ดนุชา แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศ-ชี้แจงปัญหาไฟฟ้า-ที่ดิน-การศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ดนุชา พิชยนันท์ ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 258 โดยย้ำบทบาทวุฒิสภาในการติดตามและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมรายงานความก้าวหน้าของแผนปฏิรูปที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นกว่า 56 ครั้งทั่วประเทศ และการดำเนินการในหลายด้าน เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารราชการ การปรับบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล การแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน การลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และการปรับโครงสร้างการผลิตและซื้อขายไฟฟ้าอย่างโปร่งใสและมั่นคง โดยยังคงเร่งขับเคลื่อนแม้เผชิญวิกฤติโควิด-19 และมีการอัปเดตข้อมูลด้านการศึกษา คนจน และพลังงาน รวมถึงการประสานส่งข้อมูลโครงการต่างๆ ให้สมาชิกสภาเพื่อความโปร่งใสและต่อเนื่องในการดำเนินงาน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ จะขออนุญาตตอบข้อซักถาม แล้วก็ในบางเรื่องอาจจะต้องขออนุญาต รับไปเพื่อที่จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ มาแจ้ง กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณนะครับ ในข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อคำถามต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้มีคำถามมา แล้วก็ได้ให้ข้อเสนอแนะ มานะครับ

ขออนุญาตไปที่ข้อแรกก่อนนะครับ ที่ท่านทวี สอดส่อง ได้สอบถาม เรื่องของการดำเนินงานภายหลังจากนี้ หลังจากสิ้นสุดแผนปฏิรูปแล้วอำนาจของ สว. เป็นอย่างไร อันนี้ผมขออนุญาตเรียนว่าผมได้ประสานไม่เป็นทางการกับทางหน่วยงาน ด้านกฎหมาย และทราบอย่างที่ผมเรียนในตอนต้นนะครับว่าอำนาจหน้าที่ในการติดตาม เรื่องของการปฏิรูปประเทศของ สว. ชุดปัจจุบันที่อยู่ ณ เวลานี้เป็นอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มเติม ขึ้นมาภายใต้มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็เรื่องของการรายงานทุก ๓ เดือน ก็อยู่ในมาตรานั้นด้วยเช่นกันนะครับ ทีนี้หลังจากที่สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันหมดอายุแล้ว หลังจากนี้ก็คงจะมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การกลั่นกรองกฎหมาย เรื่องของการติดตามการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็การให้คำแนะนำ หรือว่าการให้ความเห็นชอบในการดำรงตำแหน่งของบุคคลต่าง ๆ ซึ่งได้กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ถ้าหากวุฒิสภาชุดถัดไปท่านเห็นว่าอยากจะมาติดตามหรือสอบถามเรื่องของ การปฏิรูปประเทศก็สามารถดำเนินการได้ ภายใต้อำนาจหน้าที่ในเรื่องของการติดตาม การบริหารราชการแผ่นดินนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมได้รับคำตอบจากหน่วยงานทางด้าน กฎหมายนะครับ

อีกส่วนหนึ่งนะครับ สำหรับในเรื่องข้อคำถามของท่านสมาชิก แล้วก็ มีบางเรื่องที่ผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ คำถามของท่านสมาชิกที่บอกว่า แผนปฏิรูปประเทศไม่ได้มีการรับฟังความเห็นของประชาชน ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ในการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศเมื่อตอนเมษายน ช่วงปี ๒๕๖๐ ต่อด้วยปี ๒๕๖๑ เรามีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนไปทั้งหมด ๕๖ ครั้งทั่วประเทศ ที่แน่ ๆ เรามี การจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ๔ ภาค แล้วก็มีการจัดการรับฟังความคิดเห็น ในช่องทางต่าง ๆ ด้วยนะครับ ซึ่งก็มีพี่น้องประชาชนให้ความเห็นเข้ามาหลากหลาย แล้วก็ สำหรับการที่มีการปรับปรุงตัวแผนการปฏิรูปประเทศ จากเดิมที่ท่านอาจจะเห็นว่ามันเป็น เล่มหนา ๆ ประมาณ ๑๐ กว่าเล่ม แล้วก็เหลืออยู่เป็นเล่มเล็ก ๆ อยู่แค่ด้านละประมาณ ๕ เรื่อง ซึ่งเรียกว่า Big Rock นี่นะครับ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่เราปรับส่วนใหญ่ ก็จะเป็นไปตามความเห็นของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่ได้มีการให้ ความเห็นไว้ในช่วงแรกที่เราได้มีการดำเนินการเรื่องการปฏิรูปประเทศว่ามันอาจจะมี เรื่องเยอะเกินไป อาจจะดึงเอาแต่เฉพาะตรงส่วนที่มันสามารถจะเห็นผลได้ในทันทีขึ้นมา ก็ได้มีการปรับปรุงตัวนั้นในภายหลังต่อมา แล้วก็ได้มีการรับฟังความคิดเห็นด้วยนะครับ

