ธีระชัย แสนแก้ว หารือปัญหาการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว หารือปัญหาการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 โดยชี้ว่านโยบายดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และข้อจำกัดของเครื่องจักร ทำให้เกษตรกรรายย่อยขาดทุน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมถึงสนับสนุนการวิจัยเครื่องจักรที่เหมาะสมกับแปลงขนาดเล็ก

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ตำบลหนองไผ่ ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผ่านไปยังผู้ชี้แจง ท่านเหนื่อยไหมครับ ท่านประธานเหนื่อยไหม แต่ผมก็จำเป็นที่จะต้องพูดเพียง ๗ นาทีเท่านั้นเอง มีเรื่องพูดเยอะแยะครับ เพราะว่าเตรียมมา เพราะว่าผมเห็นยุทธศาสตร์ที่ท่านได้ทำมา เกษตร หน้า ๒๓๔-๒๓๙ นะครับ การเกษตร ในแผนแม่บทคือเรื่องอัจฉริยะนี่นะครับ วางเป้าหมายเมื่อปี ๒๕๖๕ เป็นมูลค่าของเทคโนโลยี สมัยใหม่เพิ่มอัจฉริยะเฉลี่ยร้อยละ ๓ เป้าหมายนะครับ ซึ่งเป้าหมายในรายงานฉบับนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมานั้นในรายงานบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสนับสนุน เทคโนโลยีเรื่องอัจฉริยะ ซึ่งผมก็ไปเห็นในเรื่องอัจฉริยะที่ท่านพูดมา ทีนี้มันก็จะมีเรื่องพืช ๖ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และอ้อยอันนี้สำคัญท่านครับ อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย จริง ๆ มันมีข้าว อ้อย มัน ยาง ที่ท่านจะต้องทำยุทธศาสตร์ เรื่องอ้อยนี่ก็ต้องทำยุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน คิดว่าอ้อยนี่เขาทำ ยุทธศาสตร์มาเล็กนิดเดียวนะครับ เพราะว่าทั้ง ๆ ที่ทำรายได้ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งออกไปต่างประเทศ คือน้ำตาลส่งออกไปต่างประเทศอันดับ ๒ ของโลก ตอนนี้เราตกอันดับ แพ้บราซิลแล้วอันดับ ๑ มาเป็นอันดับ ๒ ของโลก และอาจจะ แพ้อินเดียด้วยก็เนื่องจากยุทธศาสตร์อย่างนี้ ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลาย ว่าในกรณีเรื่องนี้ เรื่องมะม่วง เรื่องพืชอะไรต่าง ๆ ๖ ชนิด ผมจะคุยเรื่องอ้อย น้ำตาลดีกว่า เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายก็ได้มีการคุยไปหลาย ๆ เรื่องอาจจะซ้ำกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใช้นวัตกรรม ก่อนที่จะมาทำยุทธศาสตร์นี้ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย และมีการแก้ไขเมื่อปี ๒๕๖๕ เป็นฉบับ iLaw ฉบับ iLaw ฉบับเดียวที่แก้เรียบร้อยแล้ว แต่สำคัญคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังไม่ได้ทำยุทธศาสตร์ และในการที่จะเขียนยุทธศาสตร์นั้นก็ยังเป็น ยุทธศาสตร์ที่เดิม ๆ อยู่ยังไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่จะทำสัมฤทธิผลได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าปัจจุบันนี้ เครื่องจักรในการตัดอ้อย ซึ่งเป็นนวัตกรรมอัจฉริยะนี่นะครับ ในประเทศไทยนี่สมมุติว่าอ้อยมี ๑๐๐ ล้านตัน เครื่องรถ ตัดอ้อยเดี๋ยวนี้มีอยู่ประมาณสัก ๔,๔๐๐ คันเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นความต้องการของ การตัดอ้อย เราจะต้องตัดอ้อย เขาตัดอ้อยได้วันละ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ความต้องการ ข้อเท็จจริงจะต้องตัดอ้อยได้วันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตัน ถึงจะเพียงพอในการผลิตส่งอ้อยเข้าสู่ โรงงานน้ำตาล การใช้รถตัดอ้อยจะต้องมีการปรับพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับประเทศไทย พื้นที่เล็ก ๆ น้อย ๆ พื้นที่ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ มันก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าข้อเท็จจริงพี่น้องชาวไร่อ้อยนั้นมันเป็นชาวไร่อ้อยของพื้นที่เดิม ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ไม่ราบเรียบ พื้นที่มันไม่เหมือนออสเตรเลีย หรือบราซิล หรือโคลัมเบีย ไม่เหมือน ต่างประเทศเขา มันเป็นพื้นที่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นจากการใช้เครื่องจักรมาทำจริง ๆ ทั้งหมดมันก็ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้อยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่า นโยบายของรัฐบาลใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น เพื่อให้มีการลด PM2.5 ลด PM2.5 ก็ต้องแลกกัน