ทรงยศ หารือส่งเสริมเศรษฐกิจ SMEs-สตาร์ทอัพ-การเกษตร-การท่องเที่ยว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ทรงยศ รามสูต หารือการส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพ โดยเสนอให้ปรับเงื่อนไขสินเชื่อ แก้ปัญหาการบิดเบือนวัตถุประสงค์การปล่อยกู้ของธนาคาร สนับสนุนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วยนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร พร้อมผลักดันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กด้วยการทดสอบตลาด จัดโรดโชว์ และลดภาระค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย รวมถึงเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างอัจฉริยะในเมืองรองที่ได้รับการรับรองระดับโลก และเรียกร้องให้แก้ปัญหาค่าตั๋ยวขนส่งที่สูงขึ้นหลังโควิด-19 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมนำผลิตภัณฑ์ชุมชน ของจังหวัดน่านมาแสดงประกอบการอภิปรายนะครับ ซึ่งการอภิปรายของวันนี้ในส่วนของ แผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาตินี่ขออธิบายควบกันไปเลยนะครับ เพราะเนื้อหา ใกล้เคียงกันต่อจากเมื่อเช้า ในด้านเศรษฐกิจคือการส่งเสริมธุรกิจ Online และ SMEs โดยเฉพาะ SMEs นี่เห็นด้วยนะครับที่มีโครงการที่จะกระตุ้น Startup แต่ว่าพวก SMEs เขาก็ฝากบอกมานิดหนึ่งนะครับ การที่รัฐช่วยนี่ถ้าไม่มีหลักทรัพย์ใช้ บสย. ค้ำ ๓ ล้านบาท OK ถ้าเกิน ๓ ล้านบาทต้องมีหลักทรัพย์ แต่เขาบอกว่าโครงการที่ SMEs ให้นี่มักให้ไป สร้างใหม่ หรือไปซื้อวัสดุครุภัณฑ์ ส่วนใหญ่เขามักจะมีปัญหาในเรื่องของเงินทุนหมุนเวียน ฉะนั้นถ้าให้เขาไปลงทุนเพิ่มนี่อาจจะเสี่ยงเพิ่มนะครับ ก็ฝากรัฐให้ช่วยปรับเงื่อนไข อาจจะ แบ่งสัดส่วนขึ้นมาก็ได้นะครับ และอีกอย่าง SMEs เขาก็ฝากประสานมาว่าบางที SMEs ที่เขาประสบความสำเร็จนี่เขาอยากกู้ต่อนะครับ ปรากฏรัฐบอกว่าให้คนอื่นบ้าง ถ้ายังส่งไม่หมดนี่ไม่ได้ ก็อาจจะฝากว่าถ้าเขาไปได้ดีนี่อย่างน้อยเขาผ่านมาสัก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเขาอยากจะขยายกิจการนะครับ รัฐก็ควรจะไปช่วยดูแล อีกอย่างหนึ่งในเรื่อง ของ SMEs ถ้าเวลาพิจารณาในส่วนของภาครัฐ อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นแม่งาน ก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ว่าเวลาเราส่งไปให้ธนาคารพาณิชย์เขาช่วยปล่อยสินเชื่อ บางครั้ง บางคราเขาไม่ทำตามวัตถุประสงค์ของรัฐ เขาก็จะเลือกลูกค้าชั้นดีป้องกันความเสี่ยงว่ามีโครงการอย่างนี้ดอกเบี้ยถูกเอาไหม เขาก็เอา เขาก็กินส่วนต่าง ก็จะไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ที่เราอยากจะช่วยเหลือ Startup อันนี้ก็ฝากไว้ เรื่องของ SMEs นะครับ

