อนุชา ชี้แจงยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำพัฒนาอย่างยั่งยืนทุกมิติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

อนุชา บูรพชัยศรี อภิปรายถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นกรอบการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน พร้อมเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงโควิด-19 และการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2580 โดยหารือแนวทางการพัฒนาทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปฏิรูปภาครัฐ พร้อมสอดแทรกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการใช้โมเดล PDCA เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และยกผลการจัดอันดับ SDG Index ที่ไทยนำหน้าประเทศในอาเซียนเป็นข้อพิสูจน์ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้เป็นการรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๕ แต่อย่างไรก็ตามครับ เรียกว่าครั้งแรกในการที่จะได้อภิปรายในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ในสภาแห่งนี้ ต้องบอกว่าตลอดระยะเวลากว่า ๕ ปีที่ผ่านมาได้ยินได้ฟังหลาย ๆ ส่วน ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ ก็อาจจะมีความเข้าใจผิดในหลายส่วน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคงไม่ลงรายละเอียดในส่วนของปี ๒๕๖๕ โดยเฉพาะ แต่ขออนุญาต ที่จะพูดถึงหรืออภิปรายเกี่ยวกับภาพรวมของยุทธศาสตร์ชาติเลย ขออนุญาตที่จะได้ใช้ Slide ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาตินั้น ทุกประเทศเป็นสากล ควรที่จะต้องมีวิสัยทัศน์ มี Vision เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาไม่ว่าจะเป็นที่ทวีปใดก็แล้วแต่ หรือว่าเพื่อนบ้านเราเอง ก็ตาม เขามีทั้งหมดนะครับ แล้วเขาก็พูดถึงว่า Vision 20 อะไรก็แล้วแต่ในปี ค.ศ. ของเขา ของเราก็มียุทธศาสตร์ชาติที่พูดกันติดปากว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๘๐ ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่ายุทธศาสตร์ชาติจริง ๆ แล้ว มันเป็นการล็อกหรือเปล่า มันเป็นการผูกมัดหรือเปล่า มันเป็นการ Fix หรือเปล่า มันเป็นการเกิดขึ้นจากคนที่คิดในปัจจุบันตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วจะไปคิดวาดฝันอะไรในอนาคต ได้อย่างไร ในเมื่อโลกมีการหมุนเปลี่ยนไปด้วยความรวดเร็ว ก็ต้องเรียนอย่างนี้ว่าทุกอย่าง มันจะมีเรื่องของการที่นำยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบเท่านั้นเอง ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยมีแผนระดับที่ ๑ ที่เราเรียกตอนนี้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ชาติ เราจะมีแค่ แผนระดับที่ ๒ ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์วันนี้มาอยู่ก็คงจะได้ยินมาตลอดว่าเราใช้แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่เท่าไร ๆ จนกระทั่งตอนนี้มาอยู่ในฉบับที่ ๑๓ แล้ว หมุดหมายต่าง ๆ เราว่ากันไป แต่ว่าบางครั้งมันยังไม่เห็นภาพชัด เพราะฉะนั้นเราจึงเห็น ในระดับที่ ๑ เป็นยุทธศาสตร์ชาติวางเอาไว้ถึงปี ๒๕๘๐ ในระดับที่ ๒ ก็จะมีในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติต่าง ๆ ก็ว่ากันไปในแต่ละเรื่อง เมื่อสักครู่นี้เราใช้เวลากว่า ๖-๗ ชั่วโมงพูดถึงเรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศ อันนั้น แค่ ๕ ปีเท่านั้นเอง เป็นห้วงแรกของการที่จะเหมือนกับให้มีการตั้งไข่ว่าจะเริ่มอย่างไรดี ในการที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบของประเทศไทยเรา แล้วถึงจะมาในส่วนของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ว่าไว้ แล้วก็จะมีนโยบายแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงอื่น ๆ อีก จะเห็นว่าในส่วนสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในกรอบของ ยุทธศาสตร์ชาติที่อย่างน้อยเราเห็นภาพชัดแล้วว่าทุกคนจะต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ก็จะใช้ตรงนี้เป็นเข็มทิศในการที่จะนำทางว่าเราจะไปในทิศทางไหน หลังจากนั้นก็จะมีแผนปฏิบัติการในระดับที่ ๓ ขอ Slide เมื่อสักครู่นี้อีกอันหนึ่ง ก็คือเป็นแผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแผนปฏิบัติการราชการ ราย ๕ ปี แล้วก็แผนอื่น ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติ เราเพิ่งจะผ่านช่วงแรกไป เท่านั้นเอง ฉบับแรกที่เราใช้กันหรือว่าในห้วงแรกก็คือช่วงปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา เป็นช่วง ๕ ปี แล้วจากนี้ไปเขาก็มีการปรับเปลี่ยนไปในห้วงที่ ๒ ก็คือ ๕ ปีจากนี้ไป จนถึงปี ๒๕๗๐ ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานในช่วง COVID-19 เรามีสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เราต้องปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์ชาติก็มีการปรับเปลี่ยนครับ ปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงนั้น มีการพูดถึงเรื่องการล้มแล้วลุกให้ไว้ การที่จะทำ อย่างไรที่เราเมื่อมีปัญหาในสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 แล้วเราควรจะต้องปรับตัว อย่างไรควรมี New Normal เราคงได้ยินอย่างนี้ นี่คือยุทธศาสตร์ชาติที่สามารถปรับเปลี่ยน ได้ตามสถานการณ์ ในช่วง COVID-19 ก็มีปรับเปลี่ยน ถ้าผมจำไม่ผิดมีการปรับเปลี่ยน ๒-๓ ครั้งเลยทีเดียวในช่วงระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา คราวนี้มา Slide ต่อไป ถ้าถามว่า แล้วยุทธศาสตร์ชาติจริง ๆ มันคืออะไร มันง่าย ๆ แค่นี้ครับ ท่านประธานครับ ประเทศ ในอนาคต ในปี ๒๕๘๐ เราจะต้องเป็นประเทศที่มีความมั่นคง มีความมั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน และประเทศจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาและเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่าทั่วโลกให้การยอมรับในเรื่องของ Sufficient Economy หรือว่าเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแน่นอนแล้ว แล้วเป้าหมายของเราคืออะไร เป้าหมาย ในส่วนของหลังจากที่เรามีวิสัยทัศน์แล้ว Slide ต่อไปก็คือประเทศมั่นคง ประชาชน มีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน แล้วทำอย่างไรก็คือการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาในทุกมิติ ในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชน เพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม นี่คือสิ่งที่เรามีวิสัยทัศน์และเป้าหมายคราวนี้ เพื่อที่จะไปในส่วนของเป้าหมายก็มีการวางยุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เรื่องของการพัฒนา เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ภาครัฐ การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม และสุดท้ายเรื่องของความมั่นคง จะเห็นว่าทั้ง ๖ ด้านทั้งหมด เป็นสิ่งที่ ณ ปัจจุบันมีความสำคัญทั้งนั้น แล้วในอนาคตในปี ๒๕๘๐ ผมมั่นใจเหลือเกินว่า ทั้ง ๖ ด้านนี้ก็ยังมีความสำคัญ เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มเห็นเข็มทิศที่ชัดเจนแล้วว่าเราควร ที่จะต้องมีการดูในการที่จะเดินหน้าไปอย่างไร ทั้งในส่วนของภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนด้วย

