ธีระชัย ชี้ปฏิรูปประเทศล้มเหลว-ตั้งคำถามการศึกษาไม่เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว ตั้งข้อสังเกตต่อผลลัพธ์การปฏิรูปประเทศในช่วงปี 2561–2565 ที่ขาดความเป็นรูปธรรมและไม่สอดคล้องกับความจริงบนพื้นดิน พร้อมตั้งคำถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและข้อสงสัยว่าการปฏิรูปอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยึดอำนาจ รวมถึงตั้งข้อสังเกตความล่าช้าในการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ยังมีปัญหาทุจริตและช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง ซึ่งสะท้อนได้จากความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปที่สูงลิบกับครูอัตราจ้างที่ได้เพียง 6,000 บาท จนต้องพึ่งพิงการจัดผ้าป่าเพื่อจ้างครู แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของนโยบายการศึกษาที่ประกาศไว้

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย แล้วก็ เลขาธิการสภาพัฒน์และคณะที่ได้กรุณามารายงานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ประเด็นแรกครับท่านประธาน กระผม ได้อ่านรายงานนี้นะครับ ก็อ่านเหมือนทุก ๆ คน ทุก ๆ ท่าน แต่จำเป็นต้องพูดนะครับ เพราะว่าประเด็นมันไม่เหมือนกัน ฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายที่จะมารายงาน ซึ่งได้สิ้นสุดลง วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ สภาชุดนี้มีโอกาสได้อภิปรายเสนอแนะในเรื่องนี้ และยังเขียนต่อ ว่าได้สรุปผลการดำเนินงานปฏิรูปประเทศแต่ละด้านที่เป็นรูปธรรมบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ แสดงไว้ ให้ขีดเส้นใต้นะครับ คำว่า ที่เป็นรูปธรรมบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ และผมจะชี้ ให้ท่านได้เห็นประเด็นต่อไปว่าเรื่องใดที่ผมเห็นชัด ๆ มันไม่เป็นรูปธรรมตามที่ท่านอ้างไว้ มันเป็นความฝันนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่มี การประกาศใช้การปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ นั้น จนถึงวันนี้รวมแล้ว เป็นเวลา ๕ ปี ผมอยากจะขอเรียนกับท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านว่า ๕ ปีที่ผ่านมานั้นท่านมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงอะไรที่รัฐบาลชุดก่อนทำแล้วเกิดปฏิรูปให้กับ ประเทศนี้ขึ้นบ้างหรือไม่ อย่างไร บางท่านเรียกร้องต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง บางท่านให้คำมั่นสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน แผ่นดินจะงดงามและจะกลับคืนมา หรือแอบอ้าง ต่าง ๆ นานา ขายภาพ ขายฝันต่าง ๆ นานา ผมเห็นว่าที่แท้จริงแล้วเขาแค่หาเหตุผล ในการยึดอำนาจเท่านั้นละครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอ่านรายงานความคืบหน้าด้านการศึกษา พบว่ามีเพียง ๑๐ หน้า ผมจะฉีกแนวออกมาในหมวด ๑๖ มาตรา ๒๕๘ จ การศึกษา มี ๔ อนุมาตรา (๒) บอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางด้านการศึกษา ภายใน ๑ ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ผมเห็นว่า เป็นประโยชน์ ต้องขอชื่นชมในประเด็นนี้ เพราะคณะท่านมีความพยายามเต็มที่ในการที่จะ ดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ท่านครับ ใน (๑) (๓) และ (๔) ซึ่งดู Slide ได้ครับ ท่านได้ใช้เวลาตั้ง ๕ ปี ผมยังไม่เห็น ผลสำเร็จของท่านที่เป็นรูปธรรม ที่พี่น้องประชาชนจับต้องได้เลยครับ ยกตัวอย่าง (๑) ท่านบอกว่าให้เด็กเล็กได้รับการดูแลพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย