ดนุชา แจงแผนน้ำ-สวัสดิการ-การศึกษา ชี้ทบทวนร่วม สทนช. กระจายหมอสู่ต่างจังหวัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ดนุชา พิชยนันท์ ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา พร้อมย้ำถึงความสำคัญของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ยังมีผลต่อการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคต และเสนอให้มีการทบทวนแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกับ สทนช. รวมถึงเน้นย้ำปัญหาการกระจุกตัวของบุคลากรสาธารณสุขในกรุงเทพฯ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมเสนอแนวทางกระจายแพทย์ไปยังต่างจังหวัด และเรียกร้องให้ปรับภาระงานของครูที่หนักเกินควร โดยเฉพาะงานเอกสาร เพื่อให้มีเวลาดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งห่วงใยเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาจากผลกระทบของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ ย้ำบทบาทของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในการช่วยเหลือและรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ดนุชา พิชยนันท์ ครับ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินะครับ ในช่วงท้ายนี้ก็ขออนุญาตเรียนตอบเพื่อความถูกต้องในสิ่งที่ ผมได้นำเรียนสภาแห่งนี้นะครับ ขออนุญาตเรียนท่านทวี สอดส่อง นิดหนึ่งก่อนนะครับ ว่าที่ผมตอบไปนี่นะครับ ผมตอบว่าหน้าที่ตามมาตรา ๒๗๐ ของวุฒิสภาชุดปัจจุบันซึ่งมีมา ตามบทเฉพาะกาลจะสิ้นสุดลงไปพร้อมกับอายุของวุฒิสภานะครับ ส่วนหมวด ๑๖ มันเป็นเรื่องที่บรรจุไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งอันนี้ผมก็ได้บอกว่าในกรณีที่วุฒิสภา ชุดถัดไป ชุดใหม่ที่จะเข้ามานี่นะครับ และท่านอาจจะมาตามนี่ท่านก็คงตามได้ในแง่ของ เรื่องการติดตามการบริหารราชการแผ่นดินในการตั้งกระทู้ถามซึ่งก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ผมไม่ได้บอกว่าหมวด ๑๖ สิ้นสุดลงไปด้วยนะครับ อันนี้ผมขออนุญาตนำเรียนนิดหนึ่งครับ ผมอาจจะพูดแล้วอาจจะทำให้เข้าใจผิดนะครับ

ขออนุญาตไปที่ประเด็นเรื่องของทางสาธารณสุขนะครับ มีท่านสมาชิกได้พูด ถึงเรื่องนี้กันนะครับ ในเรื่องของตัวบุคลากร เรื่องของอะไรต่าง ๆ พวกนี้ผมเรียนว่าในช่วง ที่ผ่านมานี่แน่นอนครับ บุคลากรทางด้านสาธารณสุขก็มีจำกัด แล้วก็โดยเฉพาะคุณหมอ และพยาบาลนะครับ ที่ผ่านมาในช่วงถ้าผมจำไม่ผิดในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาก็มี การแก้ปัญหาเรื่องนี้ไประดับหนึ่ง โดยการเพิ่มอัตราของทางแพทย์และพยาบาล บุคลากร ทางสาธารณสุขเข้าไปแล้วนะครับ เรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบ้านพัก สวัสดิการ หรือว่าเงินเดือน หรือว่าเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ผมเข้าใจว่าอันนี้เดี๋ยวทางสำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็คงจะต้องมีการดำเนินการในลำดับถัดไปนะครับ ซึ่งอันนี้เป็น รายละเอียดที่ทางกระทรวงจะต้องเป็นคนดำเนินการนะครับ

