ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาโลกรวนและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสนอมาตรการเร่งด่วนทั้งการลดการปล่อยก๊าซและการปรับตัว พร้อมเรียกร้องให้ผลักดันกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปราย ให้ความเห็นต่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ ๑๘ โดยในส่วนของรายงาน รอบเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เป็นรายงานรอบสุดท้ายของแผนปฏิรูปประเทศแล้ว ซึ่งผลการดำเนินการมีทั้งส่วนที่เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีในส่วนที่จะต้องดำเนินการแก้ไข และพัฒนาต่อไป ทั้งนี้เพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ดีขึ้นครับ
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นด้านทรัพยากร ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับผลจากการดำเนินการตามรายงานนี้และได้มี ข้อเสนอแนะให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ปัจจุบันประเทศและโลกของเราเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลัก ๆ อยู่ ๓ ด้าน นั่นก็คือ ปัญหาโลกร่อยหรอ โลกเลอะ และโลกรวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากกิจกรรมต่าง ๆ ของเรา ดังนี้ครับ
๑. ปัญหาโลกร่อยหรอ หรือปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดจากการใช้ทรัพยากรเกินขนาดทั้งบนบกและในทะเล อีกทั้งยังเผชิญปัญหาสายพันธุ์ รุกรานต่างถิ่น ส่งผลให้ทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศเราลดลงทั้งป่าไม้และสัตว์ป่า ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งด้านอาหาร น้ำ และด้านอื่น ๆ โดยปัญหานี้ได้มีการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศและตามยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การจัดทำร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ การปรับปรุงแผนที่แนวเขต ที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map การจัดทำ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในระดับโลกเช่น ข้อตกลงที่จะมุ่งปกป้องแผ่นดินและผืนน้ำ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของโลกภายในปี ค.ศ. ๒๐๓๐ ตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศบนบก ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทะเล อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน จากการชี้วัด พบว่าพื้นที่ป่าธรรมชาติของไทย ปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๓๑.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากปี ๒๕๖๔ ที่มีอยู่ ๓๑.๖๔ เปอร์เซ็นต์ และยังพบว่าปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนพบมากขึ้น ๒ เท่า จากปีก่อนหน้า ขณะที่ความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของไทยลดลง โดยสมรรถนะสิ่งแวดล้อมของไทย ปี ๒๕๖๕ มีค่าดัชนีอยู่ที่ ๓๘.๑ อยู่ในอันดับที่ ๑๐๘ จากทั้งหมด ๑๘๐ ประเทศซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย และผลการประเมินดัชนีคุณภาพมหาสมุทร ปี ๒๕๖๕ มีคะแนนอยู่ที่ ๖๙ คะแนนซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย จากปัญหาดังกล่าวนี้ผมขอเสนอ ให้มีมาตรการในการอนุรักษ์ที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เน้นการฟื้นฟูและมีช่วงที่ปล่อยให้ธรรมชาติ ได้ฟื้นฟู แก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ป่า และการประมงผิดกฎหมายหรือเกินขนาด ให้ได้อย่างยั่งยืน เน้นการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และมาตรการให้ภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม พร้อมกับการแก้ไขปัญหาและจัดสรรที่ดินทำกิน ของพี่น้องประชาชนที่เป็นธรรม และจัดทำแนวเขตป่าให้แล้วเสร็จครับ
ด้านที่ ๒ ด้านปัญหาโลกเลอะ หรือปัญหาด้านมลพิษ ทั้งมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย ขยะมูลฝอย และมลพิษในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งบนบก ในแหล่งน้ำและทะเล ซึ่งเป็นผล จากการผลิต การใช้ การปล่อยของเสียที่ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อสิ่งมีชีวิต สุขภาพและสภาพแวดล้อมของพี่น้องประชาชน ปัญหานี้ได้มีการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศ และตามยุทธศาสตร์ชาติเช่น การจัดทำแผนแม่บท การบริหารจัดการ ขยะมูลฝอยของประเทศ ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๔ การออกประกาศเรื่องห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ของกระทรวงพาณิชย์ การผลักดัน Model เศรษฐกิจ BCG การจัดทำแผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การสนับสนุนมาตรการทางภาษี รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในระดับโลกเช่น เป้าหมายการพัฒนา อย่างยั่งยืน ด้านน้ำสะอาด ด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ด้านเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ความตกลงของอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน สนธิสัญญาพลาสติก แห่งสหประชาชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ในความเป็นจริงพบว่า ขยะก็เพิ่มขึ้นทุกวัน และส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจาก COVID-19 ที่ทำให้มีขยะเพิ่มขึ้น จากการ Delivery อาหาร การ Shopping Online และขยะติดเชื้อ เป็นต้น ขณะที่ปริมาณ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ส่วนใหญ่มีค่าเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ ผมขอเสนอให้มี มาตรการทั้งการแก้ไขปัญหาที่ต้นทางและปลายทางครับ ต้นทางคือการควบคุมแหล่งกำเนิด เร่งลดการปล่อยมลพิษ ลดการสร้างขยะประเภทต่าง ๆ ลดและหยุดการนำเข้าขยะ พร้อมต้องสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ Recycle ได้ ไปจนถึง การจัดการกับมลพิษและขยะอย่างเป็นระบบ เน้นการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ผลักดัน ขนส่งมวลชนและยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น และที่สำคัญครับ เราจะต้องผลักดันกฎหมาย ที่เกี่ยวกับด้านอากาศสะอาดให้มีการรายงานและการลดการปล่อยมลพิษจากโรงงาน มาตรการและกฎหมายควบคุมการใช้พลาสติก และการสร้างขยะอย่างจริงจัง เป็นต้น
ด้านที่ ๓ สุดท้ายครับ ด้านปัญหาโลกรวน หรือปัญหาสภาพภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง พลังงาน การขนส่ง การผลิตและอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบให้โลกของเราร้อนยิ่งขึ้น และรวนยิ่งขึ้น ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน น้ำแล้ง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พายุฝน น้ำท่วมฉับพลัน ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก และจะยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในระดับโลกนะครับ เช่นความตกลงปารีส เป้าหมายของไทยในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และสุทธิเป็น ๐ ในปี ๒๕๖๕ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านพลังงาน สะอาดที่เข้าถึงได้ และการลงมือแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน จากผลการดำเนินการพบว่าสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ใน ๕ ปีแรก ตามยุทธศาสตร์ชาติ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ๑๗.๔๙ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ จากดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Risk Index พบว่าไทยอยู่ในอันดับ ๙ ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ มากที่สุดในโลก ในช่วงปี ๒๐๐๐-๒๐๑๙ และถูกประเมินโดยองค์กรวิชาการระหว่างประเทศ Climate Action Tracker โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีนโยบายลดโลกร้อนที่แย่ที่สุด ในโลก ผมขอเสนอให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาโลกร้อนและโลกรวน ทั้งด้านการบรรเทาปัญหา และด้านการรับมือปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โดยบรรเทานะครับ จะต้องเร่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนพลังงาน หมุนเวียนในระดับประเทศ และระดับครัวเรือน ยานพาหนะไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษต่ำ การผลิต และการบริการที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการจัดทำแผนการประเมินผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากโลกร้อนและรวนมากยิ่งขึ้น พร้อมกับปรับใช้เพื่อเตรียมรับมือ เพื่อป้องกัน ผลกระทบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ควรเร่งผลักดันและบังคับใช้ กฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน
สุดท้ายครับท่านประธาน หากภาคส่วนต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ผมคิดว่าเราจะแก้ไขทั้งปัญหาโลกร้อน โลกเลอะ โรคร่อยหรอ เพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศ และโลกของเรา เพื่อชีวิตของเราและลูกหลานที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต ดังนั้น ผมหวังว่าความเห็นการอภิปรายของผมในวันนี้ สคช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไป ประกอบการพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป และขอให้กำลังใจทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทุกท่านครับ ขอบคุณครับท่านประธาน