จิราพร สินธุไพร วิพากษ์แผนปฏิรูปประเทศที่จัดทำเสร็จก่อนยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้ต้องใช้เวลานานในการปรับให้สอดคล้อง ส่งผลให้แผนขาดประสิทธิภาพ และชี้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเพียงงานเดิมที่ถูกจัดเรียงใหม่ ไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อคลี่คลายข้อจำกัดทางการเมือง และเปิดทางสู่การปฏิรูปประเทศอย่างมีความหมายและเป็นรูปธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ แผนการปฏิรูปประเทศและแผนอื่น ๆ เป็นแผนงานที่ต้องทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งระยะเวลา ๒๐ ปีของยุทธศาสตร์ชาติ จะถูกวางรากฐาน ๕ ปีแรกภายใต้การปฏิรูปประเทศฉบับนี้ แต่ปัญหาอย่างแรกในการจัดทำ ในขณะนั้นคือปรากฏว่าแผนปฏิรูปประเทศกลับทำเสร็จก่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี นั่นหมายความว่าแผนรองทำเสร็จก่อนแผนหลัก ทำให้ในช่วงแรกต้องเสียเวลาแก้ไข แผนปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับแผนหลักอย่างยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้นเฉพาะกระบวนการ แก้ไขแผนปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติบวกกับการขยายเวลาปรับปรุง แผนปฏิรูปประเทศออกไป มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดใหม่ ก็ทำให้ในช่วงแรก ๆ นั้นต้องเสียเวลากับการร่างแล้วก็แก้ไขแผนไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของระยะเวลาแผนแล้ว นอกจากนี้ปกติถ้าเราใช้คำว่า ปฏิรูป เราก็ต้องนึกถึงสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วต้องทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดผลที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมา แต่ถ้าเราไปดูในรายละเอียด แผนการปฏิรูปประเทศที่มีการประกาศบังคับใช้ในปี ๒๕๖๑ ทั้ง ๑๓ ด้าน ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ไม่ใช่แผนหรือโครงการที่นำไปสู่การปฏิรูปได้อย่างแท้จริง แต่เป็นการเอางานประจำ ที่หน่วยงานราชการดำเนินการอยู่แล้วมายัดใส่หัวข้อแต่ละด้าน เพื่อให้ดูมีแผนงาน และมีความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะทำให้ดูเสมือนว่ายุทธศาสตร์ชาติมีผลงาน ออกมาเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่างเช่น ใน CR 05 การดำเนินการของแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ระบุว่าได้บรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้จำนวน ๓ เป้าหมายแล้ว ซึ่ง ๓ เป้าหมายนั้นประกอบด้วย
เป้าหมายที่ ๑ ยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
เป้าหมายที่ ๒ การกระจายความเจริญและความเข้มแข็งของภาคสังคม
และเป้าหมายที่ ๓ การปรับบทบาท โครงสร้างและกลไกสถาบันบริหาร จัดการเศรษฐกิจของประเทศ
แต่พอเรามาดูเนื้อในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สำเร็จตามทั้ง ๓ เป้าหมาย ดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในหน้า ๙๘-๑๐๓ ดิฉันคิดว่านี่ไม่ได้เป็นการปฏิรูปประเทศ ให้เกิดสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากสิ่งที่ทำกันอยู่แล้ว เช่น การดำเนินการในหัวข้อที่ ๓ หน้า ๑๐๑ การปรับปรุงระบบภาษีอากรให้มีความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มพูนรายได้ของรัฐใน ด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบุผลงานของการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการถ่ายลำและผ่านแดนของภูมิภาค ASEAN ว่ามีการเร่งรัดการลงนามบันทึก ความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย และบันทึก ความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งผู้โดยสารทางถนนข้ามพรมแดนไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าใครที่ติดตามเรื่องปัญหาการถ่ายลำและผ่านแดนจะทราบว่าการหารือบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทย-มาเลเซียฉบับนี้มีการหารือทวิภาคีในเวทีต่าง