ฐิติมา ชี้ยุทธศาสตร์ชาติล้มเหลว ขอทบทวนด่วนเพิ่มศักยภาพเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ฐิติมา ฉายแสง ขออนุญาตประธานสภาเพื่ออภิปรายรายงานพร้อมนำเสนอสไลด์ประกอบ โดยชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านเกษตรไม่บรรลุผล เนื่องจากจีดีพีภาคเกษตรต่ำกว่าเป้าและเกษตรกรยังคงประสบปัญหาความยากจน จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนและปรับแผนยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน พร้อมเสนอให้ส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรด้วยการให้ความรู้ที่เหมาะสม และเสนอแนวทางฟื้นฟูภาคการเกษตร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ผ่านนวัตกรรมและยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม หลังมองว่ายุทธศาสตร์ชาติล้มเหลวในการขับเคลื่อนเป้าหมายที่วางไว้

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในรายงาน ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

รายงานสรุปผลการดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๕ นะคะ ท่านประธานคะ ประเทศไทยนี่ก่อนที่จะใช้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เราใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแผนหลัก ในการวางนโยบายพัฒนาประเทศ หลังจากใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้วนี่ในมาตรา ๖๕ กำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศนะคะ จึงเกิด พ.ร.บ. ขึ้นมา แล้วก็ใช้กันมานาน ๕ ปีแล้วค่ะ ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ แล้วแผนพัฒนาเศรษฐกิจก็มาเป็น แผนรอง ซึ่งต้องสอดคล้องกันไป ใน พ.ร.บ. การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ บอกว่าให้คณะกรรมการแต่ละด้านจัดทำแผนแม่บท แล้วในแผนแม่บทก็แบ่งแนวทาง ในการพัฒนาออกไปถึง ๒๓ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน Logistics กฎหมายอะไรก็ว่าไปนะคะ เป็นต้น ทีนี้ดิฉันเองมีความสนใจ ในเรื่องของเกษตรค่ะท่านประธานคะ เพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แล้วก็เพื่อนพ้องน้องพี่ของดิฉันก็เป็นเกษตรกรเยอะมากทีเดียวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ปลูกมะม่วง เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงแพะ เลี้ยงวัว เยอะมากทีเดียวนะคะ Slide ถัดไปค่ะ ท่านประธานคะ ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาตินี้นะคะ ด้านการเกษตรที่ดิฉันสนใจ บอกว่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ GDP ภาคเกษตรขยายตัว ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ บอกแบบนั้น ดิฉันจึงได้สอบทานข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการเกษตร ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๔ GDP ภาคเกษตรขยายตัวแค่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เองค่ะ ส่วนปี ๒๕๖๕ ขยายแค่ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่ามันต่ำกว่าเป้า ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ไปมากเลยค่ะ จึงเป็นข้อสรุปในรายงานผล การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๕ ว่า GDP เกษตรอยู่ในระดับวิกฤติในการ บรรลุเป้าหมาย นั่นหมายความว่ายุทธศาสตร์ชาติทางการเกษตรไม่ถึงฝันจริง ๆ ค่ะ ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรมท่านประธานคะ แต่ภาคการเกษตรกลับตกต่ำไปเรื่อย ๆ ถดถอยไป ทุกปี ๆ ผลผลิตต่อไร่ ท่านประธานคะ ข้าวของไทย ท่านดูเส้นสีแดงนะคะ เทียบกับ ผู้ผลิตหลักของโลก ประเทศไทยอยู่อันดับสุดท้าย ความสามารถในการแข่งขัน ทางภาคเกษตรของไทยก็เข้าขั้นวิกฤติอยู่อันดับต่ำสุด สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ของ มหาวิทยาลัยหอการค้าที่เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ให้เห็นว่าชาวนา จนที่สุด ๆ ใน Asia แล้วก็ใน ASEAN ๑๐ปีไม่มีอะไรดีขึ้น รายได้ลด ต้นทุนพุ่ง นี่คือเส้นสีแดง ที่ถือว่าประเทศไทยอยู่อันดับรั้งท้าย มันจึงเกิดคำถามค่ะท่านประธาน เกิดคำถามเสียงดัง ๆ เลยว่าเราจะมียุทธศาสตร์ชาติไปทำไม รัฐบาลกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า และหลอก ประชาชนอยู่หรือเปล่าท่านประธาน คำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ฟังดูมันสวยหรูดูดีอยู่ ถูกไหมคะ แต่ดิฉันคิดว่ามันควรจะแก้รัฐธรรมนูญยกเลิกนโยบายยุทธศาสตร์ชาติไปเสียเลยดีกว่า เพราะว่าผลผลิตการเกษตรก็ตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ ตั้งเป้าไว้ก็ไม่เป็นไปตามเป้า หันซ้าย หันขวาพี่น้องเกษตรกรก็ยังเจอกับปัญหา เพราะฉะนั้นหากมีบทลงโทษ ตอนนี้เขามีบทลงโทษอยู่ในมาตรา ๒๖ ของ พ.ร.บ. ก็บอกว่า ถ้าหน่วยงานราชการใดไม่ทำตามนี้ ก็จะต้องโดนส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. อะไรขนาดนั้นเลย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะท่านประธานคะ แล้วก็หากยังทำการงานด้านการเกษตร ตกต่ำกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติกันดีกว่านะคะ ทีนี้ตอนนี้ เรายกเลิกไม่ได้ เราก็รู้อยู่ว่ามันต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันยกเลิกไม่ได้ ดังนั้นจึงต้อง มาปรับแผน ท่านประธานคะ คณะกรรมการใน พ.ร.บ. มาตรา ๑๑ ก็กำหนดว่า คณะกรรมการจัดให้มีการทบทวนได้ทุก ๆ ๕ ปี ขณะนี้ก็ครบ ๕ ปีพอดี ดังนั้นดิฉันจึงเสนอว่า ปรับแผน แต่จะปรับแผนอะไรล่ะคะ ถ้าสถานการณ์แบบนี้มันก็ต้องปรับกันมากมาย หลายขนานเลยทีเดียว แต่ดิฉันคิดว่าจากตัวดิฉันเขตเล็ก ๆ เขตหนึ่ง เขต ๑ ใน ๔๐๐ เขต ยังเจอปัญหาของพี่น้องเกษตรกรมากมายเลยทีเดียว ที่เขาไม่สามารถจะไปต่อได้ เพราะฉะนั้นหลังจากที่ดิฉันเข้าอบรมในเรื่องเกี่ยวกับปุ๋ยนะคะท่านประธาน จากทาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ส่งอาจารย์มาพูดคุยที่พรรคเพื่อไทย ทำให้เรารู้ว่าการปลูกข้าว ท่านเป็นอาจารย์ทางด้านปฐพีวิทยา ท่านบอกว่าการปลูกข้าวชาวนายังใส่ปุ๋ยผิดกันอยู่ ท่านบอกว่าไปใส่ปุ๋ยสูตร ๔๖-๐-๐ แล้วก็ ๑๖-๒๐-๐ ข้างหลัง Potassium ยังเป็น ๐ อยู่นั่น ซึ่งมันไม่ได้ นั่นหมายความว่า ๔๐-๕๐ ปีก่อนประเทศไทย ดินมันมี Potassium เยอะพอสมควร แต่หลังจากนั้นมันหายไปมันร่อยหรอไป ดังนั้นจึงต้องมีการเพิ่มสูตรตัวหลัง ชาวนาไม่ทราบ ชาวนาก็ยังคงทำแบบนี้อยู่ ดังนั้นการให้ความรู้กับพี่น้องชาวนาสำคัญ

