ปารมี ไวจงเจริญ หารือปัญหาการศึกษาที่ล้มเหลวจากการตั้งเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากระบบอุดหนุนและการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม โดยเสนอให้ใช้ระบบ FSQL แทนการคำนวณรายหัวเดิม และเรียกร้องให้แก้ปัญหาการผลิตครูที่บกพร่อง รวมถึงการสอบครูผู้ช่วยที่มีข้อผิดพลาด พร้อมแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่และข้อบกพร่องของรัฐบาลรักษาการในการจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลด้านการศึกษานะคะ ดิฉันต้องบอก Background นิดหนึ่งเป็นครูมาทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นวันนี้จะขอมาพูดรายงานด้านการศึกษา ขอ Slide เลยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
รายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศนะคะ ซึ่งดิฉันเป็นมวยประเภทพูดน้อยต่อยหนัก จะพูดที่ค่าเป้าหมายตามเอกสารที่ท่านเผยแพร่ ซึ่งเอกสารที่ท่านเผยแพร่นี่ก็เป็นอะไรที่ แปลกมาก ในเล่มสีส้มกับใน Website ฉบับปรับปรุงไม่เหมือนกันก็ไม่เข้าใจว่าจะผลิต ออกมาให้คนละส่วน คนละตอนทำไมนะคะ แต่อันนี้ดิฉันจะยืนตามของฉบับปรับปรุง ค่าเป้าหมายที่ท่านกำหนดไว้ว่าให้ลดเด็กที่ออกนอกระบบเหลือร้อยละ ๕ ของจำนวนนักเรียน ในปี ๒๕๖๕ ถ้าเราดูตัวเลขผิวเผินร้อยละ ๕ หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์นี่มันน้อยใช่ไหมคะ นักเรียนไทยนับถึงปีปัจจุบันมีจำนวนประมาณ ๗ ล้านคน เอาตัวเลขกลม ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๕ ของ ๗ ล้านก็จะตกประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ คนนะคะ ถ้ามาเปรียบเทียบกับข้อมูล ที่ดิฉันได้จากงานสัมมนาที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ดิฉันจบมานะคะ ได้มีงานสัมมนาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วได้แจ้งรายงานตัวเลขเด็กที่หลุดจากระบบที่ กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่ามีสูงถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านตั้งเป้าหมายว่าจะให้มีเด็กหลุดจาก ระบบร้อยละ ๕ จากนักเรียน ๗ ล้านคน คือ ๓๕๐,๐๐๐ คน แต่กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผย ว่ามีตัวเลขนักเรียนหลุดระบบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านอาจจะมองว่าเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว แต่ดิฉันว่าล้มเหลวเพราะว่าเด็กแค่ ๑ คนก็เป็นชีวิตที่สำคัญที่เราต้องรักษาไว้อยู่ในระบบ ใช่ไหมคะ มีข้อมูลล่าสุดว่าเด็กหลุดจากระบบถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน นับว่ามาก การปฏิรูปของ ท่านล้มเหลวโดยสิ้นเชิงล้มเหลว หดหู่ สิ้นหวังนะคะ แต่ถ้าจะพูดกันให้จริง ๆ การจะปฏิรูป การศึกษาไทยให้ประสบความสำเร็จมันปฏิรูปแค่การศึกษาไม่ได้ มันมีมิติอื่นที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นมันจะต้องทำ ควบคู่ไปด้วยนะคะ
ขอ Slide ถัดไปเลยค่ะ จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่บุรีรัมย์ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นข่าวรายวัน แต่ท่านรัฐบาล รักษาการไม่เคยแก้ไขอะไรได้เลย เกิดขึ้นแทบทุกวัน หดหู่จนดิฉันพูดต่อไม่ไหวแล้ว
