นพพล ท้วงติงบริหารน้ำไม่ชัด-เรียกร้องแผนส่งน้ำเกษตรกรเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

นพพล เหลืองทองนารา หารือประเด็นการปฏิรูปการเกษตร โดยเน้นปัญหาการเข้าถึงน้ำของเกษตรกร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลพื้นที่ชลประทานระหว่างหน่วยงาน ทั้งยังท้วงติงการบริหารจัดการน้ำที่ขาดความชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มีการวางแผนส่งน้ำอย่างเป็นระบบและทันเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของแผนแม่บทและการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานรัฐ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ ผมเองก็ตั้งใจยิ่งมาทราบว่าวันนี้เป็นการรายงาน ผลสรุปการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศประจำปีที่มารายงานต่อสภาทุก ๆ ๓ เดือน เป็นครั้งสุดท้าย ผมเองเสียดายมากเพราะผมถือว่าการรายงานของท่านแม้จะดูเหมือนว่า มันมาบ่อย แต่ว่าความมาบ่อยนี่ทำให้ผู้แทนอย่างพวกเราได้รับความรู้หลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้น ก็เสียดายเหมือนกันนะครับ ท่านครับ การปฏิรูปก็มีอยู่หลายด้านแต่ผมจะขอพูดในส่วนของ ด้านการเกษตร แล้วก็แยกย่อยมาเป็นในส่วนของเรื่องน้ำโดยเฉพาะ เพราะผมเอง ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องน้ำ การทำมาหากินของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นชนชั้น ที่พวกเราเองติดหนี้บุญคุณพวกเขามาก แต่ว่าชีวิตพวกเขานี่ย่ำแย่ที่สุด ได้อะไรก็จะได้ ทีหลังเขาหมด การพัฒนาทั้งหลาย หรือว่าประโยชน์ทั้งหลายโดนเอารัดเอาเปรียบมากที่สุด เพราะฉะนั้นผมเองก็ขอที่จะให้ความสำคัญกับกลุ่มพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ท่านครับ ประเทศไทยที่เรารู้ ๓๒๑ ล้านไร่พื้นที่ทั้งหมด แต่ ๓๒๑ ล้านไร่สำหรับขวานทองมีพื้นที่ที่มัน จะพัฒนาอยู่ในด้านเกษตรกรรมได้แค่ ๑๕๔ ล้านไร่ ประมาณ ๔๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง และ ๑๕๔ ล้านไร่นี่พัฒนาไปเป็นพื้นที่ในเขตชลประทานได้ก็แค่ ๖๐ ล้านไร่เท่านั้นครับ แต่ปัจจุบันนี้ ๑๒๐ ปีของกรมชลประทานผ่านมาแล้ว ตัวเลขของท่านกับของกรมชลประทาน ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรทุกปี ปีนี้ทางกรมชลประทานบอกว่าเขามีพื้นที่ชลประทาน ที่พัฒนาแล้วอยู่ ๓๕.๕ ล้านไร่ แต่ของท่านบอกว่ามีอยู่แค่ ๓๓.๓๓ ล้านไร่ เอาละก็ไม่เป็นไร ผิดกันแค่ ๒ ล้านกว่าไร่เองนะครับ

ท่านครับ ในเป้าหมายของแผนแม่บทด้านที่ ๒ ในเรื่องของด้านแหล่งน้ำ ในพื้นที่กักเก็บน้ำก็ดี หรือการขยายพื้นที่ชลประทานก็ดี ในแผนแม่บท ๒๐ ปีเริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๘๐ ท่านบอกว่าในแผนแม่บทบอกว่าจะต้องเพิ่มจำนวนการกักเก็บน้ำ พอไปถึงปี ๒๕๘๐ ต้องให้ได้ ๙๓,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันมันได้อยู่ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็เพิ่มพื้นที่ชลประทานจากวันนี้ ๓๐ กว่าล้านไร่ ให้เป็น ๕๑ ล้านไร่ ผมเป็นห่วงจริง ๆ แต่มันก็ยังอีกระยะยาวนะครับ จะดูถูกดูแคลนกันไป ตั้งแต่ตอนนี้มันก็ดูกระไรอยู่ เอาในโลกของความเป็นจริงดีกว่า ผมเองก็ได้ไต่ถาม และผมเอง ก็ไม่รู้ว่าในสิ่งที่ผมพูดไปในแต่ละปี ในแต่ละรอบที่ท่านมารายงานเกี่ยวกับเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำซึ่งมันอยู่ในแผนเล่มนี้อยู่ในแผนปฏิรูป ซึ่งเขียนไว้เป็นข้อลำดับแรก ๆ เลย ถือว่าเป็นหัวข้อหลักในเรื่องของการบริหารจัดการ แต่ว่าตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้กี่ปีผ่านมาแล้วการบริหารจัดการก็ยังมีปัญหาตลอด แม้ว่าในบางช่วง น้ำที่เป็นต้นทุนของเกษตรกรก็พอมี