ในส่วนที่เป็นเรื่องของตัวกฎหมายที่มีอยู่ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ๓๕ ฉบับนะครับ ผมขออนุญาตเรียนข้อมูลเพิ่มเติมอย่างนี้ครับว่าใน ๓๕ ฉบับ มันจะมีอยู่ ๔ ฉบับที่หน่วยงานรับผิดชอบเห็นว่าสามารถใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วได้นะครับ ส่วนอีก ๓๑ ฉบับก็ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ เนื่องจากว่าเราได้สอบถามไปที่ทางหน่วยงาน ต้นทาง เพราะว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในรายงานไม่ว่าจะเป็นรายงานประจำปีหรือว่ารายงาน ตามมาตรา ๒๗๐ ที่รายงานทุก ๓ เดือน ความก้าวหน้าทางด้านการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ ได้ประสานข้อมูลกับทางหน่วยงานนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เดี๋ยวก็จะต้องไปดูว่า ในอีก ๓๑ ฉบับที่เหลืออยู่ในขั้นตอนใดบ้าง เพราะต้องเรียนว่าเรื่องการร่างกฎหมาย เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องแล้วก็มีผลกระทบในวงกว้าง หน่วยงานก็คงจะต้องดู ด้วยความรอบคอบเหมือนกันนะครับ

ต้องขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ในช่วง ที่ผ่านมานี่นะครับ อย่างที่เราทราบกันว่าเราโดนเรื่องของวิกฤติ COVID-19 ไป ๒ ปี ช่วงปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งก็ทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ มันสะดุดไปบ้าง แต่ว่าก็ได้ มีการเร่งดำเนินการในช่วงหลังนะครับ ในส่วนของผลที่เกิดขึ้นในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ตามรายงานที่ได้มีการรายงานไว้นี่นะครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าในการปฏิรูป ประเทศ เรายึดเป้าหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๕๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในรัฐธรรมนูญจะมีการกำหนดเรื่องการปฏิรูปประเทศไว้ ๖ ด้าน แล้วก็มีการกำหนด ตัวผลที่คาดว่าอย่างน้อยควรจะต้องให้เกิดขึ้นนะครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นเรื่องของ การบริหารราชการแผ่นดิน ในตัวที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็มีการบอกว่าต้องมีการนำ เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำบริการ สาธารณะต่าง ๆ หรือว่าในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างก็ควรจะต้องมีระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีความคล่องตัว เปิดเผยตรวจสอบได้ หรือว่าในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็ต้องมี การกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในทุกขั้นตอน เป็นต้นนะครับ ซึ่งในแต่ละเรื่องจะเห็นว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องที่พยายามทำให้เกิดกลไก หรือกระบวนการทำงานที่จะนำไปสู่การดำเนินงานปฏิรูปได้อย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป เพราะว่าแน่นอนครับ การปฏิรูปประเทศนี่แม้ว่าในข้างต้น ๕ ปีที่ผ่านมาก็เดินไปได้ ประสบ ความสำเร็จไปได้ระดับหนึ่งนะครับ แต่ว่าก็ยังคงต้องมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะ ทำให้เกิดการปรับโครงสร้างอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นในส่วนที่เรามีการดำเนินการจัดทำ รายงานในครั้งนี้ก็ได้มีการพิจารณาจากสิ่งที่กำหนดไว้ในผลที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า อย่างน้อยต้องให้เกิดอะไรบ้าง

ขออนุญาตนำเรียนข้อมูลอย่างนี้ครับว่าในเรื่องของการให้บริการของรัฐ ต่าง ๆ ที่ได้มีการพูดถึงว่าอาจจะยังไม่ได้มีการปรับปรุงไปมาก ผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่ผ่านมาระบบการบริหารจัดการภาครัฐเองปรับไปสู่ระบบ Digital มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะ เรื่องของการให้บริการประชาชน เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับในเรื่องของ การให้บริการประชาชน ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชนก็ได้มีการปรับให้เป็น ระบบ Digital ซึ่งสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวดเร็วมากขึ้น ทั้งหมดมีอยู่ ประมาณ ๒,๔๒๐ บริการที่สามารถจัดทำให้เป็นระบบ Online ได้ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มี การดำเนินการไปแล้วประมาณ ๘๘๙ งานบริการนะครับ ซึ่งก็จะแยกเป็นเรื่องของ งานบริการที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต แล้วก็การขออนุญาตต่าง ๆ ซึ่งสามารถทำได้ ในระบบ Online ก็จะอยู่ที่ประมาณ ๓๒๒ งานบริการ แล้วก็อีก ๑๑๗ งานบริการเป็นเรื่อง ของการชำระเงิน Online ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกมากขึ้น และอีก ๔๕๐ งานบริการ เป็นการยื่นคำขอต่าง ๆ ที่สามารถยื่นคำขอได้ในทาง Online แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ก็น่าจะทำให้เรื่องของการให้บริการภาครัฐในระยะถัดไปสามารถจะให้บริการได้รวดเร็วขึ้น แล้วก็ลดปัญหาในแง่ของการรอของประชาชน หรือว่าในแง่ของภาคธุรกิจก็สามารถ ดำเนินการได้เร็วขึ้นนะครับ

ส่วนประเด็นในเรื่องของทนายความอาสาที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่ามันยังไม่มี ครบถ้วนทุกสถานีตำรวจ มีอยู่แค่ประมาณ ๒๐๐ กว่าแห่งนี่นะครับ เรียนว่านอกเหนือจาก ที่เรามีการให้ทนายอาสาเข้าไปอยู่ใน ๒๐๐ กว่าแห่งนั้นแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการทำระบบร่วมกับทางสภาทนายความ ทำระบบที่เป็นระบบ Application LINE ในการที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนติดต่อในเรื่องของข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อทำให้เขา สามารถที่จะติดต่อได้ง่ายขึ้น สามารถที่จะติดต่อได้ตั้งแต่ ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ นาฬิกา อันนี้ เป็นข้อมูลที่เราได้รับมาจากทางหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องนี้นะครับ

เรื่องของการแก้ปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ได้มีการเน้นไปในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องของความทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐกับที่ดิน ของพี่น้องประชาชน อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐเองบางที ก็ไปออกแนวเขตครอบที่ดินของพี่น้องประชาชนไว้ ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่มาก่อนหน้านั้นแล้ว อะไรประมาณนี้นะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมีการดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้มีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติขึ้นมาที่จะเป็นผู้ดำเนินการ และขณะนี้เอง ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการดำเนินงานเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างจะล่าช้าเหมือนกัน เพราะว่า จริง ๆ แล้วหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาก็ได้มีการร่วมดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ว่ามันมี ความล่าช้าในเรื่องของการพิสูจน์สิทธิอะไรต่าง ๆ พวกนี้ที่ทำให้การดำเนินงานมันอาจจะ ล่าช้าไปสักนิดหนึ่งนะครับ แต่ต้องเรียนว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ เรื่องของ One Map ก็ได้มีการทำไปในหลายพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ถ้ามันมีการดำเนินการที่ชัดเจน เรื่องของการพิสูจน์สิทธิอะไรต่ออะไรมันก็จะเร็วขึ้น ถ้ามีการดำเนินการพิสูจน์สิทธิได้เร็ว ก็จะทำให้การทำงานเร็วขึ้นไปด้วยนะครับ

ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นทางกฎหมาย ที่ท่านสมาชิกได้พูดว่า ๑๕ วันมันไม่เพียงพอ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายมันเป็นขั้นต่ำ ๑๕ วัน แล้วก็ระบบในการรับฟังความคิดเห็นทางกฎหมายก็มีทั้งระบบกลางที่จัดทำโดยสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ระบบที่หน่วยงานสามารถจะเลือกได้ด้วยว่าจะทำเอง หรือจะ ใช้ระบบกลาง หรือจะใช้ทั้ง ๒ ระบบร่วมกันก็ได้ แต่ ๑๕ วันจะเป็นขั้นต่ำ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นมากกว่า ๑๕ วันแน่นอนนะครับ

ในส่วนที่เป็นประเด็นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเด็กหลุดออกนอกระบบ การศึกษา พวกนี้ที่ยังคงเป็นปัญหา ที่จะต้องมีการดูแลแก้ไข ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่ผ่านมาในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้เด็กเล็ก มีการทำทั้งเรื่อง การสำรวจข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็มีการทำในเชิงมาตรการออกมาแล้วนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ได้มีการ ดำเนินการอย่างจริงจังและเกิดผลก็คือการใช้กลไกกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษา ไปช่วยนำเอาเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาสู่ระบบ เพราะว่าจากที่ได้มี การให้ตัวเลขไว้นะครับ ก็มีการดำเนินงานไปแล้วสำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบ ได้รับความช่วยเหลือไปทั้งหมดประมาณ ๓๖,๒๖๘ คน แล้วก็ที่อยู่นอกระบบได้กลับเข้ามา อยู่ในระบบอีกประมาณ ๗,๑๔๒ คน ซึ่งอันนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องขั้นต้นซึ่งคงต้องมี การดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป เพราะว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ

มีเรื่องที่ผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งนะครับ เรื่องของจำนวน คนจนในประเทศไทย จริง ๆ แล้วถ้าโดยหลักที่ทางสำนักงานได้มีการดำเนินงานไว้ ก็จะดูจากเส้นความยากจนนะครับ เส้นความยากจนขณะนี้อยู่ที่ประมาณ ๒,๘๐๐ บาท ต่อคนต่อเดือน ซึ่งในเรื่องของการใช้เส้นความยากจน เพื่อมาดูเรื่องของจำนวนคนจน อันนี้เป็นมาตรฐานสากลที่ได้มีการทำกันในหลายประเทศ เพราะฉะนั้นในขณะนี้เองก็ต้อง เรียนว่าในปี ๒๕๖๑ จำนวนคนจนเรามีอยู่ประมาณ ๕.๗ ล้านคน ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็น การสำรวจล่าสุดมีอยู่ ๔.๔ ล้านคน คนจนก็ลดลงนะครับ แต่ทีนี้ในส่วนที่ท่านพูดถึงเรื่องของ จำนวนคนที่อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อันนี้เป็นอีกเกณฑ์หนึ่งที่ทางกระทรวงการคลัง เขาตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งแน่นอนก็จะต้องรวมคนกลุ่มที่เป็น คนยากจนตรงนี้ไปด้วยนะครับ

เรื่องของความไม่เสมอภาค เรื่องความเหลื่อมล้ำ ต้องเรียนว่าเรื่องของ ความไม่เสมอภาคทางด้านรายได้ ถ้าดูตั้งแต่ในช่วงปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมามีแนวโน้มลดลง ต่อเนื่องนะครับ ในปี ๒๕๖๐ ค่าดัชนีอยู่ที่ประมาณ ๐.๔๖ กว่า ๆ ตอนนี้อยู่ประมาณ ๐.๔๓ แต่เรื่องนี้ก็คงต้องมีการดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินงานนี้มันลดลงนะครับ

ผมขออนุญาตใช้เวลานิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของภาคพลังงานที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้มีการพูดถึงเรื่องของพลังงานที่มีราคาค่อนข้างสูงในขณะนี้ โดยเฉพาะค่าไฟ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าระบบของเราในการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าก็จะมีทั้งที่ทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นผู้ดำเนินการ แล้วก็มีการเปิดให้เอกชนเข้ามาในรูปแบบของ Independent Power Producer หรือว่า IPP ก็ทำมานานเป็นสิบปีแล้วระบบนี้นะครับ โดยที่ผู้ผลิตภาคเอกชนก็จะขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. โดยมีสัญญาร่วมกัน ที่ผ่านมาราคา มันไม่ได้สูง แต่ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา จริง ๆ ตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วที่ราคามันพุ่งสูงขึ้นมาก ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เราใช้ ก๊าซธรรมชาติในการผลิต ที่ผ่านมาเราใช้ก๊าซในอ่าวซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณสัก ๕ เหรียญ ต่อล้าน BTU ใช้ในการผลิตซึ่งก็ทำให้ราคามันไม่สูง แต่ทีนี้ในช่วงที่ผ่านมามันมีการหมดสัญญาของแหล่งสัมปทานก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งก็ได้มี การประมูลเรียบร้อย ผู้ได้สัญญาคนใหม่ก็จะต้องเข้าไปดำเนินการผลิต มันมีปัญหาในแง่ของ ความล่าช้าในการ Transition ระหว่างผู้รับสัมปทานเดิมกับผู้รับสัมปทานใหม่ก็ทำให้ การผลิตก๊าซในอ่าวมันตกลงไป ซึ่งก็เป็นที่มาว่าทำให้เราต้องมีการนำเข้าตัว LNG จากต่างประเทศเข้ามา LNG หรือว่าตัว Liquefied Natural Gas ตัว LNG ที่เข้ามาก็ต้อง เรียนอย่างนี้ครับว่าที่ผ่านมาราคาก็จะวิ่งอยู่ประมาณสัก ๗ เหรียญ ๖ เหรียญ ๘ เหรียญ ๙ เหรียญประมาณนี้ก็ไม่ได้เกินนี้นะครับ แต่ทีนี้ในช่วงปีที่แล้วราคา LNG หลังจากที่มี เหตุการณ์ในยูเครน มันทำให้ราคา LNG พุ่งขึ้นมาจากเดิมที่อยู่ประมาณ ๗-๘ เหรียญ ขยับขึ้นมาถึงประมาณ ๔๘ เหรียญต่อล้าน BTU ก็เป็นที่มาที่ทำให้ค่าไฟในประเทศเรา ต้องมีการปรับขึ้น แน่นอนครับ สูตร Ft ค่า Ft ที่เกิดขึ้นก็เป็นตัวหนึ่งที่เป็นตัว Adjust ในเรื่องของค่าพลังงาน แต่ว่าตอนนี้ที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการที่จะพยายามลดผลกระทบ กับพี่น้องประชาชนผ่านเรื่องของการให้ความช่วยเหลือ เรื่องของการลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า ซึ่งก็ได้ให้รัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ในการรับภาระไปก่อน ซึ่ง ณ ขณะนี้ราคา LNG ก็เริ่มกลับเข้ามา อยู่ในระดับปกติ อยู่ในระดับประมาณสัก ๑๐-๑๑ เหรียญ ซึ่งก็จะทำให้ราคาของค่าไฟ ในช่วงถัดไปมีแนวโน้มที่จะลดลงนะครับ รวมทั้งในช่วงต้นปีหน้าประมาณไม่เกินไตรมาส ๑ ของปีหน้ากำลังการผลิตก๊าซในอ่าวก็จะกลับขึ้นมาอยู่ในระดับที่เป็นปกติ ก็น่าจะทำให้ เรื่องของราคาค่าพลังงานก็คงจะลดลงนะครับ