ขอ Slide ถัดไปเลยค่ะ ทีนี้จะขอพูดเรื่องเงินอุดหนุนสักนิดหนึ่งนะคะ อันนี้เป็นยอดเงินอุดหนุนที่ปรับเพิ่มแล้วนะคะ ปรับเพิ่มมาแล้วในปีการศึกษา ๒๕๖๖ แต่ถ้าท่านเทียบดู ท่านผู้ชมทางบ้าน หรือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อน ๆ ผู้แทนราษฎร ในที่นี้ก็คงจะเห็นตัวเลขนะคะ ปฐมวัย ๒,๗๐๐ บาทเศษ ๆ ม.ปลาย ๕,๙๐๐ บาทเศษ ๆ แต่ค่าครองชีพปัจจุบันสูงขนาดไหนท่านก็คงจะรู้ เงินแค่นี้ไม่พอนะคะ เงินอุดหนุนรายหัวที่ท่านให้มายังมีปัญหาสืบเนื่องไปอีก เพราะว่ามันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ซ้อนเหลื่อมล้ำ โรงเรียนขนาดใหญ่จะได้เปรียบโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดเล็กจะมีแต่ ตาย ๆ ลงไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ นักวิชาการหลายท่านเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการปรับเปลี่ยน วิธีคำนวณเงินอุดหนุนรายหัวจากที่ให้เป็นรายหัวเปลี่ยนมาเป็นระบบที่ธนาคารโลกก็มาทำ วิจัยให้กับเราที่เรียกว่า FSQL ก็ผลปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้นำพา ยังไม่ได้ นำไปปรับปรุงนำไปใช้ ก็ไม่ทราบว่าจะนำพา ดูตัวเลขอันนี้ เงินอุดหนุนรายหัวจะเป็นเงินที่ส่ง ตรงไปยังโรงเรียน แต่ตัวนักเรียนที่ไปเรียนในแต่ละวัน ท่านทราบไหมคะท่านประธาน ว่าค่าใช้จ่ายได้เรียนในการเรียนสูงที่สุด มากที่สุดจะเป็นตัวเลขค่าใช้จ่ายจากอะไร หลายท่าน อาจจะนึกถึงเสื้อผ้า เครื่องแบบหรือค่าอาหาร แต่จริง ๆ แล้วจากงานวิจัยเป็นตัวเลขที่ คณะที่ดิฉันจบมาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยข้อมูลจากการสัมมนา ค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดคือค่าเดินทาง เพราะนักเรียนต้องเดินทางไปกลับอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง ค่าเดินทางนี่เป็นรายจ่ายที่สูงสุด และท่านคิดดูเงินอุดหนุนให้แค่นี้ก็ยังไม่พอแล้วนักเรียน ยังต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง และค่ากินค่าอยู่จะเพียงพออะไร ดิฉันจึงขอบอกว่า Big Rock อันที่ ๑ ของผลการปฏิรูปเรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำ ล้มเหลว สิ้นหวัง หดหู่
ขออีกสักนิดหนึ่ง ขอ Slide ต่อไป ดิฉันขอพูด Big Rock ที่ ๓ ขอนิดเดียวสั้น ๆ ขอให้ทุกท่านตามดิฉันมา เนื่องจากดิฉันจบครุศาสตร์ดิฉันผูกพันและรักในอาชีพครูมาก ท่านกำหนดเรื่องเกี่ยวกับการผลิตครู การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตครูนี่ล้มเหลวยิ่งมาก มากกว่ามาก การผลิตครูนี่จริง ๆ เป็นสารตั้งต้นของความล้มเหลวระบบการศึกษาไทยเลย เรารู้กันดีว่าทุกวันนี้วิชาชีพครูไม่สามารถดึงเด็กที่เรียนเก่งมาเรียนได้ เราจะปฏิรูปคลำไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ไม่มีทางจะออกจากหลุมดำของการศึกษาไทย ถ้าเราไม่ดึงคนเก่งมาเป็นครู ขอพูดแถมท้ายอีกนิดเดียว ไม่กี่วันมานี้การสอบครูผู้ช่วยรอบทั่วไปมีปัญหาหนักมาก เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของพรรคดิฉันเองก็ได้พูดเรื่องนี้ไปบ้างบางส่วนแล้ว มีประชาชน หลาย ๆ คนพูดเรื่องนี้แล้ว แต่ผลปรากฏว่าผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขตพื้นที่หลาย ๆ เขต ที่พบปัญหาเรื่องการสอบครูผู้ช่วยไม่ได้นำพากลับนิ่งเฉย นิ่งเงียบ ขอฝากท่านผู้เกี่ยวข้อง ลงมาลองดูปัญหาเหล่านี้ด้วย ต้องแก้ปัญหาการผลิตครูให้ได้ ต้องดึงคนเก่งมาเป็นครู ไม่อย่างนั้นเราจะวังวนอยู่ในหลุมดำนี้ไปอีกนานค่ะ ขอบคุณค่ะ