เลาฟั้ง ชี้แผนปฏิรูปป่าไม้ล้มเหลว กระทบชุมชน-ชาติพันธุ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ชี้ปัญหาการจัดการป่าไม้และที่ดินที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนชนบทและชาติพันธุ์พื้นเมือง พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปที่เน้นความโปร่งใส ความยั่งยืน และการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ตั้งข้อสังเกตว่าแผนปฏิรูปปัจจุบันขัดแย้งกับผลประโยชน์ของรัฐ โดยเฉพาะการใช้กฎหมายที่เอื้อให้รัฐควบคุมพื้นที่ได้โดยไม่ต้องคืนรายได้และไม่คำนึงถึงสิทธิของชาวบ้าน จนกลายเป็นเครื่องมือในการรวมศูนย์อำนาจและจำกัดเสรีภาพของประชาชนรากหญ้า

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออภิปรายรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยผมจะเน้นไปที่เรื่องปัญหาป่าไม้และที่ดิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยเฉพาะคนชนบทและคนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง อย่างผมนี่นะครับ ขณะนี้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่ำกว่า ๕ คน พื้นที่ที่เดือดร้อนไม่ต่ำกว่า ๑๗ ล้านไร่ทั่วประเทศไทย เวลาเราพูดถึงเรื่องของรูปแบบในการบริหารจัดการที่ดิน ในประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว สิ่งที่เขาปฏิรูปมีเป้าหมายอยู่ ๓ อย่าง อันที่ ๑ ก็คือว่ากระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่น แล้วก็ลดอำนาจของส่วนกลาง อันที่ ๒ คือว่าออกแบบโครงสร้างให้เกิด ความโปร่งใส แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่าต้องส่งเสริม คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะ การใช้ภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าพื้นเมืองในการบริหารจัดการทรัพยากร

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เป้าหมายในการปฏิรูป ประเทศตามแผนมีอยู่ ๔ ประการ แต่ผมอยากจะให้ความสำคัญกับเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ป่า และการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ตามแผนเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญสรุปออกมาได้ อยู่ ๓ ประการ ก็คือรักษาพื้นที่ป่าเดิมแล้วก็สร้างพื้นที่ป่าใหม่ อันที่ ๒ คือว่าสร้างรายได้จาก การใช้ทรัพยากรจากป่าเป็นต้นทุน แล้วอันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน กับที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งเรื่องที่ ๑ และเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญนะครับ

Slide ต่อไปครับ ตามแผน คือผมคิดว่ามันยังมีความไม่ประสบความสำเร็จ หรืออาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของความล้มเหลวในการปฏิรูปงานด้านป่าไม้และที่ดิน เมื่อเราดู เนื้อหาของรายงานโดยละเอียดแล้วผมคิดว่ามีปัญหาหลายส่วน ผมจะขอพูดถึงเฉพาะส่วน ที่เป็นสาระสำคัญคือเรื่องป่าไม้และเรื่องที่ดิน ว่ามันมีปัญหาอย่างไร ดูเหมือนว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็จะพยายามสนใจกับค่านิยมของโลกสมัยใหม่ในการบริหาร จัดการป่าไม้ที่ทันสมัย แต่ปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐ ของรัฐบาลกลับสวนทางกับสิ่งที่กรรมการปฏิรูปคิดอยู่ ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ก็คือเป็นการรวบอำนาจในการจัดการ ทรัพยากร โดยเฉพาะการหารายได้จากการท่องเที่ยว ห้ามชาวบ้านทำ แต่ว่าเงินรายได้ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้จากการใช้ทรัพยากรของประเทศในการ จัดการท่องเที่ยว รายได้ปีหนึ่งหลายพันล้านบาท แต่ไม่ได้ถูกนำส่งเข้าคลัง

ขอ Slide ต่อไปนะครับ ที่ขีดเส้นใต้สีแดงเป็น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๑ กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าเงินที่เรียกเก็บได้จากการใช้บริการ ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในอุทยาน ไม่ต้องส่งเข้าคลัง ซึ่งปีหนึ่ง ๆ ทำให้กระทรวงการคลัง สูญเสียรายได้หลายพันล้านบาท

