จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวในการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ โดยตั้งข้อสังเกตว่าทั้งผู้รับผิดชอบและรัฐบาลขาดความตั้งใจ ไม่ดำเนินการตามแผนที่ตนเองร่วมร่างและอนุมัติ จนทำให้แผนงานไม่คืบหน้า ทั้งที่ใช้เป็นเหตุผลในการยึดอำนาจและผ่านรัฐธรรมนูญมาแล้ว
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ ปัญหาหลัก ปัญหาเดียวของ ความคืบหน้าของแผนปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ ก็คือเรื่องของความคืบหน้านี่ละครับ เพราะมันไม่คืบหน้าครับ แล้วมันก็เข็นไม่ขึ้น เปลี่ยนตัวชี้วัดก็แล้ว เอาตัวชี้วัดทั่วไปออก เอาตัวชี้วัดหลอกมาแทนก็แล้ว ลดเป้าหมายให้เล็กก็แล้ว รื้อทั้งฉบับก็แล้ว ปรับปรุงแผน ทั้งฉบับก็ทำมาแล้วแต่มันก็ไม่กระเตื้อง ผู้แทนจากสภาพัฒน์ท่านน่าจะรู้อยู่แก่ใจนะครับ ว่าทำไมมันถึงไม่คืบหน้า ทำไมมันไปไม่ถึงไหนเสียที ถามใครในสภาพัฒน์นี่ผมว่ารู้ปัญหา อยู่แล้วละว่าอุปสรรคมันคืออะไร แล้วต้องแก้ตรงไหน จริง ๆ เราดูแค่ความตั้งใจผมคิดว่าเรา ก็พอจะดูออกนะครับ ดูความรับผิดชอบของบรรดากรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่เป็นเจ้าของ รายงานฉบับนี้ก็พอจะเดาผลลัพธ์ได้ ว่าเรื่องที่เราพิจารณากันอยู่ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ เขาถึง เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยนะครับ ที่ผ่านมาเขาถึงขนาดว่าอ้างคำว่าปฏิรูปประเทศนี่ สร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจเลยนะครับ เขาถึงขนาดใช้การปฏิรูปประเทศ เป็นจุดขาย เอาไปโม้ขายกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนผ่านประชามติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เขาถึงขนาดแต่งเพลงมาเป็นคำสัญญาเลยนะครับ มันสำคัญนะครับ นี่มันเป็นเรื่องระดับชาติ คิดดูว่าเขาให้สภาพัฒน์ทำรายงานเล่มหนาเท่านี้ครับท่านประธาน ผมชั่งมาแล้ว ๓ กิโลกรัม กับอีก ๒ ขีด แล้ว Graphic จัดเต็มทุกหน้า ๔ สีทุกหน้าเลย ทำขนาดนี้แสดงว่ามันสำคัญมาก มันเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ มันเป็นเรื่องของการนำประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนที่ เขาวาดฝันเอาไว้ แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ท่านประธาน เขาส่งคนมาชี้แจง ๓ คน แล้วก็เป็น ๓ คนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจกับเรื่องนี้เลย ท่านรัฐมนตรีที่พูดชื่อเมื่อสักครู่ผมก็เห็นแว้บเดียว ไม่ถึง ๑๐ นาที แล้วยังไม่เห็นอีกเลยไม่รู้ไปไหนแล้ว แล้วก็ผมเห็นใจนะครับท่านผู้มาชี้แจงทั้ง ๓ ท่าน เห็นใจโคตร ๆ เลยนะครับ ขออนุญาตใช้คำนี้ เพราะที่ต้องมารับหน้าแทนพวกผู้หลัก ผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อแม้กระทั่งตัวเอง ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน่วยงานที่ เป็นมันสมองของประเทศอย่างสภาพัฒน์ ซึ่งตอนนี้ความน่าเชื่อถือถูกทำลายไปหมดแล้วด้วย คสช. ไม่กล้าจะรับฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสักครั้งเดียว เรารายงานกันมากี่ครับ ไม่เคยมาสักครั้งเดียวกรรมการแต่ละคน และมีเป็นร้อย ๆ คน จริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงบรรดากรรมการครับท่านประธาน