จาตุรนต์ ฉายแสง วิพากษ์วิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่สืบเนื่องจากรัฐประหาร ว่าขาดวิสัยทัศน์ การมีส่วนร่วม และความยืดหยุ่น จนไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ และวิกฤติต่าง ๆ ได้ตามเป้า พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกแผนดังกล่าว เพื่อกลับสู่ระบบที่ประชาชนมีบทบาทในการกำหนดทิศทางประเทศอย่างทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณารายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ ๕ ปีแรกของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และ ๕ ปี ของแผนปฏิรูปที่สิ้นสุดลงแล้วนี้ ผมจะไม่อภิปรายลงในรายละเอียดเป็นด้าน ๆ แล้วเสนอแนะว่าด้านไหนควรจะปรับปรุงอะไร ใครควรจะทำอะไร เพราะผมเห็นว่า มีผู้อภิปรายจำนวนมากได้เสนอความคิดเห็นไปแล้ว แต่ผมจะพูดถึงความล้มเหลว ของยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ หรือพูดอีกแบบก็คือความผิด ความเสียหาย ที่เกิดจากการมียุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้ง แผนปฏิรูปประเทศซึ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน และผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะให้ ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤติและความล้าหลังจะทำอย่างไร เราจะทำอย่างไรดี กับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่มีการต่ออายุโดยคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปมาจากไหน มีบทบาทอย่างไร ความจริงตั้งต้นมาจาก การรัฐประหาร คณะรัฐประหารต่อมาก็เป็นรัฐบาล คสช. นั่นละที่บรรจุเรื่องเหล่านี้ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้กลายเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งในการสืบทอดอำนาจ สืบทอด อำนาจในการกำหนดทิศทางวิสัยทัศน์ของประเทศให้ทุกหน่วยงานต้องทำตาม ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรได้ง่าย ๆ เมื่ออ่านดูรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งเขาก็รวม ๔-๕ ปีเข้าด้วยกันด้วย จะพบว่า
ข้อ ๑ การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ไม่สามารถแก้ปัญหา ด้านสำคัญ ๆ ของประเทศได้เลย ยกตัวอย่าง ในรายงานก็บอกดัชนีความอยู่เย็นเป็นสุข ร่วมกันในสังคมไทย อันนี้ของสภาพัฒน์บอกว่ามีแนวโน้มลดลงจากคะแนน ปี ๒๕๖๑ ๗๕ คะแนน พอปี ๒๕๖๕ ลดลงมาเป็น ๗๒.๔ อย่างมีนัยสำคัญ หนี้ครัวเรือนในรายงาน ไม่ได้พูดครับ แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าหนี้ครัวเรือนสูงสุดในรอบ ๑๕ ปี ในปี ๒๕๖๖ นี้ องค์กรอื่นเขารายงาน ท่านประธานครับรายได้ต่อหัวของประชาชนไทยเติบโตช้าสุด ใน ASEAN ในรอบ ๑๐ ปี อันนี้รายงานก็ไม่ค่อยกล้าแตะ ความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำ ในรายงานนี้พูดถึงความเหลื่อมล้ำทางด้านรายจ่ายซึ่งไม่สำคัญ เพราะไม่แตกต่างกันมากนัก คนรวยคนจนบางทีก็มื้อกลางก็อาจจะกินก๋วยเตี๋ยวคนละชาม แต่ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และความมั่งคั่งของประเทศไทย เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อันนี้ก็ผลจากยุทธศาสตร์ชาตินี่ละครับ ๕ ปีมานี้ละที่เป็นปัญหา นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ รายภาคต่อหัว หมายถึงเทียบภาคนั้นกับภาคนี้ ภาคที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดกับต่ำสุดต่างกัน ๑๕ เท่า อันนี้อยู่ในรายงานของยุทธศาสตร์ชาติ
ข้อ ๒ การที่ประเทศไทยไม่เจริญก้าวหน้า สะท้อนปัญหาของยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บท เป็นการวางแผนล่วงหน้า ๒๐ ปี ยกร่างกันโดยกลุ่มบุคคลที่ขาด การมีส่วนร่วมของฝ่ายต่าง ๆ ขาดวิสัยทัศน์ ไม่เข้าใจปัญหาของประเทศ จึงไม่แปลกเลยครับ วันนี้ท่านสมาชิกจำนวนมากพูด ถามว่าทำไมไม่มีเรื่องนั้น ทำไมไม่มีเรื่องนี้ ปัญหาเกิดใหม่ ๆ ทำไมไม่มี มันมีไม่ได้ครับ เพราะว่าคิดไว้ คิดแบบ ๒๐ ปี อันนี้ละครับทำให้ประเทศไทย ไม่มีความยืดหยุ่น ไม่สามารถปรับตัวทันโลกได้ จะเห็นได้ชัดจาก COVID-19 มาสงคราม รัสเซีย ยูเครน มีปัญหา Supply Chain ห่วงโซ่ทางการผลิต ประเทศไทยควรจะเป็นฐาน การผลิต ปรับตัวไม่ทันเลยครับ ประเทศไทยยังเจอปัญหาต้นทุนภาคเกษตร ปศุสัตว์สูงขึ้น ราคาพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค หลายประเทศทั่วโลกพูดถึงเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างมีแผนเป็นระบบ ของเรายุทธศาสตร์ชาติมันไม่มีเรื่องพวกนี้ครับ เพราะฉะนั้นวิธีคิด แบบยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี มันจึงใช้ไม่ได้ และไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย
ข้อ ๓ ผู้มีอำนาจจัดทำ อันนี้เรื่องสำคัญครับ ผู้มีอำนาจจัดทำและดูแล ยุทธศาสตร์ชาติ คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งถึงแม้จะมีประธานสภา ๒ สภาอยู่ ก็จริง แต่ผู้ที่เป็นหลักคือรัฐบาล โดยเฉพาะช่วงแรกเป็นรัฐบาลมาจากการยึดอำนาจ ต่อมาก็เป็นรัฐบาลที่ต่อเนื่องจากคณะรัฐประหาร ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติมีผลผูกพันหน่วยงานทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ อันนี้มันผิดหลักการจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม และองค์กรอิสระที่ไม่เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างกัน ว่าไปแล้วนี่คือไม่ใช่ระบบรัฐสภาปกติ ท่านประธานที่เคารพ ต่อจากเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ก็มาเป็นเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ ในรายงานนี้ประเมินผลการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ทั้ง ๖ ด้าน ซึ่งจะพบว่าเป็นการพูดถึงโครงการที่เป็นรายละเอียดยิบย่อยมากมาย มีผลสำเร็จอยู่บ้าง แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ ทำโน่นนิดนี่หน่อยมันไม่ใช่การปฏิรูป ความหมายโดยรวมของทั้งหมดแล้ว ถ้าดูแล้ว ๕ ปีนี้ คือไม่มีการปฏิรูปเลย ไม่มีเลย แม้แต่เรื่องเดียว ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ ด้าน ให้เห็นว่าทำไมผมจึงพูดว่าไม่มีการปฏิรูป ท่านประธานครับ เรื่องเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในรายงาน มีการพูดถึง FTA ข้อตกลงเสรีทางการค้าอยู่ในหลายที่ แต่ไม่ได้บอกว่าการทำข้อตกลง ทางการค้าเสรีนี้ช้าไป ๙ ปี ทำไม่ได้ จนต้องรอรัฐบาลใหม่ อันนั้นเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ประเทศไทยไม่ดึงดูดการลงทุน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานระบบ Logistics เสียโอกาสในการพัฒนาไปมาก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง เครื่องบิน ระบบโครงสร้าง พื้นฐานสำหรับ Digital Economy การลงทุนจากต่างประเทศของไทยจึงต่ำกว่าประเทศ ต่าง ๆ ใน ASEAN หลายเท่า พอมาดูด้านการศึกษา รายงานพูดถึง Active Learning Excellence Center การเรียนอย่างกระตือรือร้น เรื่องศูนย์ความเป็นเลิศ แต่การปฏิรูป การศึกษาที่สำคัญ ๆ ไม่พูดถึง ก็เพราะว่ามันไม่มี ไม่มีคือไม่มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตร การเรียนการสอนให้เด็กมีทักษะในโลกที่ต้องการ การพัฒนาครู การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา การจัดระบบการบริหาร คือการแก้ พ.ร.บ. การศึกษา ผ่านไป ๙ ปี พ.ร.บ. นี้ ยังไม่ออกมา และไม่มีการแก้ปัญหาระบบการบริหารที่ คสช. ไปแก้ พ.ร.บ. การศึกษาไว้ อย่างมากมาย ไม่ได้ทำ ที่ดินท่านพูดถึงการจัดที่ดินให้คน ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ประเทศนี้คนมีปัญหาที่ดินไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้านไร่ ส.ป.ก. ไม่น้อยกว่า ๓๐ ล้านไร่ แต่การทำเรื่องที่ดินพูดถึงไม่กี่หมื่นไร่ กระบวนการยุติธรรมและตำรวจ การปฏิรูปตำรวจล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง กระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบไม่ได้ทำ การดำเนินคดีทุกขั้นตอนมีปัญหา แต่ไม่มีการทำ ในรายงานจะเห็นว่า มีการพูดปฏิรูประบบยุติธรรมเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ทั้งหมดนี้คืออะไรครับ การปฏิรูปกรอบแนวคิดเหล่านี้ นอกจากไม่เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นข้อจำกัดในการทำงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ซ้ำร้ายก็คือ ครม. มีมติ พอแผนปฏิรูปหมด ๕ ปี หมดอายุ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๕ มีมติให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำต่อเนื่องไปอีก ทั้ง ๆ ที่มันสิ้นสุดแล้ว สุดท้ายผมจะเสนออะไร ผมเสนออย่างนี้ครับ ในระหว่างที่ยังมียุทธศาสตร์ชาติ ยังมีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป ครม. บอกไว้ยกเลิกมติ ครม. นั้นเสีย แต่ยุทธศาสตร์ชาติและแผนภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานอาจจะต้องทำตาม ถ้าประกาศ ไว้ให้ทำเคร่งครัดก็ต้องทำ ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับท่านประธาน แต่ว่าต้องประยุกต์ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ของสังคม
ข้อ ๒ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะต้องพิจารณาทบทวนแก้ไข อย่างจริงจัง ให้ยุทธศาสตร์ชาตินี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงผันผวนของโลก
ข้อ ๓ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศมันอยู่ในรัฐธรรมนูญ และอันนี้ละครับ เป็นสาเหตุสำคัญข้อหนึ่งที่เราจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ และในการ ร่างรัฐธรรมนูญเมื่อใดเราจะต้องผลักดันให้มีการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ให้มียุทธศาสตร์ชาติ อยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ให้บริหารปกครองด้วยยุทธศาสตร์ชาติ กลับมาใช้ระบบรัฐสภา ระบบพรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้ง ให้ประชาชนกำหนดแผนในการบริหารประเทศ อย่างยืดหยุ่น พลิกแพลง สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่ล้มเหลวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขอบคุณครับท่านประธาน