ต่อไปก็เรื่องของการสร้างการเกษตรมูลค่าเพิ่ม ตามหลักการเกษตรมันต้องมีตลาด ก่อนแล้วค่อยผลิต แต่บ้านเราผลิตแล้วค่อยหาตลาด เพราะฉะนั้นวิธีที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ก็คือทำอย่างไรให้มีมูลค่าเพิ่ม ยกตัวอย่างนะครับ เราก็ต้องแปรรูป อย่างเช่นกาแฟ เราไปเก็บเป็นเมล็ด กิโลกรัมละ ๑๘ บาท แต่พอกะเทาะเมล็ด ล้างเมือก หมักยีสต์ กิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท พอเอาไปคั่วตามสูตรต่าง ๆ กิโลกรัมละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท แค่การแปรรูปนะครับ หรือยกตัวอย่าง เห็ดเผาะ มันจะเกิดช่วงฤดูหน้าเผาป่านะครับ เม็ดเล็กกิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท เม็ดกลาง ๔๐๐ บาท เม็ดใหญ่ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท แต่พอ ใช้นวัตกรรมเสริม ทุกทีต้องแช่ตู้เย็น ใส่น้ำเกลือ Seal อย่างดีนะครับ ๒ ขีด ๒๐๐ บาท ไม่ต้องใส่ตู้เย็นนะครับ อยู่ได้นาน แค่นวัตกรรม เสริมก็ช่วยได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะไปสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ

ในส่วนของภารกิจที่ ๘ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งภาครัฐเองก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ประกอบการมักจะขาดองค์ความรู้ ก็พยายามที่จะให้ความรู้ ซึ่งเป็น สิ่งที่ดีตามภารกิจที่ ๐๘๐๑๐๑ ๐๘๐๑๐๒ คือใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่มาช่วยเหลือ อย่างเช่นจังหวัดน่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางอุตสาหกรรมจังหวัดน่านร่วมกับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มทร. น่าน คณะ Food Science ก็จัดกิจกรรมทดสอบตลาด พอดีผมเป็นเจ้าถนนคนเมือง เขาให้ลานหน้าห้างกับผม ซึ่งเป็นแหล่งขายของที่ระลึก ของพื้นเมือง ของจังหวัดน่าน จัดโครงการทดสอบสินค้าก็นำสินค้า ๑๐ ชนิดมาลองตลาด ซึ่งธรรมดาเขา ก็ทำอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเอามารวมกันคนละยี่ห้อทาง มทร. เขาก็มาดูแล อย่างเช่นคนละบริษัท ภายใต้ชื่อ Origi Nan ๑๐ เจ้า นี่คนละเจ้าเอามารวมกัน พอแกะปุ๊บก็เป็นอย่างนี้ได้ พวกธัญพืชเอย Sweet Corn เอย หรือบางครั้ง แล้วก็ปรับปรุง ของในพื้นที่ที่เป็นสมุนไพร สาหร่ายไก ข้าวตัง มันมีอยู่แล้ว เติมน้ำเงี้ยวไป เป็นข้าวตังน้ำเงี้ยว เอามะแขว่น ทำสูตรซอสต่าง ๆ ก็อยากจะฝาก แต่ผู้ประกอบการเขาบ่นว่าอยากให้รัฐจัด Road Show บ่อย ๆ ซึ่งบางครั้งบางคราว สินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ ครั้งแรก ครั้งที่ ๒ อาจจะยอดไม่ดีเพราะเป็นของใหม่ อยากให้จัดบ่อย ๆ แต่ถ้าเขาสามารถขายดี พัฒนาจากเล็กไปกลาง ไปใหญ่ได้ เขาก็บ่นอีกว่าพอจะขึ้นห้างทีไร จะมีปัญหานิดหนึ่ง ถ้า GP ๓๐ เปอร์เซ็นต์ พอไหวเก็บเงินเครดิต ๖๐ วันก็พอไหว แต่บางครั้ง บางคราวมันมีค่า Promotion ส่งเสริมการขายทีละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท อันนี้เขายืนระยะ ลำบากนะครับ เพราะไม่รู้ว่ารัฐจะช่วยอย่างไร ก็ฝากเอาไว้ด้วย เพราะว่าถ้าเราสามารถส่งเสริม ให้พวกวิสาหกิจต่าง ๆ เหล่านี้เขาประสบความสำเร็จมันก็จะมีงานอาชีพ อย่างเช่น ผมยกตัวอย่าง อันนี้คือจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มชีววิถีบ้านน้ำเกี๋ยน ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง ภายใต้ Brand ชีวา เขาทำสมุนไพรเอามาทำสบู่ เอามาทำ Lotion โรงแรมสีเขียวในพื้นที่ และหลาย ๆ จังหวัด นำไปใช้ คนมาดูงานเยอะ ล่าสุด เมื่อไม่กี่วันนี้เองเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ SME Award เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดโครงการอย่างนี้ให้เป็นครูต้นแบบให้คนไปดูงาน แล้วขยายไปยังพื้นที่ ต่าง ๆ ก็จะประสบความสำเร็จเหมือนต้นแบบต่าง ๆ ก็อยากจะฝากรัฐให้ช่วยดูแลนะครับ

ต่อไปในเรื่องของยุทธศาสตร์ในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมดีใจในยุทธศาสตร์ที่ ๕ การท่องเที่ยวนี่ รัฐจะพัฒนาเมืองชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เรามีเมืองท่องเที่ยวที่เป็น เมืองสร้างสรรค์ที่ UNESCO เขาให้การรับรองสิ้นสุดปี ๒๕๖๕ ภูเก็ต เชียงใหม่ กรุงเทพฯ สุโขทัย เพชรบุรี และเชียงราย แล้วก็ยังมีอีก ๕ เมือง ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน ๕ แห่ง ใน ๑๐๐ ของโลก มีเมืองเชียงคาน ของเลย เมืองน่านบ้านผม เมืองเก่าสุโขทัย เกาะหมาก จังหวัดตราด แล้วก็ห้วยปูแกง แม่ฮ่องสอน แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มันมีองค์กรของโลกรับรอง เพราะฉะนั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองรอง เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ ซึ่งก็จะเข้ากับ ยุทธศาสตร์ที่ ๖ ในเรื่องของเมืองน่าอยู่ เมืองอัจฉริยะ ที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละมิติ ให้มีความอัจฉริยะทั้ง ๗ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม การเดินทาง การดำรงชีวิต พลเมือง พลังงาน เศรษฐกิจ และการบริหารงานของรัฐ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ปี ๒๕๖๔ จัดไว้ ๑๕ เมือง ปี ๒๕๖๕ ๑๕ เมือง จังหวัดน่านก็โชคดีอีกครั้งครับ ปี ๒๕๖๕ ได้เข้าอยู่ใน ๑๕ เมือง แต่บางครั้งบางคราการจะพัฒนามิติให้เป็นการท่องเที่ยว ผมยกตัวอย่างอุปสรรคอันหนึ่งในเรื่องของการขนส่งให้เป็นอัจฉริยะนี่ ตอนที่เกิดปัญหา สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเมืองรองที่อยู่ไกล ๆ มีปัญหาเยอะเลย บางทีต้องเดินทางด้วยรถ แต่ก่อนหน้านี่เรามี Flight บินวันละ ๑๐ กว่า Flight ๑๒-๑๓ Flight แต่ตั้งแต่หลัง COVID-19 เหลือแค่วันละ ๒ Flight ปรากฏค่าตั๋วโดยสารจากวันธรรมดา ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ วันหยุดขึ้นไป ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ Long Weekend ขึ้นไป ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ทำให้นักท่องเที่ยวนี่ที่มีกำลังซื้อนี่ มันต้องสูงจริง ๆ หดหายไปเยอะเขาไปเที่ยวต่างประเทศ นี่ขาเดียวยังขนาดนี้ ก็ฝากให้รัฐ จะช่วยดูแลอย่างไรที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝาก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อสังเกตนี้พยายามไปปรับปรุงนะครับ ขอขอบคุณครับ