ไม่ต้องพูดถึงท่านรัฐมนตรีหรอก เอาแค่ระดับแกนนำเลยนะครับ อย่างรองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พลเอก ประวิตร วันนี้ยังไม่มาประชุมสภาเลยครับวันนี้โดดประชุมสภาด้วยซ้ำ ยังไม่มาฟังรายงานตัวเองเลยด้วยซ้ำ พี่น้องประชาชนฟังอยู่อยากรู้ใช่ไหมครับว่าบรรดากรรมการมีใครบ้าง ขบวนการเขามีใครบ้าง อันนี้ผมก็อยากถามครับว่ามีใครบ้าง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ก็มีคุณประยุทธ์ มีคุณประวิตร มีคุณวิษณุ แล้วก็มีพรรคพวกทั้งหลายนั่นละครับ แล้วก็นามสกุลดัง ๆ เจ้าของโรงงาน เจ้าของธนาคารเยอะแยะไปหมด แล้วก็ยังมีวุฒิสภาที่เขายัดเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญให้ไว้ต้องไปติดตามแล้วก็เสนอแนะแผนปฏิรูปประเทศ ก็ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าบรรดาท่านวุฒิสภาผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่คอยติดตาม คอยเสนอแนะ เห็นประชุม ทุกสัปดาห์หมดเบี้ยประชุม ค่าดูแล ค่าลงพื้นที่ไปเที่ยวทั่วไทยไม่รู้เท่าไรแล้ว ความคืบหน้าก็ ไม่ถึงไหน ผมนี่แปลกใจจริง ๆ แต่กับสภาพัฒน์ ผมว่าท่านไม่แปลกใจหรอกจริง ๆ ท่านทราบ อยู่แล้วละปัญหามันคืออะไร ก็ไอ้แผนที่คิดค้นออกมานี่รัฐบาลไม่ทำก็แค่นั้นเอง ทั้งแผน ทั้งโครงการ Big Rock Quick Win ทั้งหลายถ้ารัฐบาลจะทำมันทำได้อยู่แล้ว โครงการ ไม่ใช่โครงการยากเย็นอะไรก็เห็นอยู่ก็เขาดึงไว้ไม่ยอมทำอ้างติดโน่นติดนี่ ความคืบหน้า มันก็ไม่ไปไหนครับกราฟมันก็อยู่แค่นี้ แต่มันไม่แปลกนะท่านประธานถ้ารัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนเขาจะไม่ทำตามแผนนี้ ไม่ทำตามแผนที่คิดแล้วก็คลอดมา จากคนที่ถูกแต่งตั้งจาก คสช. ไม่แปลก แต่อันนี้มันแปลกครับ เพราะคนคิดนี่มันคนเดียว กับรัฐบาลครับ มันนั่งหัวโต๊ะเหมือนกันเลยครับ คือตอนอยู่ในที่ประชุมคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์อ่านอย่างดิบดีตัวเองเซ็นอนุมัติกับมือ แต่พอมาอยู่โต๊ะ ครม. ไม่ทำ อย่างไรครับ ตัวเองก็นั่งหัวโต๊ะ ท่านประธานครับแผนปฏิรูปประเทศนี่เรากำหนดตัวชี้วัด KPI เป็นพัน ๆ โครงการที่โยงไปให้หน่วยงานราชการทำ แล้วมันก็เชื่อมโยงกับงบประมาณด้วยแต่ไม่ยอมทำ ตัวเองก็เป็นคนคิด และแผนตัวเองยังไม่ยอมทำนี่เราจะหวังผลลัพธ์อะไรจากหนังสือหนา ๆ เล่มนี้ครับ จริง ๆ มันก็สะท้อนอยู่กับเจตนารมณ์แรกเริ่มของการยึดอำนาจอยู่แล้วนะครับ ที่ยัดลงไปรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี่ว่ายุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูปมันแค่ข้ออ้างเพื่อทำ รัฐประหารเท่านั้น แล้วความคืบหน้าไม่มีแบบนี้ทำไมยังฝืนทำ ท่านก็จะตอบว่ามันเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ครับ ท่านได้กำหนดโครงการต่างหาก ท่านได้กำหนดการจัดการ การบริหารประเทศต่างหาก ที่สำคัญกว่าคือมันได้กระจายรายได้แบบเงียบ ๆ ดีครับ ท่านประธานการประชุมนัดแรก ๆ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมีวาระพิจารณาสำคัญ วาระเดียวเลยครับ เรื่องเบี้ยประชุม เพราะว่าเดิมคำสั่งนายกเขาจ่ายเป็นรายครั้ง นี่ก็ประชุม กันยกใหญ่ได้มติว่าให้เปลี่ยนเป็นรายเดือน จากครั้งละ ๑๒,๐๐๐ บาท ประธาน กรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไล่เรียงมาเรื่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรายเดือน เพราะว่าบางเดือนมีประชุม หลายครั้งจะได้จ่ายรอบเดียวแต่เพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมอยากถามท่านผู้ชี้แจงครับ ผมไม่ทราบข้อมูลจริง ๆ ก็เขาประชุมกันแค่ปีละ ๒ ครั้ง ท่านประธาน สรุปเขาจ่าย ๑๒ รอบ หรือว่าจ่ายแค่ ๒ รอบครับ ผมงงไปหมดแล้ว ถ้าจ่าย ๑๒ รอบ นี่น่าเกลียดมากเลยนะครับ ถึงว่าไม่ต้องทุจริตหรอกกครับ นั่งเป็นประธานคณะกรรมการเยอะ ๆ ก็รวยเลอะแล้วครับ ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมอยากรู้ด้วยว่ามีทั้งหมดประมาณกี่คนครับ กรรมการหลายคณะ มากเลยนะครับ เอาแค่ยุทธศาสตร์ชาตินี่ก็ ๑๕๐ คนแล้วนะครับ ยังมีแผนปฏิรูปประเทศ ยังมีอนุ ยังมีคณะทำงานอีกมันเยอะขนาดไหนผมอยากรู้ว่ามีทั้งหมดในขบวนการนี้มีกี่คน ปัญหาตัวชี้วัดอันนี้ที่ท่านสมาชิกหลายท่านพูด แล้วก็พูดมาทุกรอบที่แผนปฏิรูปประเทศ เข้ามารายงานความคืบหน้าว่ามันไม่มีประสิทธิภาพเอย มันชี้วัดไม่ได้เอย ซึ่งจริงครับ มันไม่ได้สะท้อนถึงประโยชน์ที่เราได้รับจากแผนปฏิรูปฉบับนี้เลย คือถ้าเล่มนี้มันมีไว้เพื่อ ประเทศชาติแล้วก็มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนจริง ๆ นี่ ๓.๒ กิโลกรัมนี่ ตัวชี้วัดที่ถูกต้องที่สุด ตัวชี้วัด ที่มันจะสะท้อนผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ชาติได้ดีที่สุด ก็คือความพอใจของประชาชนครับ ท่านไม่ต้องไปคิดค้นตัวชี้วัดอะไรเลย KPI สำคัญคือความพอใจของประชาชน วัดอย่างไร ไปถาม กกต. ครับ เลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ท่านประธานผมขออีก ๒ นาทีครับ เลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมาท่านก็เห็นแล้ว ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ นายกรัฐมนตรี หลังจากแผน ยุทธศาสตร์ชาติคลอดออกมามีเวลา ๕ ปี ทำมา ๕ ปีแล้ว ปฏิรูปประเทศมา ๕ ปีแล้ว ใช้งบประมาณไป ๑๕.๕ ล้านล้านบาท ย้ำอีกครั้งนะครับ ๑๕.๕ ล้านล้านบาท กับการปฏิรูป ประเทศ แต่ซื้อใจประชาชนได้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อันนี้ผมวัดจาก พรรคที่เสนอ พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คนใช้เงินไม่เป็น เป็นอย่างนี้ขณะเงินเยอะขนาดนี้ยังซื้อใจประชาชนได้แค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ความคืบหน้าฉบับนี้หลังจากผ่านมา ๕ ปี จริง ๆ แล้วสำหรับผมพูดตอนนี้พูดกันตรง ๆ เถอะ มันก็มีค่าเท่ากับเล่มละ ๓.๒ กิโลกรัม ผลิตมาทั้งหมด ๒,๐๐๐ เล่ม ผมอ่านข้างหลังแล้ว ร้านรับซื้อของเก่าเขารับอยู่กิโลกรัมละ ๒ บาท เพราะฉะนั้นมันมีค่าแค่ ๑๒,๘๐๐ บาท เท่านั้นเอง ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสิ่งที่ทำกันไว้เพราะว่าก็แค่เอามาอ้าง เพราะฉะนั้น สภาพัฒน์ถ้าเป็นไปได้ท่านเสนอแนะเถอะครับ ให้เอาออกจากรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องมารายงานอะไรแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ ผมเข้าใจท่านอึดอัดจะตายอยู่แล้วที่ท่านนั่งอยู่นี่ ในใจท่านคิดว่าเมื่อไรจะเสร็จ เมื่อไรจะเสร็จ เป็นผมผมก็คิดเหมือนกันก็ถูกถีบให้มานั่งฟัง อย่างไรฝากสภาพัฒน์ อย่างไรผมขอคำตอบเรื่องเบี้ยประชุม แล้วก็ตัวจำนวนของบรรดา คณะกรรมการ บรรดากรรมการทั้งหลายด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน