พรรณสิริ หารือแผนปฏิรูป 13 ประเด็น เน้นธรรมาภิบาล-ลดเหลื่อมล้ำ-วัดผลเป็นรูปธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความสำคัญของธรรมาภิบาล การบูรณาการอย่างแท้จริง และประสิทธิผลของโครงการในเชิงพื้นที่ พร้อมเรียกร้องตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปทั้ง 13 ด้าน โดยเชื่อมโยงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การลดความเหลื่อมล้ำ และการฟื้นฟูความสุขของประชาชน รวมถึงผลักดันการปฏิรูปการเมือง การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะที่สุโขทัย ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมที่เข้าถึงได้ สนับสนุนการบูรณาการเศรษฐกิจกับวัฒนธรรมและท่องเที่ยวผ่านวิสาหกิจชุมชน และเสนอแนวทางการทบทวนกองทุนการออม ความเสมอภาคทางการศึกษา และการสานต่อสมัชชาการศึกษาเพื่อคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทยค่ะ ในวาระการรายงานความคืบหน้าโครงการในส่วนของการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ครั้งท้ายที่สุดค่ะ ครั้งที่ ๑๘ เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ค่ะ ในเบื้องต้น ดิฉันขอแสดงความชื่นชมนะคะ วันนี้ท่านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กรุณามานำเสนอข้อมูล ด้วยตัวเองค่ะ และขอชื่นชมการดำเนินงานและการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศ ที่คณะกรรมการปฏิรูปได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนวาระ ๕ ปี พอที่จะเห็นผลสัมฤทธิ์ของ โครงการเป็นที่ต่อเนื่องอย่างตลอดมาค่ะ ในส่วนของการอภิปรายตรงนี้นะคะ ดิฉันขอเสนอ เป็น ๒ ส่วนค่ะ ส่วนแรกในเรื่องของหลักการและในเรื่องผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการ ต่าง ๆ และในส่วนที่ ๒ ดิฉันขอแสดงความเห็นในเรื่องของโครงการและกิจกรรมเชิงพื้นที่ ในบางประเด็นของการปฏิรูปค่ะ

ท่านประธานที่เคารพคะ ในหลักการของการขับเคลื่อนการปฏิรูปภายใต้ แผนยุทธศาสตร์นี้ได้กำหนดเป็นเบื้องต้นไว้ว่าเป้าหมายสำคัญนั้นจะต้องเป็นเป้าหมาย เชิงธรรมาภิบาลและเชิงการบูรณาการ หลักธรรมาภิบาลมีความเป็นสากลไม่ว่าจะเป็นนิติธรรม คุณธรรม หลักการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยของเราหลักความคุ้มค่า ดังนั้น การทำแผนปฏิรูปดิฉันมองว่าในระยะ ๒ ระยะ ๓ ต่อไป ถ้ามีการขับเคลื่อนต้องนึกถึง ความคุ้มค่าในเรื่องของประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องของการบูรณาการที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปว่าไม่ได้บูรณาการจริง ได้หยิบคว้าผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่เชื่อมโยงกันเท่าที่ควร ดิฉันยังเห็นเป็นทิศทางที่ควรจะพัฒนาในเรื่องนี้ได้นั่นก็คือขอเน้น ในเรื่องของธรรมาภิบาลและในเรื่องของการบูรณาการค่ะ

ในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ ความวาดหวังที่สูงสุดในประเด็นปฏิรูปทั้ง ๑๓ ประเด็น ท้ายสุดของแต่ละประเด็นในรายงานฉบับนี้ระบุว่าสามารถบรรลุในมาตรา ๒๕๘ และมาตรา ๒๕๗ ใน ๓ ประเด็น ในระดับประเทศชาติที่บอกว่าความรักสามัคคี ความปรองดอง ก็อยากจะ เรียนว่ามีตัวชี้วัดอะไรที่จะเห็นผลสัมฤทธิ์ในด้านนี้อย่างจริงจัง ตลอดจนบอกว่าการปฏิรูปนั้น ขอให้ผูกโยงในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดีงามค่ะ ในเรื่องขององค์ความรู้ที่พอเพียง และในเรื่องของคุณธรรมที่ควรจะมี แต่ความเข้าใจ ที่บิดเบี้ยวไปว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นไปทางภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ เราคงต้องขยายผลและทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าแผนปฏิรูปนี้สามารถเคลื่อนได้ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแท้จริงหรือไม่

ในผลสัมฤทธิ์ประการที่ ๒ ในระดับสังคม การสร้างสังคมมีสุข การสร้าง ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ จากการรายงานพบว่าร้อยละ ๑๐ ของประชากร ในประเทศไทยถือครองทรัพย์สินถึงร้อยละ ๗๗ ดังนั้นในประเด็นนี้สามารถที่จะสะท้อน เรื่องของความเสมอภาคหรือลดความเหลื่อมล้ำได้มากน้อยแค่ไหน

