน่นอนครับ มีมากกว่านี้ และทุกวันเวลาที่เปลี่ยนไปก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอด แม้แต่ในด้านที่เขียนไว้แล้ว อย่างเช่น ด้านที่ ๓ เรื่องของ Digital เรื่องของข้อมูล เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ ลักษณะของ การเขียนยุทธศาสตร์ก็ไม่อยู่ในลักษณะที่จะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ที่ผมพูดอย่างนั้น ผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับ ในด้านที่ ๔ ส่วนที่ ๓ มีการกำหนดว่าให้มีเป้าหมาย ๒ ส่วน
ส่วนแรก เป็นเรื่องของการขยายตัวของ GDP เกี่ยวกับอุตสาหกรรม Digital และปัญญาประดิษฐ์ให้เพิ่มขึ้นปีละ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานทราบไหมว่าเวลาชี้วัด วัดจากอะไรครับ ไปวัดดูว่ามีโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก BOI จำนวนเงินเท่าไร ซึ่งตัวนี้ มันไม่ใช่ตัวชี้วัด GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมเลยแม้แต่น้อย
อีกตัวหนึ่งครับ เรื่องของผลิตภาพ อุตสาหกรรมนี้มีการตั้งเป้าหมายว่าจะต้อง มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นมากกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวชี้วัดคืออะไรครับท่านประธาน ตัวชี้วัด บอกว่าไปดูจาก Digital Evolution Index ที่ IMD เป็นคนจัดลำดับครับ ซึ่งผมก็เห็นว่า IMD เป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ แต่ลำดับที่ IMD จัดมันไม่ได้เกี่ยวกับผลิตภาพเลยครับท่านประธาน แค่ตัวชี้วัดก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติย่อมมีปัญหาครับ ท่านประธาน ปัญหาต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานมา ผมก็ขออนุญาตยกตัวอย่างว่า ยุทธศาสตร์ชาติที่ฟังแล้วสมเหตุสมผล และดำเนินการได้มีอะไรบ้าง ผมขอยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ก็แล้วกันนะครับ สิงคโปร์มียุทธศาสตร์ชาติในอดีตอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ บอกว่าให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค สำเร็จครับ ท่านประธาน
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลของโลก ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน
ยุทธศาสตร์ชาติที่ดีจึงต้องมีความเรียบง่าย ปฏิบัติง่ายและเข้าใจกันทั้งประเทศ เพราะถ้าหากว่าแม้แต่สมาชิกสภาแห่งนี้ก็ยังไม่เข้าใจยุทธศาสตร์ชาติทั้งฉบับ แล้วประชาชน ที่จะต้องร่วมผลักดันกับเรา ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติจะเข้าใจและดำเนินการได้ อย่างไร ก็ขออนุญาตฝากความกังวลไปยังท่านประธานไปถึงผู้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่า ยุทธศาสตร์ชาติที่ดีต้องเรียบง่าย ต้องไม่ซับซ้อน สามารถสื่อสารถึงประชาชนได้โดยง่าย และประชาชนทราบแล้วก็สามารถร่วมกันผลักดันและปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ได้ครับ ขออนุญาตขอบพระคุณครับท่านประธาน