ผมให้ความยุติธรรมใช้คำว่าพอมี ผมไม่บอกว่ามีมากมาย เอาแค่พอมีนะครับ ท่านครับ ตรงนี้พี่น้องเกษตรกรก็รอคอยว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างไร เริ่มตั้งแต่เมื่อไร เรื่องแผนการเพาะปลูก แผนการส่งน้ำ ท่านจะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้อุ่นใจ ว่าก่อนที่จะถึงฤดูการผลิตอย่างน้อยเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะมีน้ำเท่าไรนะครับ เพราะในสิ่งเหล่านี้ในการบริหารจัดการน้ำอย่างที่ผมบอกนะครับ รัฐบาลเขียนไว้ ให้ความสำคัญ แต่ผมไม่รู้ว่าเขียนไว้อย่างนั้นหรือเปล่า แต่ในความใส่ใจทุกวันนี้ที่รัฐบาล รักษาการจัดการอยู่ ผมไม่เห็นจะมีความใส่ใจสักเท่าไรเลย เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม อย่างในคราวนี้ตอนแรกเราก็คิดว่าน้ำมันจะไม่มี จริง ๆ ผมก็ใจหาย ยกตัวอย่างเขื่อนสิริกิติ์ ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคมมีน้ำลดต่ำลงมาก เหลือจะไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำก็คือมีน้ำใช้ได้ เหลืออยู่แค่ ๗๔๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่โชคดีที่ว่าช่วงหลัง ๒ อาทิตย์ถัดมาจนถึงวันนี้ น้ำจาก ๗๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พี่น้องเกษตรกรก็ยังสอบถามมานะครับว่าตกลงแล้วเขาจะได้นำทำนาไหม ท่านเองถ้าบอกว่า มีการรณรงค์อยู่แล้วว่าไม่ให้ทำนาต่อเนื่องกัน ท่านเพิ่งจะมาบอกกันเมื่อไร แล้วบอกก็นี่ไม่ได้ เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อไรมันจะเป็นกิจจะลักษณะเหมือนอย่างแผนที่เขียนไว้สักที เหมือนอย่างที่ท่านอยากจะให้เห็นว่าการวางแผนในระบบการเกษตรในวันข้างหน้า ทุกอย่างมันต้องเป็นระบบ ต้องเป็นแผน แล้วอย่างนี้ท่านจะไปโทษเกษตรกรว่าห้ามแล้ว อะไรแล้วว่าอย่าปลูกต่อเนื่อง เพราะน้ำมันไม่ค่อยมี ถ้าอย่างนี้ก็ต้องรับผิดชอบกันเอง มันไม่ยุติธรรมนะครับถ้าแบบนี้ เพราะฉะนั้นในเที่ยวนี้ผมก็ยังจะดูใจของหน่วยงานราชการ ตั้งแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของแผนปฏิรูปประเทศ ไปจนถึงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไปจนถึงกรมชลประทานว่าพี่น้องเกษตรกรขอวงแคบเข้ามาก็คือ ในจังหวัดพิษณุโลก ในอำเภอพรหมพิราม ในอำเภอเมือง ในอำเภอวัดโบสถ์จะได้ไหม น้ำที่จะต้องส่งให้ต้นข้าว ณ เวลานี้ เพราะน้ำมันก็เพิ่มขึ้นมา ได้น้ำฟรี ๆ มาอีก ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านจะใจดำไหม ในเมื่อชาวนาเขาลงทุนไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ลงทุนนี่ผมก็จะห้ามเขา แต่ ณ วันนี้เขาลงทุนไปแล้ว และท่านจะเห็นชาวนา เขายืนตายอย่างนั้นหรือ เพราะส่วนหนึ่งท่านต้องยอมรับว่าเป็นเพราะความไม่ชัดเจน ของหน่วยงานราชการ จะไปว่าประชาชนไม่รู้เรื่องนี่ผมว่าไม่ถูกนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองก็ขอเรียกร้องผ่านท่านด้วย ท่านบอกสำเร็จแล้วทั้ง Big Data เอย ทั้งในเรื่องของ การบูรณาการกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในการบริหารจัดการน้ำ ท่านก็บอกเรียบร้อยแล้ว และเรียบร้อยแล้วสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยา ก็เป็น ๑ หน่วยงานในการบูรณาการเรื่องน้ำ มีการพยากรณ์ล่วงหน้าว่าน้ำมันจะมี ไม่มี ท่านไม่บอกเขาไปชัดเจน แล้วพออย่างนี้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ พอเกษตรกรลงทุนไปแบบนี้ ถ้าท่านจะนิ่งดูดาย ปล่อยให้เกษตรกรที่กำลังเพาะปลูกอยู่ตอนนี้และลงทุนไปแล้ว และหว่านปุ๋ยไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่ได้น้ำแล้วต้นข้าวยืนตาย ถ้าฝนมันทิ้งช่วงด้วยนี่บาปกรรม และผมก็จะถือว่าท่านโกหกในสิ่งที่ท่านรายงานกับพวกผมมา ขอบคุณมากครับ