ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หารือเรื่องการสนับสนุนจากภาครัฐต่ออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และเรียกร้องให้ใช้ระบบการตรวจสอบ (EM) ในการปล่อยตัวชั่วคราว โดยเฉพาะในคดีการเมือง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับรายจ่ายและความรับผิดชอบของกระทรวงต่างๆ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ถอดกำไล EM ทั้งหมดที่ใช้กับนักกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล หรือทนายแจม ขออนุญาต Slide นิดหนึ่งนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ก็พูดเกี่ยวกับ แผนปฏิรูปกระบวนการด้านยุติธรรมนะคะ ที่อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ ในหมวดด้าน กระบวนการยุติธรรม ในแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมได้ดูหนังสือเล่มนี้ ก็จะมีในหมวดของกระบวนการยุติธรรม มีในส่วนหัวข้อการดำเนินการที่บอกว่าจะมี การส่งเสริมการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์พร้อมระบบการตรวจสอบ หรือจำกัดการเดินทาง ของบุคคลมาใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือที่เราเรียกกันว่า EM นะคะ EM ก็จะมีลักษณะ คล้าย ๆ Apple Watch แต่อยู่ที่ขา ก็จะเป็นตัวที่จะติดตัวไปกับผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่ามีนักกิจกรรมการเมืองอย่างน้อย ๘๐ คนที่ถูกสั่งให้ติดกำไล EM ซึ่งในจำนวนนี้มีคนที่ถูกติดนานที่สุดคือ ๔ ปีนะคะ และสถิติ จาก Slide เมื่อสักครู่มีข้อมูลต่อมาอีกว่าระหว่างเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๖ มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม จากการแสดงความคิดเห็นจนต้องถูกสั่งติดกำไล EM จำนวน ๙๔ คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการปลดไปแล้ว ๗๕ คน แม้การดำเนินคดี จะยังไม่เสร็จสิ้นตามกระบวนการก็ตาม และยังมีนักกิจกรรมกว่าอีก ๑๙ คนที่ยังต้องทนทุกข์ ทรมานจากการติดอุปกรณ์ EM ที่ข้อเท้าในระหว่างการต่อสู้คดีค่ะ โดยในคดีที่ผู้ต้องหา ติดกำไล EM ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคดีในมาตรา ๑๑๒ คดีการแสดงความคิดเห็น การปราศรัย การ Post บนโลก Online หรือการที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมืองอื่น ๆ ด้วย ขออนุญาตโชว์รูปภาพของ ลูกความท่านหนึ่งของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการติด กำไลข้อเท้าหรือกำไล EM ที่เราเห็นอยู่ในภาพ ซึ่งลูกความท่านนี้ใช้เวลา ๕ ครั้ง ที่จะขออนุญาตศาลปลดกำไลข้อเท้า ในแต่ละครั้งก็ต้องอ้างเหตุผลต่าง ๆ นะคะ หนึ่งในเหตุผลที่อ้างก็คือในเรื่องของอาการบาดเจ็บที่มันบาดลึกไปจนถึงบริเวณข้อเท้า ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการ ทำอาชีพอะไรได้ตามปกติ ซึ่งเอกสารที่ใช้ในการปลดได้ใน ครั้งสุดท้ายคือใบรับรองแพทย์ แล้วก็ต้องหาใบรับรองความประพฤติด้วยนะคะ Slide ถัดไปนะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากคดีเหล่านี้ที่เราอาจจะได้ยินกันตามข่าวต่าง ๆ เช่น คดีล่วงละเมิดทางเพศของนักการเมืองรายหนึ่งที่มีตำแหน่งเป็นถึงท่านรองหัวหน้าพรรค ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานด้วยและถูกแจ้งความดำเนินคดีเดียวกัน อันนี้ก็ไม่ต้องติดกำลัง EM และผู้ต้องหากลุ่มทุนจีนสีเทาก็ไม่ได้ถูกถอนประกัน แม้จะระบุว่า มีพฤติการณ์ข่มขู่พยานหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานก็ตาม อันนี้ก็ไม่ต้องติดนะคะ แล้วก็หรือนักแสดงท่านหนึ่งที่ถูกข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงต่าง ๆ ก็สามารถขอปลดกำไล EM ได้โดยใช้เหตุผลว่าอาจจะสร้างปัญหาให้กับการแสดง การเดินทาง หรือการประกอบอาชีพ ต่าง ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นกับกำไล EM ก็คือคำถามที่ว่ากำไล EM ยังจำเป็น หรือเฉพาะกับนักโทษคดีการเมืองหรือเปล่า ดิฉันก็ได้ไปค้นข้อมูลตามรายงานของ แผนปฏิรูปประเทศ ก็เลยพบว่าข้อมูลกำไล EM เป็นเพียงการจัดซื้อจัดหา แล้วก็ได้ข้อมูล ประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เอกสารทั่วไปก็ไม่ได้มีเอกสารที่ระบุมีข้อมูลระบุชัดเจน ว่าเป้าหมายคืออะไร ตัวชี้วัดคืออะไร
ในประเด็นที่ ๑ เอกสารที่รายงานมาไม่ครบถ้วน
ประเด็นที่ ๒ อยากให้ในรายงานเอกสารมีการระบุงบประมาณและรายจ่าย ให้ชัดเจนกว่านี้ ว่ากระทรวงไหนเป็นผู้รับผิดชอบนะคะ
ประเด็นที่ ๓ คือในเอกสารราชการนี่เนื้อหาสำคัญไม่ควรจะหายไปแบบ ง่าย ๆ แบบนั้นนะคะ
แล้วก็สรุปก็คือว่าในการยื่นขอถอดกำไล EM แต่ละครั้ง นักกิจกรรมทาง การเมืองหลายคนเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งกว่าคดีอาชญากรรมหลายคดีอีกนะคะ ท่านประธาน ที่ผ่านมาเราพบการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนหลายครั้ง โดยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เรากลับยังคงใช้กำไล EM กับนักกิจกรรม เหล่านั้น อย่าลืมนะคะว่าการถอดกำไล EM แต่ละครั้งเราต้องแลกมาด้วยการอดอาหาร อดน้ำ อดนอน หลายคนเป็นเยาวชน หลายคนเป็นนักศึกษา เป็นคนในอนาคตจะมีศักยภาพ ที่ดีให้กับประเทศของเราในอนาคตค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