มาดูเรื่องกุ้งกันบ้าง กุ้งประเทศไทยเคยเป็น Champ ของการส่งออก ท่านดูกราฟว่าเราเคยเป็น Champ ทั้งผู้ผลิตแล้วก็การส่งออกของโลก ปี ๒๕๕๓ เราเคยทำ ได้ ๖๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี แล้วมาเกิดโรค แล้วเราเคยทำได้ดีขนาดนี้แต่ว่าเกิดโรคจึงตกลงไป อยู่ที่ ๒๖๐,๐๐๐ ตันต่อปีเท่านั้น รู้ไหมว่าหากรัฐบาลให้ความใส่ใจ แล้วก็หากช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมาก ๆ สนับสนุนเขาให้เขาเข้าถึงทุนก็ดี แก้ปัญหาให้ได้ ท่านลองคิดดูนะคะ ประเทศอินเดียสามารถที่จะมีพันธุ์กุ้งที่ทนต่อโรค เขายังคิดค้นได้เลย แล้วประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมทำไมถึงทำไม่ได้ ดังนั้นจึงคิดว่าถ้าประเทศไทย จะไปต่อให้ได้ ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งนะคะ จำเป็นที่จะต้องหาหนทางให้ดีว่าเกษตรของเรา มีคุณค่ามากขึ้นกว่านี้ได้หลายวิธี เช่น มีเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นก็มี เกษตรปลอดภัย ที่สามารถทำเงินได้ดี เกษตรชีวภาพก็ทำได้ เกษตรแปรรูป เรามีความสามารถในการที่ใช้ แรงงานด้านนี้ เกษตรอัจฉริยะ ใช้ความแม่นยำต่าง ๆ นานา สิ่งเหล่านี้ดิฉันยกตัวอย่างขึ้นมา ว่าประเทศไทยสามารถทำได้เยอะมากมายเลย เวลามันหมดแล้วค่ะท่านประธาน อย่างไรก็ตามก็ฝากด้วยว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นล้มเหลวจริง ๆ ขอบพระคุณค่ะ