ณัฐพงศ์ ตั้งข้อสังเกตแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ชี้ช้า-ไม่สะท้อนจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ หารือเกี่ยวกับแผนแม่บทที่ 6 โดยเน้นความจำเป็นในการพัฒนาเมืองอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการดำเนินการและข้อจำกัดของตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินความสำเร็จ ซึ่งอาจไม่สะท้อนภาพจริง โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื้อรังอย่างขยะ น้ำเสีย และฝุ่น PM2.5 ที่ยังกระทบชีวิตประชาชนอย่างรุนแรง

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ ดอกไม้ ทับช้าง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายเพื่อรับทราบรายงาน การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๕ ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านก็คงจะได้อภิปรายในภาพรวมของรายงานไปแล้ว ว่าเป้าหมายส่วนใหญ่ยัง ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ท่านได้วางไว้ หรือว่าการดำเนินการที่ผ่านมาต่ำกว่าเป้าหมาย ที่ท่านได้วางไว้ สำหรับผมรอบนี้มาก็น่าจะเป็นการลงในรายละเอียดของแผนแม่บทที่ ๖ ก็คือพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ ก่อนอื่นขอ Slide ถัดไปเลยฝ่ายโสตครับ สำหรับประเด็นที่ ๖ พื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ในส่วนนี้ก็จะเห็นว่าก็จะมีอยู่ ๓ เป้าหมายในระดับแผนแม่บทย่อย ก็คือแผนแม่บท ๓ แม่บทย่อย ๓ ข้อ

ข้อ ๑ ก็คือเรื่องของการพัฒนาเมืองเพื่อกระจายความเจริญลดความเหลื่อมล้ำ

ข้อ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมแล้วก็มลพิษต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ

