ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล หารือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินทั้งในระดับท้องถิ่นและชาติ โดยเสนอให้พัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านมือถือที่ทำงานได้แม้เครื่องปิด พร้อมติดตั้งปุ่มฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงและสร้างแอปพลิเคชันกลางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการควบคุมอาชญากรข้ามชาติในจังหวัดภูเก็ตที่ยังมีช่องว่างแม้มีจุดผ่านเพียงสามทาง ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีและความล้าสมัยในการบริหารจัดการของภาครัฐที่ส่งผลต่อความมั่นคงและแผนปฏิรูปประเทศ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ แผนปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน หน้า ๓๔ ข้อที่ ๑ ที่ให้มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุคใช้ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนนั้น เล่มนี้นะครับ ยังพบว่าในส่วนของ การนำเทคโนโลยีในการจัดการแจ้งเตือนและการจัดการกับภัยพิบัติต่าง ๆ ยังไม่มี การดำเนินการใด ๆ ทั้ง ๆ ที่มีการนำเสนอจากเพื่อนสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลในสมัยประชุมที่ ๒๕ ผมจึงขอเสนอให้จัดทำระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ฉุกเฉินสำหรับประชาชนทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนสภาพอากาศ ที่เสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เช่น พายุ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก สึนามิ สารเคมีรั่ว และเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ และคำสั่งอพยพ ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือในรูปแบบของเสียง และข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ โดยข้อความแจ้งเตือนมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และสามารถแจ้งเตือนได้ แม้โทรศัพท์จะปิดอยู่ก็ตาม เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีระบบ Wires Emergency Alert ที่จะแจ้งเตือนเวลามีพายุเฮอริเคน หรือพายุทอร์นาโดต่าง ๆ โทรศัพท์จะเสียงดังมาก ๆ แม้ว่าจะปิดเครื่องหรือตั้งสั่นไว้ เช่น ๖ โมงเย็นวันนี้จะมีทอร์นาโดเข้าในพื้นที่ รถไฟทุกสาย จะหยุดวิ่ง ขอให้ทุกคนรีบกลับบ้านหรืออยู่ในสถานที่มิดชิดเป็นต้น ถ้าประเทศเรามีระบบ การแจ้งเตือนนี้ ประชาชนจะได้ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีใครได้รับผลกระทบบ้าง และจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อป้องกันตัวเองและทรัพย์สิน เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนครับ อย่างเช่นในอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว เกิดขึ้นใกล้ ๆ กับเกาะภูเก็ตแต่ไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เลย และระบบการแจ้งเตือนนี้ อาจจะสามารถพัฒนาขึ้นเป็นระบบการจัดการ เพื่อเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์ ภัยพิบัติได้ เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วเราอาจจะใช้ระบุตำแหน่ง ที่อยู่ขณะรับข้อความ ในการแจ้งเตือนเป็นการยืนยันที่อยู่ว่าเป็นผู้ประสบภัยจริง โดยไม่ต้องยื่นเอกสาร และลดขั้นตอนการตรวจสอบต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น เช่นในปัจจุบันเวลาเกิดเหตุน้ำท่วมหรืออุบัติเหตุทางทะเล เช่นเรือนักท่องเที่ยวล่ม การจัดการภายในให้เครื่องจักรและบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกเผชิญเหตุ ยังล่าช้า ส่งผลกระทบมีความเสียหายบานปลาย โดยเฉพาะเรื่องระบบความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตที่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งความปลอดภัยทางด้านทะเล การรับมือกับเหตุการณ์เรือล่ม นักท่องเที่ยวเล่นน้ำ ริมชายหาดแล้วจมหาย ไปจนถึงการลักเล็กขโมยน้อย หรือการทำร้ายร่างกายบนชายหาด หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และยุทธศาสตร์ที่จะให้ภูเก็ตเป็นเมือง Smart City ที่ถูกพูด ในหลาย ๆ เวที แต่ไม่พบว่ามีรูปธรรมในการดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นเมือง Smart City ขนาดศูนย์ข้อมูลขาดใหญ่ หรือ Big Data ที่ทาง DOPA ภูเก็ตพยายามผลักดันก็เงียบไป ทั้ง ๆ ที่ภูเก็ตมีพื้นที่ขนาดเล็ก สามารถนำร่อง สามารถทำให้เป็นเมืองต้นแบบได้ง่ายด้วยซ้ำ ผมจึงขอเสนอให้มีระบบความช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่นปุ่มฉุกเฉินที่ติดตั้งบริเวณชายหาดต่าง ๆ ในน้ำตก สวนสาธารณะ หรือจุดอับสายตาเพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อขอความช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุได้ เพราะด้วยความตกใจและไม่รู้ว่าตอนนี้ อยู่ตรงไหน การแจ้งเตือนด้วยระบบดังกล่าวจะทำให้รู้จุดที่เกิดเหตุ ระบบ Super App ที่เป็นเหมือน One Stop Service หรือเป็น Application กลางที่รวมรับการแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่นแจ้งประสบอุบัติเหตุ การได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย บุคคลและทรัพย์สินสูญหาย ไฟไหม้ งูเข้าบ้าน เป็นต้น หรือเหตุด่วนเหตุร้ายต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนว่า ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร หรือหน่วยงานไหน โทรศัพท์เบอร์อะไร
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ เช่นการคัดกรองอาชญากรข้ามชาติออกจากนักท่องเที่ยวที่ปลอมตัวเข้ามาในเมืองท่องเที่ยว ต่าง ๆ เช่นจังหวัดภูเก็ตที่ปล่อยให้มีมือปืนรับจ้าง เจ้าพ่อค้ายาแฝงตัวเข้ามาในนามนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวมากมาย ทั้ง ๆ ที่บางคนก็มีหมายจับแล้วด้วยซ้ำ จนภูเก็ตเกือบจะเป็นเกาะ ที่เหล่า Mafia ข้ามชาติอาศัยอยู่ สภาพปัจจุบันยังไม่สามารถสกัดกั้นอาชญากรเหล่านี้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ไหนจะยาเสพติดที่เข้ามาในจังหวัด ทั้ง ๆ ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเกาะเล็ก ๆ มีช่องทางการเข้าเกาะเพียง ๓ ทางเท่านั้น ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ ปัญหาคือเมื่อรัฐบาลปล่อยให้มีอาชญากรข้ามชาติเข้ามา แสดงว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ ไม่เพียงพอและยังล้าหลัง เราจะมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนได้อย่างไร ถ้าคุณยังปล่อยให้สภาพเป็น แบบนี้ อย่างที่กล่าวมาทั้งหมดจะแสดงให้เห็นได้ว่าปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือจัดทำการบริการสาธารณะ ได้จริง ส่งผลให้ยังเกิดปัญหาขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ทั้ง ๆ ที่ภูเก็ตมีแค่ ๓ อำเภอ มีพื้นที่เพียง ๕๗๐ ตารางกิโลเมตร ยังไม่สามารถจัดการปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพอย่างมีประสิทธิผลได้ แล้วเราจะหวังอะไรจากการปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