ๆ กันมานานมากแล้ว ถ้าดิฉัน จำไม่ผิดเป็นการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ราว ๆ นี้ค่ะ มันเป็นการหารือ ที่ทำกันมาก่อนที่จะมีแผนปฏิรูปฉบับนี้เสียอีก ถ้าท่านประธานดูต่อในหน้า ๑๐๒ จะระบุถึง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค มีการยกตัวอย่างผลสำเร็จการดำเนินการขับเคลื่อนปฏิรูปผ่านการประชุมเจรจาความตกลง การค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ท่านประธานที่เคารพคะ FTA ไทย-สหภาพยุโรป เริ่มเจรจามา ตั้งแต่สมัยนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ถูกสหภาพยุโรประงับการเจรจา เพราะมีการรัฐประหาร ในปี ๒๕๕๗ นี่เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นชัดว่าไม่มีแผนปฏิรูปประเทศฉบับนี้เขาก็เจรจา FTA ฉบับนี้ กันอยู่แล้ว รัฐบาลในอดีตเขาเจรจามาตั้งแต่ก่อนมีแผนปฏิรูปประเทศฉบับนี้ค่ะ การรัฐประหารจนทำให้เกิดแผนปฏิรูปประเทศฉบับนี้ต่างหากที่ทำให้การเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปต้องสะดุดหยุดลง วันนี้จะมาทำต่อจากสิ่งที่รัฐบาลอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เคยทำเอาไว้ก็ล่าช้ามาก เพราะกว่าจะสามารถกลับมาขอเจรจาได้ก็เกือบจะหมดอายุ รัฐบาลนี้ไปแล้วค่ะ นอกจากนี้ก็ยังได้ระบุผลงานการปฏิรูปประเทศต่ออีกว่า มีการเจรจาภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-แคนาดา ตัวอย่างนี้ก็เช่นเดียวกันมันเป็น FTA ที่ประเทศสมาชิก ASEAN ได้หารือพูดคุยกัน เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เกิดขึ้นก่อนที่ไทยจะมีแผน ปฏิรูปประเทศฉบับนี้ ก็คือในปี ๒๕๕๑ อีกแล้วค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ นี่เป็นตัวอย่าง เพียงแค่ในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น จะเห็นว่าหลายอย่างเป็นสิ่งที่แม้ไม่มีแผนปฏิรูปประเทศ ฉบับนี้ก็เป็นสิ่งที่หน่วยงานดำเนินการกันอยู่แล้ว และดิฉันเชื่อว่าถ้าเราไปดูในรายละเอียด ในด้านอื่น ๆ ก็คงจะไม่แตกต่างกัน การที่เราเอางานที่ทำอยู่แล้วมายัดใส่แผนปฏิรูปแบบนี้ จะเรียกว่าเป็นการปฏิรูปประเทศที่แท้จริงได้อย่างไร แบบนี้ดิฉันก็ไม่แปลกใจที่สมาชิก หลายท่านจะเห็นว่าผ่านมากกว่า ๕ ปี แต่แผนปฏิรูปฉบับนี้ก็ดูไม่มีความคืบหน้า ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งปฏิรูปก็เหมือนจะยิ่งถอยหลัง ท่านประธานที่เคารพ ร่มใหญ่ของแผนปฏิรูปประเทศก็คือยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แต่ร่มที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีและแผนปฏิรูปประเทศถือกำเนิดขึ้นคือรัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นมรดกที่คณะรัฐประหารใช้ขีดเส้นทางประเทศไทยให้เดินตามแม้ไม่อยู่ในอำนาจแล้ว ดังนั้นการที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้สำเร็จได้ เราต้องเริ่มแก้ที่โครงสร้างใหญ่ของ ประเทศ ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ฉบับนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้เป็นโอกาสของ ท่านทั้งหลายที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นนั่งร้านให้กับเผด็จการที่จะเปลี่ยนมาเป็นนั่งร้านให้กับ ประชาชนมาร่วมกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ทำให้เกิดกำเนิดแผน ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศทั้งหลายที่ได้สร้างพันธนาการให้กับประเทศไทยเอาไว้ เป็นกับดักที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศห้ามพัฒนา มาร่วมกันแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด เปิดทางให้ประเทศไทยได้เริ่มต้นใหม่ด้วยการร่วมกันสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขอบคุณค่ะ