ชุติพงศ์ ตั้งคำถามบทบาทมูลนิธิคชานุรักษ์-ประสิทธิภาพคุมช้างป่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายถึงปัญหาช้างป่าภาคตะวันออกที่ล้ำเข้าพื้นที่ชุมชน จนเกิดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของยุทธศาสตร์ชาติและบทบาทของมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการใช้งบประมาณ ความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ และประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะในโครงการหมู่บ้านคชานุรักษ์ที่มีบุคคลระดับประเทศเกี่ยวข้อง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความเหมาะสมและความโปร่งใสในการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนจากปัญหานี้

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ผมขออภิปรายรายงานของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในวาระเรื่องช้างป่าตะวันออก เรามาเริ่มกันตรงเนื้อหา ของการประกาศยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๐ ในหัวข้อที่ ๔ ว่าด้วย การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในหน้า ๕๓ ข้อ ๔.๑.๒ บรรทัดที่ ๖ เขียนไว้ว่าการบริหารจัดการไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสัตว์ ป่า คน และชุมชน ท่านประธานครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐจะต้อง ดำเนินงานตามแผน โดยมีเป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาช้างป่าภาคตะวันออก ที่กระทบกระทั่งกับประชาชนอยู่เสมอ แต่ความเป็นจริงในพื้นที่เรื่องนี้ทำได้ตามเป้าหมาย หรือไม่ เรามาดูกันนะครับ

ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มจากการอ้างอิงถึงหนังสือจากศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ช้างป่าตะวันออก และเครือข่ายศึกษาเรียนรู้ช้างป่าตะวันออก ที่ผมรับยื่นหนังสือที่สภา ในวันที่ ๒๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา ในหนังสือระบุถึงสถิติการออกนอกพื้นที่ของช้างป่า และจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ในปี ๒๕๖๑ ช้างป่าออกนอกพื้นที่ ๒,๓๙๙ ครั้ง เสียชีวิต ๑๑ ราย บาดเจ็บ ๑๓ ราย ปี ๒๕๖๒ ออกนอกพื้นที่ ๒,๓๕๘ ครั้ง เสียชีวิต ๑๔ ราย บาดเจ็บ ๑๙ ราย ปี ๒๕๖๓ ออกนอกพื้นที่ ๔,๗๖๑ ครั้ง เสียชีวิต ๑๐ ราย บาดเจ็บ ๑๗ ราย ปี ๒๕๖๔ ช้างป่าออกนอกพื้นที่ ๘,๐๐๖ ครั้ง เสียชีวิต ๑๙ ราย บาดเจ็บ ๑๒ ราย และปี ๒๕๖๕ ช้างป่าออกนอกพื้นที่ ๑๖,๓๗๖ ครั้ง เสียชีวิต ๒๓ ราย บาดเจ็บ ๑๔ ราย สรุปการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ มีผู้บาดเจ็บ ๗๕ ราย เสียชีวิต ๗๗ ราย และสถิติการออกนอกพื้นที่ ของช้างป่าตะวันออกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ผลที่เกิดขึ้นเห็นชัด ๆ ว่าไม่สอดคล้องกับ การตั้งใจทำให้ช้างกับคนอยู่ร่วมกันได้ตามที่เขียนเอาไว้แม้แต่น้อย หน่วยงานที่มีหน้าที่ รับผิดชอบตรงก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่แม้จะมีความพยายาม ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อันนี้ผมทราบดีครับ เพราะผมเคยไปช่วยเขาจับช้างด้วยตัวเองมาแล้ว ในเขตพื้นที่ของผม