เรื่องของแผนบริหารจัดการน้ำที่มีท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าแผนอาจจะไม่ค่อย ดีนักนะครับ อาจจะมีเรื่องไม่ได้มาดูเรื่องที่ทำไปแล้วหรืออะไรพวกนี้นะครับ อันนี้เดี๋ยวผมจะ รับไปหารือกับท่านเลขาธิการสำนักงานนโยบายที่ดูเรื่องนี้โดยตรง สทนช. นะครับ ในส่วนที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องของการแจ้งความทุกท้องที่นะครับที่มี Case ที่น้องนักศึกษา ธรรมศาสตร์ที่ไม่สามารถแจ้งความได้นี่นะครับ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในหลาย ๆ Case ที่ผ่านมาก็มีคนที่แจ้งความได้นะครับต่างท้องที่ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ที่อาจจะไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบ เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิกได้มีการอธิบายออกมา แล้วก็ได้บอกว่าให้ทางพี่น้องประชาชน ได้ทราบก็เป็นเรื่องที่ดีที่พี่น้องประชาชนจะได้ทราบ ว่าต่อไปนี้การแจ้งความทุกท้องที่ สามารถดำเนินการได้นะครับ

เรื่องของสาธารณสุขมูลฐานที่เป็นเรื่องในพื้นที่ต่าง ๆ ผมเข้าใจว่าทีมหมอ ครอบครัวก็ยังคงมีอยู่นะครับ แต่แน่นอนครับหมอและพยาบาลก็คงมากระจุกตัวอยู่ที่ กรุงเทพฯ นะครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงสาธารณสุขก็คงต้องมีการดำเนินการ ในการที่จะกระจายแพทย์และพยาบาลออกไปในต่างจังหวัด เพื่อให้สัดส่วนแพทย์ต่อ ประชากรนี่มันลดลง แล้วก็ลดภาระด้วย ซึ่งเรื่องนี้เมื่อมีการเพิ่มอัตราการบรรจุแพทย์ และพยาบาลเพิ่มเติมในกระทรวงสาธารณสุขก็คงจะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง เหมือนกันนะครับ

ส่วนเรื่องของเด็กที่หลุดออกจากระบบหรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้ที่ท่านสมาชิก อภิปรายอันนี้เป็นค่าเป้าหมายที่เขาพยายามจะทำได้ให้ในปี ๒๕๖๕ แต่แน่นอนครับ ด้วยสถานการณ์จาก COVID-19 ที่เกิดขึ้นมาช่วง ๒ ปี แล้วก็เรื่องเงินเฟ้อ เรื่องสถานการณ์ เศรษฐกิจที่มีเงินเฟ้อสูงก็มีผลกับภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนก็อาจจะมีการหลุดออก จากระบบ แต่ก็ต้องเรียนว่าในแผนปฏิรูปประเทศนี่ก็ได้มีกลไกที่ได้ทำมาแล้ว ก็คือกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งผมได้นำเรียนไปแล้วในตอนต้นว่าก็ได้มีการเข้าไป ช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากระบบให้กลับเข้าสู่ระบบได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้คงจะต้อง มีการเร่งในการที่จะดำเนินการในการใช้กลไกกองทุนที่มีอยู่ในการช่วยเหลือเด็กให้กลับ เข้าสู่ระบบ เรื่องของครูที่มีภาระงานมากเกินไป อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องแก้ แล้วก็มีความ พยายามที่จะแก้มาได้ระยะหนึ่งแล้วนะครับ แต่เดี๋ยวผมต้องไป Check ดูครับว่าสุดท้ายนี่ ได้มีการปรับปรุงไปแค่ไหน อย่างไร เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนี่ก็เป็นเรื่อง ที่ถูกต้อง เพราะว่าครูนี่มีภาระเยอะ โดยเฉพาะในงานเอกสารก็อาจจะทำให้ไม่สามารถ จะมีเวลามาดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงศึกษาคง จะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบการประเมิน หรือว่ารูปแบบการจัดการของคุณครูด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ต่าง ๆ แล้วก็ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งประเด็นที่จะฝากไปในการที่จะให้ผม ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งดำเนินการ เดี๋ยวจะรับไปนะครับ ขอบพระคุณ มากครับ