ระหว่างเกษตรกรชาวไร่อ้อย ซึ่งใช้แรงงานมาบอกว่าให้ตัดอ้อยสด ในขณะที่ตัดอ้อยสดนี่ อ้อยเป็น ๑๐๐ ล้านตันครับ อ้อยเป็น ๑๐๐ ล้านตันมันไม่สามารถที่จะตัดอ้อยสดได้ มันต้องใช้แรงงานด้วย แล้วอย่างที่ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ ก็คือว่าต้องปรับพื้นที่ให้มี ความเหมาะสม และเครื่องจักรราคาเท่าไรครับ เครื่องรถตัดอ้อย ถ้ารถ Second Hand จากต่างประเทศ รถมือสองนี่ก็ ๕ ล้านบาทแล้ว ซ่อมแซมอีก ๗-๘ ล้านบาท ถ้ารถมือใหม่ จริง ๆ คันละ ๑๐-๑๕ ล้านบาท แล้วพี่น้องเกษตรกรเขาจะมีเงินมีทองไปได้อย่างไร แล้ว ขณะเดียวกันก็มีแต่ Smart Farmer ซึ่งเป็นรายใหญ่ ๆ เท่านั้นเองที่เขาสามารถทำไว้ เสี่ย รายใหญ่ ๆ เท่านั้นเองที่เขาสามารถทำได้ แต่รายเล็กรายน้อยไม่สามารถที่จะใช้เครื่องจักร ท่านจะต้องไปแนะนำแล้วก็วิจัยให้มหาวิทยาลัยวิจัยออกมาว่ามีความเหมาะสม ในการที่จะใช้เครื่องจักรที่มันสามารถเข้าไปในแปลงเล็ก ๆ ได้หรือไม่ อย่างไร ขอประทานโทษนะครับท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะขอกราบเรียนนะครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยเขาฝากมานะครับว่า รัฐบาลที่แล้วได้มีนโนบายในการที่จะแก้ไข ปัญหา PM2.5 ก็คือให้ตัดอ้อยสด ให้พี่น้องชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดใน ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ฤดูการผลิต ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ในขณะเดียวกันเราต้อง แลกกับรัฐบาลว่ารัฐบาลจะต้องช่วยเงินทุน เพื่อที่จะให้พวกเราตัดอ้อยสด เพื่อรักษา สภาพแวดล้อมตันละ ๑๒๐ บาท ๒ ปีที่ผ่านมาก็ได้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ที่ผ่านมานั้นมีปัญหานิดหน่อย เพราะว่ามันควบกล้ำกันระหว่างรัฐบาลเก่าและรัฐบาลใหม่ แต่นโยบายนี้อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลใหม่ ซึ่งเรา จะได้รัฐบาลใหม่ ๆ แล้วจะต้องติดตามเรื่องนี้ เพื่อที่จะให้นโยบายที่ได้ตกลงกับพี่น้อง เกษตรกรไว้นั้น ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เราจะพัฒนาขึ้นไป ให้มีการตัดอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้เรียบร้อย แต่ในขณะเดียวกันต้องขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าสุดท้ายเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ณ วันนี้นโยบาย คือข้าราชการทำ เพราะว่ารัฐมนตรีรักษาการก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็รับเรื่องไว้แล้วนะครับ พอรับเรื่องไว้แล้วนโยบายต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ข้าราชการเริ่มที่จะมาข่มขู่ พี่น้องชาวไร่อ้อย อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าคุณไม่ตัดอ้อยสดทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะไม่ได้เงิน งบประมาณ อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนกับท่านประธานฝากไปหาหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือใครครับ ก็คือสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ให้ตระเตรียมโครงการงบประมาณต่าง ๆ ได้ตระเตรียมไว้ให้เกี่ยวข้อง ดำเนินการไป เพื่อพี่น้องเกษตรกรเกือบ ๒ ล้านคน ที่จะได้มีเงินส่วนนี้ที่ได้ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว ในยุทธศาสตร์ผมเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ที่ท่านได้ดำเนินการมา อย่างไรก็แล้วแต่ผมวางไว้นี่ มันใหญ่เหลือเกิน มันเยอะเหลือเกิน เพราะฉะนั้นเราจะเอาสิ่งที่เราเข้าใจนี่ละมันเป็น ยุทธศาสตร์หนึ่ง และถ้าหากจะให้ผมพูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์อ้อยมันจะเยอะมาก มันมีความอะไรต่าง ๆ เยอะ ยุทธศาสตร์ความเจริญเติบโตระบบอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายเยอะแยะไปหมด ด้านอ้อย ด้านอุตสาหกรรมน้ำตาล ด้านที่จะส่งออก มันมีอะไรมาก มีเยอะแยะกว่านี้ที่ไม่ได้เขียนไว้นะครับ ก็ไม่เป็นไรครับไม่ได้เขียนไว้ เพราะผม ได้ทราบว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพูดไว้ว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้ สามารถที่จะปรับเปลี่ยนด้านยุทธศาสตร์ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเห็นด้วยทั้งหมดนี้ครับ เวลาเราไปปฏิบัติจริง ๆ เล่มนี้ทั้งเล่มหรือ ๒๐ ปี สงสัยนายกรัฐมนตรีตายสัก ๒-๓ คนกระมัง มันถึงจะประสบความสำเร็จ ขอกราบขอบพระคุณครับ