เจ้าหน้าที่ตั้งใจทำงานมาก อันนี้ต้องขอชื่นชม แต่ในความเป็นจริง การดำเนินงานเหมือนจะติดขัดอะไรบางอย่างอยู่จากการที่ผมพยายามจะสืบหาหน่วยงาน ทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่ามีหน่วยงานอื่นที่ไม่ได้มีหน้าที่กำกับตรง แต่กลับมามี ส่วนสำคัญในการทำงานที่ทำเรื่องช้างร่วมกับอุทยาน และบังเอิญไปสอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานแรกเป็นมูลนิธิครับ ชื่อมูลนิธิว่ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด หรือป่ารอยต่อ มาดูบทบาทหน้าที่ของมูลนิธินี้กันนะครับ ตามที่เห็นในหน้าแรก ของ Website มีการ Claim ผลงานว่าได้มีการทำแนวกำแพงทำคูกั้นช้างในป่ารอยต่อ ภาคตะวันออกเพื่อกันไม่ให้ช้างออกมา มูลนิธินี้จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติ คงไม่ได้ เพราะรองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตอนปี ๒๕๖๐ ชื่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วประธานกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อคือใครกันนะครับ ชื่อ พลเอก ประวิตร เหมือนกันครับ บังเอิญมาก ๆ เลย ทีนี้มาดูผลสัมฤทธิของเรื่องแนวกันช้างที่เขาโชว์ เป็นผลงานกันในหน้า Website เลยนะครับ จะมี Clip ให้ดูเป็นตัวอย่าง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ใน Clip นี่จะเห็นได้ว่าผลงานที่ Claim ไว้ใน Website ว่าได้ทำแนวกันช้างเป็นกำแพงนี้นะครับ พอทำแล้วบางส่วนก็ส่งมอบให้ อุทยานไป บางส่วนหน่วยงานรัฐเป็นกองทัพเรือนะครับ ทำเสร็จก็ส่งกลับมาให้มูลนิธิ ดูก็กันอะไรไม่ได้เลยนะครับ ประสิทธิภาพก็ตาม Clip นะครับ ข้ามกันได้ตามสบาย Clip ถัดไปนะครับ อันนี้ก็ดูเป็นการทำทั้งกำแพง แล้วก็มีคูกันช้างทั้ง ๒ อย่าง แต่ผมไม่รู้ว่า จะเรียกว่าคูกันช้างได้หรือเปล่า แต่ผมเรียกว่า Slider ช้างน่าจะดีกว่านะครับ นี่ Parade กัน ออกมาขนาดนี้ เท่าที่ดูผมก็อยากจะถามเลยสั้น ๆ อันนี้คือดีแล้วใช่ไหมครับ ไม่แน่ใจด้วยว่าการใช้โครงการ แบบนี้ ของมูลนิธิแบบนี้ เราตรวจสอบการใช้งบประมาณกับประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้างครับ เพราะไม่รู้ว่าจุดไหนในรั้ว ในคู หน่วยงานใดรับผิดชอบบ้าง ท่านประธานครับ ผมจึงขอ ตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่าการที่คนในกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีมูลนิธิที่ทำงานสนองแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ การทำงานแบบนี้มันทำได้หรือครับ อันนี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนใช่หรือไม่

มาต่อกันที่หน่วยงานที่ ๒ ที่ผมจะกล่าวถึงก็มีสถานะเป็นมูลนิธิอีกแล้ว ชื่อมูลนิธิแบบย่อ ๆ ว่าคชานุรักษ์ มูลนิธินี้เท่าที่ดูวัตถุประสงค์ก็พอจะสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติอยู่เหมือนกัน เพราะทำโครงการที่ทำให้ช้างกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้ มูลนิธินี้ มีทุนจดทะเบียนราว ๆ ๑๐ ล้านบาท ดูไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่อำนาจบารมีมากมายมหาศาล ชนิดที่เรียกว่าใหญ่กว่าหน่วยงานราชการที่ทำหน้าที่ตรงอยู่ตรงนี้เสียอีก Scan เข้าไปดูกันได้ เพราะใน