ศนิวาร ตั้งข้อสังเกตเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชี้พึงวัดยั่งยืนรอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ศนิวาร บัวบาน อภิปรายประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจกับผลการดำเนินงานจริง พร้อมเรียกร้องให้มีการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้านทั้งด้านการลงทุน ขนาดธุรกิจ และความยั่งยืนของกิจการ รวมถึงเสนอให้ทบทวนแผนแม่บทด้านการบริโภค การผลิต และการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสอดรับกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และเสนอความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายภูมิอากาศอย่างมีส่วนร่วมและเป็นธรรม

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดตากค่ะ ท่านประธานคะ จากการประเมินผลรายยุทธศาสตร์ ณ สิ้นปี ๒๕๖๕ พบว่า ๓ ใน ๖ ยุทธศาสตร์ที่ประเมินผลการดำเนินงานและพบว่าแย่ลงคือขีดความสามารถ ในการแข่งขันและการกระจายรายได้ ความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ๒ ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง และส่งผลต่อ ๓ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้ คือประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเติบโต อย่างยั่งยืน ดิฉันจึงใคร่ขออภิปรายใน ๒ ประเด็นนี้ค่ะ ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จาก Slide แรกนี้นะคะ ท่านจะเห็นว่าเป็นความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายระดับแผนแม่บทย่อยกับเป้าหมายระดับ ประเด็นนะคะ ท่านสังเกตเห็นไหมคะว่าจากตัวชี้วัดตาม Slide นี้จะเน้นไปที่การเติบโตทาง เศรษฐกิจ อันได้แก่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดที่มีพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็มูลค่าการลงทุนนะคะ ดิฉันมีคำถามผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงดังนี้ค่ะว่าท่านแน่ใจได้อย่างไรคะว่าผลิตภัณฑ์ มวลรวมนั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากกิจกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ได้มาจากแหล่งที่มาอื่น เช่น เรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือแม้แต่ตัวชี้วัด ในเรื่องของมูลค่าการลงทุน ซึ่งจากแผนดูเฉพาะแค่มูลค่า ที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนไม่ได้มีการ กล่าวถึงจำนวนของผู้ที่มาลงทุนในแต่ละขนาดของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังไม่มีการรายงานนะคะว่าเมื่อเขาลงทุนแล้วยังมีการเปิดกิจการอยู่ หรือไม่ หรือว่าผลประกอบการดีขึ้นหรือลดลงอย่างไร อันเนื่องมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ของเรา เพราะว่าหากเราดึงดูดให้เขามาลงทุนแล้วเราก็ควรที่จะดูแลให้เขาจนประกอบการ สำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไปด้วยค่ะ

ต่อไปนะคะ หากพิจารณาในเชิงการพัฒนาที่ยั่งยืนควรมีทั้ง ๓ เสา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมนะคะ ดังที่ดิฉันได้กล่าวไปว่าตัวชี้วัดนั้นเน้นไปที่มิติเศรษฐกิจ เพียงอย่างเดียว แน่นอนค่ะมีส่วนในเรื่องของเมืองน่าอยู่ที่น่าจะสะท้อนถึงมิติสังคมได้บ้าง แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะสะท้อนถึงมิติสังคมได้มากน้อยขนาดไหน แต่ยังไม่สามารถ Guarantee เรื่องความยั่งยืนได้ค่ะ รัฐบาลเราให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติไม่ใช่หรือคะ จะเป็นการดีที่รายงานก็จะได้รวมชุดตัวชี้วัด ความยั่งยืนเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแรงงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย การทุจริต ติดสินบน หรือแม้แต่ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้สร้าง ความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่จะมาลงทุน ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษของเราสามารถส่งเสริม แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนได้ด้วย Slide ถัดไปค่ะ ถ้าหากเรามาดูที่ Slide นี้ขอให้ดูที่ข้อ ๓ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ท่านจะเห็นว่าตัวชี้วัด ทั้ง ๒ ค่า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมและมูลค่าการลงทุนยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย โดยรายงานได้กล่าวถึงประเด็นที่ท้าทายหลัก ๆ คือการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ดิฉัน คิดว่ายังมีปัจจัยภายนอกนอกเหนือจากนั้นอีกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของทุนจีน การย้าย ฐานการผลิตของผู้ประกอบการไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็รวมถึงการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศด้วย นี่ก็เป็นอีก ๑ จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีที่ยังไม่ค่อยมี ความยืดหยุ่นกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไร นอกจากนี้รายงานยังเสนอแนะให้เร่งรัด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหากโครงสร้าง พื้นฐานเสร็จแล้วจะมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนนะคะ เพราะว่าท่านอย่าลืมตั้งแต่เรามีนโยบาย เขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมานี้ เราใช้งบประมาณกับ เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ไปถึงกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงภาษีของประชาชนล้วน ๆ