ข้อ ๓ ก็คือเรื่องของความยั่งยืนทางภูมินิเวศ ภูมิสังคมและภูมิวัฒนธรรม

ซึ่งในส่วนนี้ท่านก็จะมีการแบ่งสีในรายงานมา ในส่วนของสีเขียวก็คือ ท่านบอกว่าเป็นการผ่านเป้าหมายในปีนี้ ส่วนสีส้ม ก็คือยังไม่ผ่านเป้าหมายในระดับเสี่ยงนะครับ Slide ถัดไปครับ ในส่วนของเป้าหมายตามแผนแม่บทย่อยที่ ๑ ในส่วนของการพัฒนาเมือง ที่เป็นการกระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำ ในรายงานท่านก็เขียนเรื่องของตัวชี้วัด ไว้ ๒ ตัว ตัวที่ ๑ ก็คือเรื่องของจำนวนเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แล้วก็ข้อที่ ๒ ตัวชี้วัดที่ ๒ ก็คือเรื่องของจำนวนเมืองอัจฉริยะ เริ่มจากตัวชี้วัดที่ ๑ ก่อน ท่านประธานครับ ใน Slide นี้ครับ ก็คือเรื่องของจำนวนเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเดิมผมเองก็สงสัยว่า ท่านวัดอย่างไร ก็เห็นว่าเป็นการวัดด้วยการใช้ในส่วนของสัดส่วนประชากรเมือง เทียบกับสัดส่วน ประชากรชนบท ถ้าเกิดพูดง่าย ๆ ก็คือเรื่องของสัดส่วนประชากรเทศบาล เทียบกับสัดส่วน ประชากรของ อบต. นะครับ ซึ่งถ้าเกิดว่าท่านดูในตารางด้านขวาบน รวมไปถึง Text Box ด้านขวาด้วย ก็จะเห็นว่าตัวของเมืองพื้นที่เป้าหมายมีทั้งหมด ๖ เมือง ก็จะเป็น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แล้วก็เป็นพื้นที่ EEC เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา แล้วก็ภูเก็ต ซึ่งในตัวของรายงานก็มีการเขียนว่าในตัวของพื้นที่เป้าหมายทั้ง ๖ พื้นที่ตรงนี้มีพื้นที่เฉลี่ย ที่เป็นประชากรสัดส่วนประชากรเมืองก็จะเห็นว่าผ่านเกณฑ์อยู่ที่ประมาณ ๕๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศทุกจังหวัดนะครับ ซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๓๔ ซึ่งที่ผมสงสัย ก็คือว่าการวัดอย่างนี้เป็นไปได้จะถูกต้องหรือไม่ เพราะว่าความจริงแล้วเรื่องของการ พัฒนาเมืองถ้าหากท่านบอกว่ามันเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ก็คงมีความจำเป็นว่าสัดส่วน พื้นที่เมืองก็ควรที่จะสูงกว่าค่าเฉลี่ย หรือว่าสูงกว่า Mean ถูกไหมครับ แต่จะเห็นว่าในตาราง ก็ยังมีบางเมืองที่ยังตก Mean อยู่ อย่างเช่นในตารางก็จะมีเมืองหนึ่งอยู่ที่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่ผ่าน Mean อันนี้ก็ต้องถามว่าเป็นการผ่านหรือไม่สำหรับเรื่องของการกระจาย ความเจริญนะครับ สำหรับในตัวของเป้าหมายที่ ๑ ของตัวชี้วัดที่ ๑ ใน Slide ถัดไปครับ Slide นี้ก็คือว่าในตัวของตัวชี้วัดที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของเมืองอัจฉริยะ ซึ่งในส่วนของ เมืองอัจฉริยะตอนนี้ท่านมีการประกาศเมืองอัจฉริยะไปแล้วทั้งสิ้น ๓๐ เมือง ซึ่งใน ๓๐ เมืองนี้ ท่านก็ยังเขียนระบุในรายงานอีกว่า ๓๐ เมือง ก็คือการผ่านเป้าหมายไปแล้วถึงปี ๒๕๘๐ นั่นหมายถึงว่าตัวของตัวชี้วัดนี้ท่านสามารถที่จะผ่านเป้าหมายล่วงหน้าได้นานเกือบ ๑๕ ปี แสดงว่าตัวชี้วัดตัวนี้อาจจะไม่ได้มีการท้าทายใด ๆ หรือไม่ และที่สำคัญเมืองอัจฉริยะ ท่านจะทำอย่างไรให้สามารถที่จะได้เป็นเมืองที่อัจฉริยะจริง ๆ เป็น Smart City ได้จริง ๆ ครับ เพราะว่าที่ผมดูจากที่อ่านในเนื้อหาต่าง ๆ ที่ท่านมีการระบุในตัวของการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี ๒๕๖๕ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมือง การใช้ประโยชน์ ที่ดินต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ นะครับ สำหรับเรื่องของการผังเมืองอย่างนี้ เรื่องของ การพัฒนาพื้นที่ตามผังเมืองที่ท่านบอกว่าท่านดำเนินการแล้ว ผมก็ต้องถามว่าส่วนใหญ่ ในส่วนของถนน เสนอแนะตามผังเมืองมีการดำเนินการอย่างไร แล้วมีการดำเนินการหรือไม่ เพราะว่าเท่าที่ผมทราบมาถนนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีการทำตามผังเมืองจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีการ บรรลุจริง ๆ Smart City จะเกิดขึ้นได้อย่างไร Slide ถัดไปครับ ในส่วนนี้น่าจะเป็น Slide ที่เป็นเรื่องของเป้าหมายที่ ๒ ก็คือตามแผนแม่บทย่อยนะครับ ซึ่งในตัวของแผนแม่บทย่อย ที่ ๒ นี้ก็ให้ความสำคัญในส่วนของสิ่งแวดล้อม แล้วก็ส่วนของมลพิษต่าง ๆ ซึ่งท่านก็มีการ ระบุว่ามลพิษที่มีปัญหาต่าง ๆ ก็จะแบ่งออกเป็น ๔ ประเภทหลัก ไม่ว่าจะเป็นขยะ น้ำเสีย มลพิษทางอากาศ และมลพิษทางเสียง ซึ่งเนื้อหาในรายงานก็มีการยอมรับว่าในส่วนของ เป้าหมายที่ ๒ ตัวนี้ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์นะครับ แล้วก็ตัวของขยะยังสร้างปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งท่านจะเห็นว่าน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ แล้วเสียงก็ยังไม่ผ่านแน่ ๆ แต่ว่าขยะท่านบอกว่า ไม่ผ่าน แต่ว่าก็ยังมีการพัฒนาที่ดีขึ้น แต่สำหรับการพัฒนาที่ดีขึ้นอันนี้ผมก็ต้องตั้งข้อสังเกต ว่าส่วนใหญ่น่าจะมาจากการทำโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งก็ทำให้พี่น้องประชาชนหลาย ๆ ท่านก็ ประสบกับปัญหาทั้งค่าไฟแพงนะครับ รวมถึงการจัดการขยะต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ในส่วนของโรงขยะ อย่างเช่นที่ศูนย์ขยะอ่อนนุชอย่างนี้ก็สร้างกลิ่นเหม็นรบกวนกับพี่น้อง ประชาชนจำนวนมาก รวมไปถึงในส่วนของมลพิษทางอากาศนะครับ PM2.5 ยกตัวอย่างอย่างเช่นในพื้นที่ เขตประเวศก็เป็นพื้นที่ที่ปรากฏว่า PM2.5 เราสูงที่สุดในกรุงเทพมหานครเมื่อต้นปี ที่ผ่านมา ซึ่งผมเองได้ไปดูในเนื้อหารายงานที่ท่านมีการเขียนนะครับว่ามีการดำเนินการ ที่ผ่านมาอย่างไร แล้วก็มีการจะดำเนินการในอนาคตอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่ ก็ยังเขียนในเชิงว่าเป็นกรอบกว้าง ๆ นะครับ เป็นการเขียนแผน เขียนนั่นเขียนนี่ต่าง ๆ ซึ่งก็ยังลอยแล้วก็ไม่เห็น Direction ใด ๆ นะครับ ซึ่งผมเองก็คงจะต้องฝากให้ท่านผู้ชี้แจง ช่วยชี้แจงในส่วนนี้ครับ ว่าจะทำอย่างไรให้การแก้ปัญหาของเมือง ทำให้เมืองของเราได้น่าอยู่ จริง ๆ แล้วก็แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริงครับ ขอบคุณครับ