วรายุทธ ทองสุข ตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการกระจายอำนาจที่ยังไม่เป็นรูปธรรม ยกตัวอย่างปัญหาน้ำประปาและทุ่งฟ้าผ่าที่ท้องถิ่นขาดงบประมาณและอำนาจในการแก้ไข พร้อมตั้งคำถามถึงทิศทางการปฏิรูปที่เน้นโครงการดิจิทัลและงานซ้ำซ้อน แทนการแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน และเรียกร้องให้ลดอำนาจส่วนกลาง เพิ่มความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพและคืนความสุขให้ประชาชน
ได้ครับท่านประธาน ขอถอนครับ ในฐานะผู้แทนน้องใหม่ ผมทราบดีครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือฝ่ายนิติบัญญัติ ของประเทศ หน้าที่หลักของเราก็คือออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไม่ใช่ฝ่าย บริหารที่มีอำนาจ มีงบประมาณ ที่จะสั่งการให้หน่วยงานราชการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนได้ บทบาทของเราในพื้นที่ได้อย่างมากที่สุดก็คือการประสานงานกับ หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ ท่านประธานครับ แม้ประสานแล้วก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เช่นปัญหา น้ำประปาที่ตำบลแหลมสิงห์ และบ้านท่าแฉลบ ตำบลบางกะจะ ผมได้มีโอกาสประสานไป กับผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ก็พบว่าท้องถิ่นมีความต้องการแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง แต่ติดขัด เรื่องงบประมาณ มีการประสานงานไปยังการประปาส่วนภูมิภาคก็ได้คำตอบกลับมาว่าไม่มี งบประมาณเช่นกัน สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวกับท่านประธานก็คือว่านี่คือปัญหาพื้นฐาน ที่ท้องถิ่นมีความตั้งใจแก้ไขแต่ติดข้อจำกัดดังที่กล่าวมา ผู้นำท้องถิ่นหลายท่านที่ผมเจอ เขาก็ทุกข์ใจครับ เขาได้รับเลือกตั้งมาก็อยากแก้ปัญหาให้บ้านตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ ท่านประธานครับที่ผมเกริ่นมาก็เพื่อที่จะโยงมายังรายงานปฏิรูปประเทศฉบับนี้ว่าล้มเหลว อย่างไรในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการกระจายอำนาจ ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้อย่างตรงจุดที่สุด ต้องบอกว่าไม่แน่ใจว่าทำไมปัญหาเล็กน้อยของประชาชนหลายเรื่อง ไม่สามารถแก้ไขได้ ปัญหาชั่วคราวกลายเป็นชั่วโคตร เพราะเมื่อผมอ่านรายงานฉบับนี้แล้ว สะท้อนชัดเจนว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นเลย เมื่อไปดู ในรายละเอียดยิ่งน่าผิดหวังครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างที่ถูกใช้เป็นผลสัมฤทธิ์ว่า ท่านได้ปฏิรูปสำเร็จ
ความสำเร็จแรกครับ มี Application เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการเข้ารับการบริการของรัฐ เช่น Smart Land ที่ใช้ในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของ กรมที่ดิน Application e-QLands ที่อำนวยความสะดวกในการยื่นจองคิวฝ่ายทะเบียน ฝ่ายรังวัดเป็นต้น
ความสำเร็จที่ ๒ ครับ มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบ บริหารงานของรัฐ และแผนกำลังคนของภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และความท้าทาย ใหม่ ๆ เช่นมีการศึกษาเพื่อลดสถานะความเป็นนิติบุคคลของส่วนราชการ มีการกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการจัดโครงสร้างองค์กรบริหารเฉพาะกิจ เป็นต้น ตัวอย่างความสำเร็จ ข้างต้นที่กล่าวมาเป็นเรื่องดีครับ แต่คำถามของผมก็คือว่ามันคือการปฏิรูปอย่างไร สิ่งเหล่านี้ เราใช้กลไกราชการปกติก็ทำได้ใช่หรือไม่ ถ้าทำได้แค่นี้ทำไมต้องเอาภาษีของพี่น้องประชาชน ไปละลายกับการปฏิรูปที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานปกติ ท่านประธานครับ ถ้าจะปฏิรูปการบริการ ประชาชนเกี่ยวกับที่ดิน พี่น้องประชาชนชาวทุ่งฟ้าผ่า ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี ก็บอกว่าท่านช่วยไปดูแลพิสูจน์สิทธิที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมได้ไหม ท่านช่วยเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ กระทรวงมหาดไทย กองทัพเรือ มาทำงานแบบบูรณาการได้ไหม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นตัวกลาง ในการบริการประชาชนได้ไหม หรือถ้าจะปฏิรูปปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของภาครัฐ ไม่ต้องทำรายงานศึกษาอะไรให้เสียเวลาเลยครับ บรรดาผู้บริหารท้องถิ่นที่จันทบุรีบ้านผม เขาบอกผมว่ากระทรวงมหาดไทยช่วยไปแก้ระเบียบ แก้กฎหมายที่มันคุมท้องถิ่นไว้ หรือทำ การทบทวนการจัดสรรรายได้ท้องถิ่นที่ปัจจุบันอยู่ที่ ๒๗-๒๘ เปอร์เซ็นต์ สามารถเพิ่มไป ให้เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม เพื่อทำให้การใช้งบประมาณในการพัฒนา พื้นที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ หรือแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจในการ จัดเก็บภาษีที่เป็นเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ เองได้ไหม ที่ผมกล่าวมาข้างต้นนี่ละครับ คือตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วไม่เคยได้รับการแก้ไข ถ้าท่านทำสิ่งที่ประชาชนต้องการ และแก้ปัญหาทุกข์ร้อนในใจของเขาได้ นี่ละครับถึงเรียกว่าการปฏิรูป ท่านประธานครับ จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่าการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่เดินมาแล้วกว่า ๕ ปีล้มเหลว ทำไมถึงล้มเหลว ผมสรุปออกมาได้เป็น ๓ ข้อดังนี้
ข้อแรก ปฏิรูปไม่จริงใจ เพราะดูจากผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นการทำ Application การจัดทำรายงานศึกษาต่าง ๆ ถ้าทำแบบนี้เรียกว่าการปฏิรูป เราก็ไม่ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศให้เสียเวลา เสียงบประมาณประชาชน ทำแบบนี้ ใช้กลไกราชการปกติก็ทำได้ จะได้เอางบประมาณที่ใช้เป็นเบี้ยประชุม เป็นค่าบริหารจัดการ หรือใช้ทำรายงานเล่มนี้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนยังมีประโยชน์มากกว่า
ข้อ ๒ ปฏิรูปผิดจุด ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่จริงใจ พอไม่จริงใจก็ไม่เห็น ปัญหา ท่านก็เลยทำงานแบบขอไปที ทำอะไรก็ได้เพื่อให้มีเนื้อหามาเขียนรายงานว่าทำแล้ว ปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา และยังเป็นอยู่ถึงตอนนี้ก็คือรัฐ ราชการ ที่อุ้ยอ้ายแต่ท้องถิ่นอ่อนแอ ทำให้การตอบสนองความต้องการของประชาชนทำได้ต่ำ ดังนั้นถ้าเราจะปฏิรูประบบราชการก็ต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ซึ่งรายงานนี้ ไม่มีสิ่งที่ผมกล่าวมาเลยครับ
ข้อ ๓ ปฏิรูปเพื่อสืบทอดอำนาจ นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดที่ทำให้การปฏิรูป ล้มเหลว ก็คือผู้จัดทำแผนปฏิรูปประเทศที่มาที่ไปของพวกเขาก็แน่นอนครับว่ามาจากกลไก รัฐประหาร คสช. และเมื่อผมดูรายชื่อกรรมการทั้ง ๑๕ คน ก็มีถึง ๑๓ คนที่มาจากระบบ ราชการ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผลลัพธ์ของการปฏิรูปถึงผิดจุดและไม่จริงใจ ก็เพราะ คนร่างแผนปฏิรูปมาจากระบบยึดอำนาจ และเป็นคนที่เติบโตและมีวิธีคิดแบบรวมศูนย์ อำนาจ ผลที่ออกมาจึงไม่ได้ต้องการการปฏิรูป แต่แค่ต้องการการสืบทอดอำนาจเท่านั้น
สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ถ้าจะปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มีประสิทธิภาพ เราไม่จำเป็นต้องมี คณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็ได้ครับ พวกเราทำเองได้ แค่แก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกประกาศ คำสั่ง คสช. ยกเลิกระเบียบราชการต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกท้องถิ่น ให้ประชาธิปไตยฐานราก ทำงาน ประชาชนจะเป็นสุขครับ ขอบคุณครับ