มันจริงหรือครับท่าน สิ่งที่ท่านบอกนี่ผมว่ามันสวยงามเหมือนเดินในทุ่งนาบ้านผมเลยครับ ทำไมทุกวันนี้จึงมีข่าวจ่ายแป๊ะเจี๊ยะ ฝากลูกฝากหลานเข้าโรงเรียนกันอยู่เรื่อย ๆ เลยครับ แล้วลูกตาสีตาสา ยายมียายมา ลูกชาวบ้านธรรมดาก็เรียนตามบ้านนอกตามปกตินั่นละครับ วันดีคืนดีก็มีข่าวว่า ผอ. รับเงินใต้โต๊ะ หรือวันดีคืนดีก็มีข่าวทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ฟัก ๑ ไร่ ไก่ ๑ ตัวเหมือนเดิม วันดีคืนดี ผอ. โรงเรียนทะเลาะกับประธานกรรมการศึกษา คณะกรรมการศึกษากล่าวหากันว่ากินเงินอาหารกลางวันเด็กครับ เป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา แล้วแบบนี้เด็กบ้านนอก เด็กทั่วประเทศไทยมันจะเอาอะไรไปพัฒนาร่างกาย สติปัญญา และสมองล่ะครับท่าน

อีกตัวอย่างหนึ่งใน (๓) นะครับ ได้อ่าน ท่านบอกว่าให้มีกลไกและระบบ การผลิตคัดกรองผู้ประกอบวิชาชีพครู และให้มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม ท่านครับ ถ้าท่าน เขียนรายงานว่าท่านสามารถปฏิรูปด้านการศึกษาได้สำเร็จนี่แสดงว่าท่านหลอกลวง พี่น้องประชาชนหรือไม่ครับ ที่ผมพูดผมเอาความจริงมาพูดนะครับ ที่ได้เห็นมากับตา ไปหาเสียงรู้ อยู่พื้นที่ก็รู้ ท่านประธานก็รู้ ท่านดูอย่างข่าวประกาศรับครูลูกจ้างชั่วคราว หรือครูอัตราจ้าง ตาม Slide ครับ นั่นละครับโรงเรียนที่เชียงใหม่ประกาศรับบุคคลคัดเลือก เป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูจ้างสอน วิชาเอกทั่วไป เงินเดือน ๖,๐๐๐ บาทครับ และอีกโรงเรียนคือจังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนนะครับ ไม่เอ่ยนาม รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน ๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ นี่เอา ๓๐ วันไปหาร ๖,๐๐๐ ได้วันละ ๒๐๐ บาท ต่ำกว่าค่าจ้างแรงงานปกติ เงินไม่พอค่ารถสองแถวไปสอนโรงเรียนด้วย นี่ก็คือมันเป็นปัญหา ผมยังไม่รวม ท่านได้ยินไหมครับว่าโรงเรียนจัดผ้าป่าเพื่อที่ร่วมกับ ชาวบ้าน โดยศิษย์เก่าของโรงเรียนบ้านนอกจัดผ้าป่าเพื่อที่จะเอาเงินผ้าป่าไปจ้างครูสอนเด็ก ยังมีอยู่ครับในประเทศไทย เพราะฉะนั้นมาดูเงินเดือนของคณะกรรมการ นิดหน่อยครับ ก่อนจะหมดเวลา จากการประชุมพบว่าวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ มีการจ่ายค่าตอบแทน คณะกรรมการนี่สำคัญที่ปฏิรูปนะครับ ผมจะเปรียบเทียบระหว่าง ครูลูกจ้างกับคณะกรรมการผู้จะปฏิรูปนะครับว่าปฏิรูปประเทศ เรื่องการศึกษานี่อย่างน้อย ๓๑,๑๖๔,๐๐๐ บาท ยังไม่นับรวมค่าตอบแทนอนุกรรมการนะครับ ซึ่งมีอนุต่าง ๆ ที่จะให้ เขาไปทำงาน ทำการเขียนมาเป็นตัวเลข ทีนี้ลองเอาเบี้ยประชุมของคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศ เพียงแค่ ๓ ปี รวม ๓๑ ล้านบาท มาหารด้วยค่าจ้างครู ๖,๐๐๐ บาท ค่าจ้างครู ลูกจ้างจะได้ถึง ๕,๑๙๔ เดือน หรือจ้างครูลูกจ้างได้ ๕,๑๙๔ คนครับ ผมจึงสรุปให้ ท่านประธานได้ทราบง่าย ๆ นะครับว่าการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามันล้มเหลว เพราะคนเขียนไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้เขียน เหมือนรัฐธรรมนูญครับ คนร่างไม่ได้เล่น คนเล่นไม่ได้ร่าง ในส่วนรายงานนี้เขียนเพียงเพื่อรายงานสภาตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ผมไม่ได้ว่าพวกท่าน ท่านมารายงาน ผมว่าในโครงสร้างของประเทศนี้ ผมขอถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะปฏิรูปประเทศว่าปฏิรูปกันอย่างไรตั้ง ๕ ปี ท่านมัวทำอะไรกันอยู่ครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