วิภาณี หารือขาดแคลนแพทย์-พยาบาล เสนอเพิ่มผลิต-ปรับค่าตอบแทน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

วิภาณี ภูคำวงศ์ หารือปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่สะสมมานาน โดยเสนอแนวทางเพิ่มการผลิตแพทย์และพยาบาลผ่านการปรับหลักสูตรทั่วประเทศ พร้อมผลักดันการพัฒนาผู้ฝึกอบรมและผู้บริบาลผู้สูงอายุ เพื่อลดภาระแรงงานในระบบสุขภาพ และเรียกร้องการปรับปรุงค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในอาชีพ และสมดุลชีวิตการทำงาน โดยเฉพาะในบริบทหลังโควิด-19 นอกจากนี้ยังเน้นย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพของผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเสนอขยายนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยการส่งเสริมบริการแพทย์ทางไกลและการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและระยะสุดท้ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบบริการสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุในชุมชนอย่างเป็นระบบ และผลักดันความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเพื่อประโยชน์ของประชาชน

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย อำเภอมัญจาคีรี อำเภอพระยืน อำเภอเมือง ๕ ตำบลค่ะ วันนี้ดิฉันจะมาพูด เรื่องการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ด้านสาธารณสุข ซึ่งตามแผนเดิมได้กำหนดกิจกรรม Big Rock ไว้ ๕ กิจกรรม ที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน จากผลการดำเนินงานมีบางส่วนที่คืบหน้าและยังมีบางส่วนที่ยังไม่คืบหน้ามากนัก และจาก สถานการณ์ที่ผ่านมาประเทศไทยของเราต้องเผชิญกับวิกฤติโรคระบาด COVID-19 ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ทำให้เราได้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายมาได้ค่ะ ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราได้เห็นปัญหาหลัก ๆ ของการขาดแคลนแพทย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่ภาระงานเพิ่มขึ้น แต่ค่าตอบแทน กลับไม่เพิ่มตาม จำนวนหมอต่อประชากรก็ไม่สัมพันธ์กันค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นอีก ๑ สาเหตุที่ทำให้มี อัตราการลาออกเป็นจำนวนมาก เราจึงต้องผลิตแพทย์เพิ่ม เพื่อคงไว้ในระบบพร้อมทั้งดูแล สมดุลชีวิตและการทำงาน รวมถึงค่าตอบแทนและความก้าวหน้าค่ะ

ต่อมาจากหัวข้อ CR07 การบริหารบุคลากรทางสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสาธารณสุข เภสัชศาสตร์ ภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทย หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง ดิฉันจะขอพูดถึงหัวข้อที่ ๒ ค่ะ การปรับหลักสูตรการพยาบาลทั่วประเทศ หลักสูตรการเป็นผู้ฝึกอบรม ผู้บริบาลผู้สูงอายุ ซึ่งอยู่ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ จะมีพยาบาล ที่สำเร็จการศึกษามากกว่า ๑๐,๐๐๐ คนที่ผ่านหลักสูตรดังกล่าว อีกทั้งยังช่วยลดงบประมาณ ในการจัดอบรมผู้ฝึกอบรมผู้บริบาล และ Care Manager รายใหม่ด้วย ตอนนี้ประเทศไทย ของเราจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ Medical Hub แต่ยังขาดแคลนบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล และผู้ช่วย เพราะได้รับมอบหมายงานอย่าง Over Load มากค่ะ ท่านประธาน และนี่ก็เป็นอีก ๑ สาเหตุ และ ๑ ปัญหาที่มีพยาบาลจบใหม่จำนวนมาก ที่ยอมใช้ทุนจนหมด หรือชดใช้ด้วยเงินก่อนที่จะลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ที่งานเบากว่า ค่าตอบแทนคุ้มค่ากว่า ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐยังขาดแคลนพยาบาล เป็นจำนวนมากหากเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันค่ะ

ประเด็นต่อมาค่ะท่านประธาน การยกระดับการบริการด้านสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ประเทศไทยมีปัญหาการเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ อยู่มาก โดยเฉพาะกลุ่มคนจน ผู้พิการ และผู้ที่อยู่พื้นที่ห่างไกล แม้จะมีหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิประกันสังคม แต่การไปหาหมอครั้งหนึ่งกลับเป็นเรื่อง ที่ยากมาก ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่ใส่ใจนะคะ แต่ด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย ปัญหาปากท้อง รวมไปถึงระยาทางที่เป็นอุปสรรค ซึ่งตอนนี้เรามี ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นนโยบายของ พรรคเพื่อไทยที่ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนมาถึงทุกวันนี้ หากพรรคเพื่อไทยเราจัดตั้ง รัฐบาลแล้ว เราจะยกระดับ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคให้ดียิ่งขึ้น และดิฉันอยากจะให้มี การผลักดันในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง สามารถให้คำปรึกษากับคุณหมอทาง Online หรือเรียกว่า Telemedicine ณ ตอนนี้จะเห็นในภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ และในทางภาครัฐของเราเนื่องด้วยบุคลากรยังไม่เพียงพอ จึงยังไม่เห็นผลมากนักค่ะ และอยากให้มีการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเตียง และเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยผู้ช่วยพยาบาล ทั้งที่บ้านและศูนย์ชีวาภิบาลของรัฐและเอกชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

ต่อมาค่ะท่านประธาน เมื่อปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากร กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า ๑๒ ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว ๑ ใน ๖ ของประชากรไทย ถือเป็นอันดับ ๒ ในกลุ่มอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์ สังคมไทยเข้าสู่การเป็นสังคม ผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบด้วยจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน ๖๐ ปีจำนวนมากเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และที่น่าสนใจผู้สูงอายุมีอายุตั้งแต่ ๑๐๐ ปีเพิ่มมากขึ้นเป็น ๑,๐๐๐ คน อายุของคนไทยจะยืนยาวขึ้น ปัจจุบันมีการเฉลี่ยประมาณ ๗๕ ปี แต่ในปี ๒๕๖๘ อายุของ คนไทยจะอยู่ที่ ๘๕ ปี ยิ่งอายุมากขึ้นทำให้ต้องเตรียมเงินให้มากขึ้นค่ะ และค่ารักษาพยาบาล มีแต่จะแพงขึ้นปีละ ๕-๘ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะไปเบียดเบียนเงินเก็บ สำหรับผู้สูงอายุมากที่สุดจึงต้องมีการปฏิรูปค่ะ การบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค และการบริการระยะยาวในชุมชน สำหรับผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง ให้มีมาตรฐาน และการบริหารการจัดการอย่างเป็นระบบเดียวค่ะ

จากที่ดิฉันได้กล่าวทั้งหมดค่ะท่านประธาน ดิฉันมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุ ดิฉันอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบปะเยี่ยมบ้าน เพื่อให้ความรู้ตั้งแต่ ระดับชุมชน ให้ข้อมูลข่าวสารทั้ง Offline และ Online หากชุมชนมีการจัดการบริการเหล่านี้ อย่างเป็นระบบ จะทำให้มีการรับมือดูแลผู้สูงอายุได้ถูกวิธีและดียิ่งขึ้นค่ะ

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากไปถึงสำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุขที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบด้านสุขภาพ ระหว่างหน่วยงานและท้องถิ่นในการจัดซื้อ จัดจ้างของทางภาครัฐ และการเบิกจ่ายเงินให้มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนเพื่อความโปร่งใสค่ะ ขอบพระคุณค่ะ