Board ของกรรมการมูลนิธิเท่าที่ผมพอจะเปิดเผยได้ มีปลัดจากหลายกระทรวง ทั้งที่ดูแล้วเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง ผู้นำเหล่าทัพ ผบ. ทบ. ผบ. ตร. ไปจนถึงองคมนตรี นั่งเป็นกรรมการมูลนิธินี้อยู่ แถมที่ตั้งของสำนักงานมูลนิธินี้ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ผมคิดว่าคงไม่มี หน่วยงานใดกล้าเข้าไปตรวจสอบ ตัวอย่างงานของมูลนิธินี้มีงานหนึ่งที่น่าสนใจคือการทำ หมู่บ้านคชานุรักษ์อาศัยการกำกับงานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้คือมูลนิธิ สั่งกระทรวงได้หรือครับ มันทำได้หรือครับ ซึ่งโครงการหมู่บ้านคชานุรักษ์ คือการให้ชุมชน กับช้างอยู่ร่วมกันได้ตามยุทธศาสตร์ชาติพอดีเลยครับ แต่ผมก็ขอให้โดยวิดีโอถัดจากนี้

ผมถามว่าชุมชนที่อยู่ตรงนี้จะอยู่กันแบบปกติสุขได้หรือไม่ ชาวบ้านตรงนั้น ถ้าประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนทำไร่อยู่ ๆ ช้างยกโขยงมาอยู่รอบชุมชนเป็นสิบ เป็นร้อยตัวเขาจะกล้าออกไปทำมาหากินกันไหม จะกล้าออกไปตัดยางกันไหม ผลที่ตามมา พอช้างมาอยู่ในชุมชน คือในบางพื้นที่ก็เลยต้องมีโครงการให้ประชาชนเปลี่ยนไปทำอาชีพ อื่น ๆ ที่ก็มีตั้งแต่การทำน้ำพริก ทำปุ๋ยหมัก ไปทอผ้า ไปทำตุ๊กตา ไปทำชา ไปทำไม้กวาด เพื่อแก้ปัญหาช้าง อันนี้มันแก้ปัญหาช้างป่าอยู่ร่วมกับประชาชนอย่างไรครับ แล้ว Claim เป็นผลงานด้วยนะครับ อันนี้มันไปเปลี่ยนวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนชัด ๆ เลยนะครับ ผมจึงขอตั้งคำถามต่อกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่าได้มีการตรวจสอบว่ามูลนิธิที่ผมกล่าวไป เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติจริงหรือไม่ นิดเดียวครับท่านประธาน ถ้ามูลนิธินี้ไม่มีหน้าที่ตรง ๆ การตั้งตัวเป็นผู้ดำเนินการเอาข้าราชการใหญ่ ๆ มานั่งเป็นกรรมการ ถืออำนาจ แล้วแบบนี้เรียกว่ามีการปล่อยให้มีการแทรกแซงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรงหรือไม่ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเองที่งานตัวเองดันไปเกี่ยวข้องกับมูลนิธิแบบนี้ ผมก็สงสัยว่าสามารถจะทำงานได้อย่างอิสระจริงหรือไม่ เพราะดันมีองค์กรที่ทรงอำนาจมาก ๆ อยู่ในงานนี้ด้วย อันนี้จะเรียกว่ารัฐซ้อนรัฐได้ไหมครับ ซึ่งเรื่องนี้อันตรายนะครับ เพราะว่า เกิดความผิดพลาดจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติที่มูลนิธิพวกนี้มาเกี่ยวข้อง คนเดือดร้อน คนเสียชีวิตก็พี่น้องประชาชน ใครรับผิดชอบครับ พี่น้องประชาชนออกไป ทำอาชีพ ไปตัดยางไม่ได้ ทำมาหากินไม่ได้ พืชผลเสียหาย บาดเจ็บ เสียชีวิต ค่าชดเชย เยียวยาก็น้อยเหลือเกินแค่หลักหมื่นหลักแสน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ที่อยู่กับประชาชน เขาพยายามช่วยแก้ปัญหา แต่ทำอะไรไม่ได้มาก หรือเพราะอำนาจสั่งการและงบประมาณ ถูกเอาไปสร้างผลงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในมูลนิธิพวกนี้ ศพที่ตายล่าสุด อาทิตย์ที่แล้ว ศพก่อนหน้าที่วังจันทร์เขตเลือกตั้งของผม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ศพต่อไปที่ไหนดีครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