คราวนี้เราลงมาในแต่ละส่วน ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ก็จะเป็นในเรื่องของการที่จะจัดสภาวะแวดล้อมของประเทศต่าง ๆ ให้เกิดความสงบ เรียบร้อย ทางด้านการสร้างขีดความสามารถอันนี้มีหลายส่วนเลยนะครับ มีเรื่องของ IMD เขาออกอะไรออกมา ซึ่งเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการยกระดับศักยภาพของประเทศเรา ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ อันนี้คงไม่ต้องพูดกันมากนะครับ อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาในเรื่องของบุคลากรของเรานะครับ

Slide ต่อไปนะครับ เรื่องของการพัฒนาและการเสริมสร้างทรัพยากร ของมนุษย์ และต่อมานะครับ Slide ต่อไปก็คือเรื่องของการที่จะต้องดูแลการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็สำคัญอีกเช่นเดียวกันเราเห็นเรื่องของ การที่มีการประชุมในระดับนานาชาติที่เขาเรียกกันว่า COP ต่าง ๆ ตอนนี้มี COP26 COP27 COP28 อะไรมาก็มีการพูดถึงเรื่องของการปล่อย Gas Emissions ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอน แล้วก็เรื่องของการปรับสมดุลการพัฒนาระบบ การบริหารจัดการภาครัฐ เมื่อเช้านี้เราก็มีการพูดคุยกันเรื่องของการปฏิรูปก็พูดเรื่องนี้ กันเยอะนะครับ ห้องโสตไป Slide ต่อไปเลยนะครับ เรื่องของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อไปเลยครับ แล้วก็เรื่องของการที่จะมีการบริหารจัดการภาครัฐ

แล้วก็สุดท้ายครับ เรื่องของการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม อันนี้ก็แน่นอนเรื่องของการที่จะลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ในทุกมิติ การกระจายความเจริญ ทางเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่มาเป็นกำลังการพัฒนาประเทศ ในทุกระดับ ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่เป็นเหมือนกับเข็มทิศในแต่ละด้านของการที่จะพัฒนา ส่วนเรื่องของรายละเอียดในการที่ทางด้านคณะกรรมการจะดำเนินการก็มีง่าย ๆ ครับ ใครที่จบทางด้านวิศวกรรมมาก็คงจะเคยได้ยินมาตลอดนะครับ เรื่องของ PDCA Plan Do Check Action Plan คือวางแผน วางแผนแล้วก็ไปปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วก็มาตรวจสอบ ตรวจสอบแล้วก็กลับไปปรับปรุง มันก็จะเป็น Cycle เป็น Circle แบบนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในส่วนของการที่เรามียุทธศาสตร์ชาติ ไม่ได้เป็นการ ล็อกไม่ได้เป็นการ Fix ไม่ได้เป็นการผูกมัดเลย แต่มันเป็นเข็มทิศที่อย่างน้อยเราจะมีวิสัยทัศน์ ที่ชัดเจน แล้วอยากจะเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา เราก็มาถูกทางครับ เพราะว่ารายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือที่เราเรียกกันว่า SDG Index นี่ มีเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เรียกว่าเป็น Sustainable Development Solution Network เขาเผยแพร่รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน เขาบอกว่าประเทศไทย ทำได้ดีมาก ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๔๓ ของโลก แล้วถ้าเกิดสมมุติว่าเรามาดู ใน Asia เราก็อยู่ในลำดับที่ ๓ รองจากญี่ปุ่น แล้วก็เกาหลีใต้ และถ้าเรามาดูใน ASEAN ต้องบอกว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ ๑ ของ ASEAN มา ๕ ปีติดต่อกันแล้วครับ ในเรื่องของ การที่เราพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สำคัญอย่างยิ่ง

สุดท้ายครับ ก็อยากจะเรียนว่าการที่เราจะต้องเดินหน้าไปเพื่อการพัฒนา ประเทศของเรา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องบอกว่ารัฐบาลโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เน้นในเรื่องของการพัฒนาอย่างสมดุลให้เหมาะสม แล้วก็มุ่งหวังว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน แบบนี้ที่ผมได้กล่าวถึงก็จะได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในการที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ในทุก ๆ ด้านที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เพื่อให้ดำเนินนโยบายในทุกระดับ ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและนำไปสู่การพัฒนา ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