ในประเด็นผลสัมฤทธิ์ที่ ๓ พูดถึงความสัมฤทธิ์ของประชาชนในระดับว่า ประชาชนอยู่ดีมีสุขอย่างมีส่วนร่วม ดัชนีชี้วัดการมีความสุขของประชาชน World Happiness Report ได้รายงานไว้ว่าอัตราร้อยละของการมีความสุขของคนไทยลดลง โดยเฉพาะในปี ๒๕๓๙ คนไทยมีความสุขในระดับสูง แต่ต่อมาอีก ๑๐ ปีและจนกระทั่ง ถึงปี ๒๕๖๓ ระดับความสุขของคนไทยกลับลดลงไปอยู่ที่อันดับที่ ๕๔ ในการประเมินผล ระดับนานาชาติค่ะ ดังนั้นในโอกาสต่อไปวาระ ๒ และวาระ ๓ ของการขับเคลื่อนแผนปฏิรูป ดิฉันมั่นใจว่าตัวชี้วัดเชิงประสิทธิผลที่จะยึดโยงว่าประโยชน์สูงสุดและประหยัดสุด น่าจะเกิดขึ้นได้ค่ะ

ในกรณีรายประเด็นโครงการและกิจกรรมจากประเด็นปฏิรูป ๑๓ ประเด็น ดิฉันขอเคลื่อนไปที่ประเด็นด้านการเมืองค่ะ ในประเด็นด้านการเมือง เห็นภาพความสำเร็จ ที่น่าชื่นใจ โดยยึดโยงกับสถาบันพระปกเกล้าและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดิฉัน ขอสนับสนุนให้การขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัตินโยบายสาธารณะได้ขับเคลื่อนได้สำเร็จ โดยเร็ว จากรายงานในส่วนท้ายบอกว่ายังอยู่ในขั้นที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีลงนาม เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมองว่าจะนำไปสู่การกระจายอำนาจ ที่แท้จริงในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ซึ่งปรากฏให้เห็นเชิงพื้นที่เช่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถ้าจะขับเคลื่อนนโยบายหรือแผนพัฒนาประจำปี แผนพัฒนา ๕ ปี ๔ ปี จะต้อง ใช้กระบวนการภาคประชาสังคมในการมีส่วนร่วม นั่นก็คือการเมืองที่แฝงฝังไปในมิติ ของการพัฒนาในทุกด้าน เห็นความสำคัญที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย ได้ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมทางการเมืองไปยังสภานักเรียน ตรงนี้ขอให้ทำต่อ ด้วยความชื่นชมเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ในประเด็นปฏิรูปด้านที่ ๒ ที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ก็คือเรื่องของกระบวนการ ยุติธรรม ได้ระบุในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ไว้ว่ากระบวนการยุติธรรมทำอย่างไรจะถึงในระบบ ของกองทุนยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ขอชื่นชมไปยังกระทรวงยุติธรรมนะคะ ที่ผ่านมานี้ สามารถที่จะทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในคดีความได้รับการช่วยเหลือ ถึงร้อยละ ๙๗ ตลอดจนการมีตำรวจที่มาเชื่อมโยงกับในส่วนของทนายความ มีทนายความ ทุกสถานีตำรวจ ดิฉันขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ในด้านเศรษฐกิจไม่บูรณาการกับด้านที่ ๑๓ คือวัฒนธรรม ประเพณี และเรื่องท่องเที่ยว ดิฉันอยากจะเห็นภาพการบูรณาการในระดับของการขับเคลื่อน ในประเด็นยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับวิสาหกิจชุมชนและการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่จะทำให้เกิดกระบวนการ PDCA ดังที่เป็นเป้าหมายของผลสัมฤทธิ์ว่าทำอะไรแล้วก็ขอให้ ถึงประสิทธิผลที่เกิดขึ้นจริง ๆ กับเศรษฐกิจ แล้วก็รายได้ของพี่น้องประชาชน

ในด้านต่อไปค่ะ ด้านสังคมและด้านการศึกษา ดิฉันเห็นสมควรว่าในภาค สังคม ในเรื่องของกองทุนการออมคงต้องทบทวนอย่างหนัก แต่ในเรื่องของการศึกษาก็คือ ความเสมอภาคทางการศึกษา เห็นสมควรที่จะได้ต่อยอดต่อไป โดยเฉพาะโครงข่ายของ การเฝ้าระวังการดูแลผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ทั้งนี้เป็นกระบวนการขับเคลื่อนในรูปแบบของ สมัชชาการศึกษา ดิฉันเห็นว่าเป็นข้อดีที่ควรจะได้สานต่อต่อไป ก็เรียนนำเสนอเป็นแนวทาง สำหรับการบูรณาการการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปต่อไป ขอบคุณมากค่ะ