ทีนี้ก็จะมาในเรื่องที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเมื่อสักครู่นะครับ เรื่องของ การซื้อขายไฟฟ้ามันจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไหม อันนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่าง การดำเนินงาน เพราะว่าตอนนี้การไฟฟ้าทั้ง ๓ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำลังร่วมกันที่จะทำสิ่งที่ เรียกว่าเป็น Energy Trading Platform ที่จะเป็นการรับซื้อไฟจากแหล่งต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งก็จะทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนถูกสามารถที่จะส่งไฟเข้ามาได้ แต่แน่นอนครับ เรื่องของ Third Party Access ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ๆ เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้คือเรื่องของตัวค่า Access ยังไม่ได้มีการพิจารณากันอย่างจริงจังว่าตกลงจะเป็น เท่าไร อย่างไร ก็เลยทำให้การทำเรื่องนี้อาจจะยังเดินได้ไม่มากนักนะครับ

ทีนี้พอมาถึงเรื่องที่ท่านสมาชิกถาม เรื่องของการทำโครงข่ายไฟฟ้าต้องเรียน อย่างนี้ครับว่าในโครงสร้างของเรา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ผลิตไฟฟ้า แล้วก็ทำสายส่งระดับ 500 KV ที่เป็นสายส่ง Main ที่จะส่งไปทั่วประเทศ เป็นสายส่งหลัก การไฟฟ้านครหลวงก็จะมีพื้นที่รับผิดชอบกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปริมณฑลต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เขาก็จะมีการทำสายจำหน่าย เป็นสายจำหน่ายซึ่งก็จะแยกกัน จากสาย Main ของ กฟผ. ซึ่งก็จะรับไฟมา เช่นเดียวกันกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่รับผิดชอบ ในการพัฒนาสายส่งในต่างจังหวัด ซึ่งก็จะทำสายจำหน่ายเช่นกัน ก็จะเป็นระดับแรงดัน ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในการทำงานที่มีการดูเรื่องของ Network ขณะนี้ทาง กระทรวงพลังงานก็มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อมาพิจารณาการลงทุนในแง่ของ Network ร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หรือว่าให้ Network มันสามารถที่จะ Bypass ไปในหลาย ๆ ที่ได้ ไม่ต้อง Reline on Network เพียงแห่งเดียว เพราะว่าในเรื่อง Security ก็เป็นเรื่องสำคัญ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกันแล้วนะครับ

ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ รายละเอียดข้อมูลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่ ชลประทานที่เพิ่มขึ้น หรือว่ารายละเอียดในเชิงสถิติต่าง ๆ ผมขออนุญาตว่าเดี๋ยวจะประสาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะส่งข้อมูลมานำเรียนท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งเรื่องของ โครงการต่าง ๆ ทางด้านกีฬาด้วย ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้รับผิดชอบ ผมก็จะประสานให้แล้วก็จะส่งเป็นเอกสารมาให้ท่านสมาชิกต่อไปนะครับ ในเบื้องต้นผมขออนุญาตนำเรียนเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