ต่อไป Slide สุดท้ายได้เลยค่ะ จากประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดิฉันจะขอ อภิปรายต่อเนื่องมาที่ประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน ดิฉันได้นำผลการดำเนินงาน แล้วก็เป้าหมายของทั้ง ๘ แผนแม่บทย่อยมาทำการ Normalize อะไรนะคะ แล้วก็ Plot กราฟเป็นแผนภูมิใยแมงมุมจากที่ท่านเห็นใน Slide นะคะ เพื่อเปรียบเทียบระหว่าง เป้าหมาย แล้วก็ผลสัมฤทธิ์ของแต่ละแผนย่อย ดิฉันพบว่าแผนแม่บทส่วนใหญ่บรรลุ เป้าหมายค่ะ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชม ยกเว้นเพียงแต่การบริโภค และการผลิตของประเทศนะคะ ดิฉันจึงเจาะลึกลงไปในประเด็นนี้ ซึ่งทางผู้จัดทำแผนได้ระบุประเด็นท้าทาย ในเรื่องของ เหมือนเดิมค่ะ การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมของ ประเทศคู่ค้า แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีประเด็นท้าทายอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้อีก เช่น ประเด็น สงครามภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่ อุปทานทางการเกษตร ต่อเนื่องไปยังความมั่นคงทางอาหารของโลกรวมทั้งของประเทศไทย เราเองด้วยค่ะ นอกจากแผนแม่บทย่อยเรื่องการบริโภคและการผลิตของประเทศแล้วนะคะ ดิฉันยังตั้งข้อสังเกตถึงแผนแม่บทย่อย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยด้วยนะคะ Slide จบแต่เพียงแค่นี้ค่ะ ที่บรรลุเป้าหมาย โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้เกือบถึง ๑๘ เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมายที่ตั้งไว้เพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๕ ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอชื่นชมอีกครั้งนะคะ แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่าท่านมีวิธีการตั้งเป้าหมายอย่างไร เนื่องจากไม่ได้มีระบุไว้ในรายงานนะคะ อันที่จริงแล้วดิฉันอยากเสนอว่าหากประเทศไทย สามารถทำการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างดีเยี่ยมอย่างนี้แล้วนะคะ อาจจะ พิจารณาเพิ่มเป้าหมายในปี ๒๕๗๐ ไหมคะ จากเดิมท่านตั้งไว้ที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะต้อง ทำการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ภายในปี ๒๕๗๐ อาจเพิ่มเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ภายในปี ๒๕๗๐ แล้วก็ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ภายในปี ๒๕๗๓ ตามเป้าหมายความเป็นกลางทาง คาร์บอนเดิมที่ท่านได้ตั้งเป้าไว้นะคะ แต่ถ้าหากว่ารัฐบาลมีความลังเลว่าจะปรับเป้าหมาย แล้วก็จะไปสู่เป้าหมายนั้น ๆ ได้อย่างไร พรรคก้าวไกลเรายินดีที่จะให้คำแนะนำค่ะ เพราะว่า เรามีชุดนโยบายการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน แล้วก็เป็นธรรมด้วยนะคะ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วก็ได้รับประโยชน์ อย่างเท่าเทียมกันเตรียมพร้อมอยู่แล้วค่ะ ทั้งหมดนี้ดิฉันจึงขอเรียนมาเพื่อฝากท่านประธาน ไปยังผู้ชี้แจงเพื่อพิจารณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