Slide ต่อไปนะครับ อันนี้ก็คือปัญหาอีกประการหนึ่ง สิ่งที่แผนปฏิรูปต้องการ ที่จะบอกก็คือว่าจะทำอย่างไรให้เพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ แต่ในทางปฏิบัติเรากลับพบว่าสถิติป่าไม้ ของประเทศไทยลดลง โดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร

Slide ต่อไปนะครับ ก็คือเรื่องที่ดิน ถึงที่สุดแล้วตัวแผนปฏิรูปประเทศ แม้จะพยายามบอกว่าแก้ไขปัญหาที่ดิน แต่ปรากฏการณ์ก็คือว่ามีการพยายามออกระเบียบ ออกกฎหมายใหม่ ๆ ออกวิธีคิดใหม่ ๆ ซึ่งนำไปสู่การแย่งยึดสิทธิในที่ดินของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทวงคืนผืนป่า การจัดทำ คทช. หรือการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดิน ในเขตอุทยาน ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ก็คือการแย่งสิทธิในที่ดินของชาวบ้าน เสร็จแล้วก็ค่อยอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบที่มีเงื่อนไข

Slide ต่อไปครับ สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นความต้องการของประชาชน ที่ดินรวมกันทั้งหมดในเขตป่าสงวน ๑๒.๗ ล้านไร่ อยู่ในพื้นที่เป้าหมายจัดทำ คทช. ตามนโยบายของรัฐบาลตามแผนปฏิรูป ฉบับนี้อยู่แค่ ๕.๗ ล้านไร่ หรือ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เป้าหมายเอง แล้วก็ไม่รวมพื้นที่สูง ของกลุ่มชาติพันธุ์ บอกว่าได้มีการส่งมอบไปแล้ว ๓.๙ ล้านไร่ แต่ไม่ได้ส่งมอบให้ชาวบ้าน ส่งมอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเอาไปจัด แล้วส่งมอบจริง ๆ ให้แก่ชาวบ้านประมาณ ๓.๗ แสนไร่ ซึ่งเท่ากับ ๓ เปอร์เซ็นต์ของผู้เดือดร้อนเอง ก็จะเห็นว่าจนถึงระยะเวลา ที่สิ้นสุดแล้วสามารถแก้ไขปัญหาได้แค่ ๓ เปอร์เซ็นต์

Slide ต่อไปนะครับ สิ่งที่เป็นปัญหาของแผนปฏิรูปฉบับนี้เอาเข้าจริง ๆ สาเหตุหลักที่เป็นปัญหา ก็คือเรื่องที่ดิน แล้วก็เรื่องป่าไม้ ปัญหาใหญ่ ๆ คือเรื่องของ โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบในการบริหารจัดการป่าไม้ที่รวมศูนย์อำนาจเอาไว้ ที่ส่วนกลาง แล้วก็แผนฉบับนี้ก็ยังเป็นลักษณะของการไปลอกเอาแผนของฝ่ายนโยบาย หรือฝ่ายราชการประจำที่เขาดำเนินการมานานอยู่แล้วเอามาใช้ ซึ่งมันก็จะเป็นลักษณะของ การพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วก็ไม่ไปแตะโครงสร้าง การที่พยายามแก้ไขแต่ปัญหา เฉพาะหน้าไม่ไปแตะโครงสร้างมันไม่สามารถนำไปสู่การปฏิรูปได้จริง ๆ หรอกครับ แล้วแผน ปฏิรูปฉบับนี้คืออะไร สรุปได้เลยนะครับว่าแผนปฏิรูปฉบับนี้ไม่ใช่เครื่องมือที่จะนำไปสู่ การรักษาทรัพยากร แล้วก็กระจายทรัพยากรอย่างจริง ๆ แต่เป็นได้เพียงแค่เครื่องมือ สนับสนุนการรวมรวมศูนย์อำนาจในการจัดการทรัพยากรของชาติเอาไว้ แล้วก็กดทับ ประชาชนคนรากหญ้าต่อไป สิ่งสุดท้ายก็คือว่าก็จะกลายเป็นเพียงแค่เอกสารโฆษณาชวนเชื่อ อ้างว่าประเทศกำลังเข้าเผชิญวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้ทุกคนต้องทำตามแผนฉบับนี้แล้วเราจะปลอดภัย แต่ว่าอีกด้านหนึ่งก็คือผู้มีอำนาจ ยังผูกขาด เนื้อในในการบริหารจัดการป่าไม้ก็ยังกดทับประชาชนต่อไปอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