ภาณุ พรวัฒนา แสดงความชื่นชมต่อรายงานเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าและผลการดำเนินงานที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการดำเนินงานที่ซับซ้อนและทับซ้อนกับงานประจำ โดยเน้นการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบข้อมูลและยกระดับดิจิทัลของภาครัฐ รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพองค์กรและการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ภาณุ พรวัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ อำเภอบ้านดุงและอำเภอทุ่งฝน ผมได้อ่านรายงานที่ทางสภาพัฒน์ได้จัดทำแต่ละเล่ม สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านง่าย การเรียบเรียงเนื้อหาต่าง ๆ เป็นไปด้วยดีก็ขอชื่นชม ผู้จัดทำนะครับ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางสภาพัฒน์ ทุกหน่วยงาน ทางสำนักงาน ป.ย.ป. ส่วนราชการองค์กรในกำกับของรัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นหน้าที่ของท่าน ทั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศที่ต้องขับเคลื่อน แผนระดับชาติทั้งสองนี้ แต่ว่าเมื่อได้พิจารณาถึงรายละเอียดของแผนและผลการดำเนินงานแล้ว กระผมมีความเห็นและข้อเสนอแนะที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงผู้เกี่ยวข้อง โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศดังนี้นะครับ
ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ เรามีการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ๖ ยุทธศาสตร์ เรามีการแบ่งเป้าหมายไว้เป็น ๔ ระยะ ระยะละ ๕ ปี รวมทั้งหมด ๒๐ ปี ซึ่งเป้าหมายส่วนใหญ่ก็ถือว่ามีความท้าทาย โดยเราถอดออกมาจากเป้าหมายตัวชี้วัด ของการพัฒนาตามมิติต่าง ๆ ในระดับสากลเข้ามาสู่บริบทของประเทศไทย แล้วก็มีการถอด ออกมาอีกเป็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๓ ประเด็น ๓๗ เป้าหมายใหญ่ และ ๑๔๐ เป้าหมายย่อย ซึ่งบัดนี้การดำเนินการในระยะที่ ๑ ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเปรียบเทียบ ภาพรวมการดำเนินการของปี ๒๕๖๕ กับปีก่อนหน้านั้น ผมพบว่ามีอยู่หลายประเด็น ที่นอกจากจะยังไม่บรรลุตามเป้าหมายระยะแรกแล้ว ยังอาจกระทบไปถึงเป้าหมายในระยะ ต่อไปและระยะยาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายความอยู่ดีมีสุขของคนไทย ความสามารถ ในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความก้าวหน้าทางสังคม และคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต่างก็มีผลการดำเนินการที่ลดลงทั้งสิ้น ถ้าหากพิจารณาลงไปถึงเป้าหมายระดับแผนแม่บท พบว่า ณ สิ้นสุดปี ๒๕๖๕ มีเพียง ๑๒ จากทั้งหมด ๓๗ เป้าหมายเท่านั้นที่บรรลุผล ที่เหลือมีผลการดำเนินการที่ต่ำกว่า ที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น หากพิจารณาลงไปถึงระดับแผนแม่บทพบว่ามีหลายประเด็นที่มี ผลการดำเนินการย้อนหลังตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ที่ยังไม่เคยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เลย ตัวอย่างเช่น แผนแม่บทว่าด้วยความมั่นคง การเกษตร การท่องเที่ยว การพัฒนาการเรียนรู้ หรือการศึกษาของคนไทย เราเคยได้ยินมานะครับว่าเด็กไทยอ่อนภาษาอังกฤษ อ่อนคณิตศาสตร์ ผ่านมากี่ปีแล้วปัจจุบันก็ยังอ่อนเหมือนเดิมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีปัจจัยที่เป็นอุปสรรคปัญหามากมาย ทั้งความผันผวนทาง เศรษฐกิจ ทั้งการระบาดของโรค COVID-19 แต่หากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ได้มี การดำเนินการอย่างแข็งขันต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพกว่านี้ ผลกระทบด้านต่าง ๆ ก็คงจะ ไม่รุนแรง ไม่มีผลการดำเนินการเป็นสีแดงอย่างที่เห็นในเล่มรายการนี้นะครับ
ต่อไปจะพูดถึงผลการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ แผนการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๓ ด้านนั้นอาจจะมีปัญหาอยู่ในตัวของมันเองอย่างเช่น การจัดทำแผนที่ขาดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การจัดลำดับความสำคัญที่ไม่ชัดเจน การไม่มีงบประมาณที่แยกไว้เป็นสัดส่วนชัดเจนกับงบประมาณประจำ นอกจากนี้แผนปฏิรูป ก็ยังมีประเด็น มีขั้นตอนโครงการจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะมีความซ้ำซ้อน กับงานประจำของหน่วยงาน ตลอดจนโครงการหรือกิจกรรมเหล่านั้นก็ยังเป็นที่กังขาของใครหลายคนว่าตกลงปฏิรูป จริงหรือไม่ ตัวอย่างข้างต้นอาจจะเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การปฏิรูปประเทศดูแล้ว จะยังไม่บรรลุผลในสายตาของประชาชน รวมทั้งตัวผมเองด้วยครับ แม้ว่าทางสภาพัฒน์ จะได้สรุปในเล่มรายงานว่าการปฏิรูปประเทศนั้นบรรลุผลตามที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เรียบร้อยก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอชมเชย ก็ต้องขอให้เครดิตกับหน่วยงานของรัฐ ต่าง ๆ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจดำเนินการจนโครงการหลายอย่างมีผลช่วยให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น สะดวกขึ้น และมีความทันสมัยขึ้น เช่นการวางรากฐาน Digital การใช้เทคโนโลยีช่วยติดต่อราชการ และมีการปฏิรูปให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย หลายฉบับ ซึ่งการดำเนินการในระยะต่อไปทางสภาพัฒน์ก็ได้เขียนไว้ว่าประเด็นการปฏิรูป ต่าง ๆ นั้นจะได้อยู่ในแผนปฏิบัติหรืองาน Routine ของหน่วยงานภาครัฐต่อไป ซึ่งผมเห็นว่า เราควรจะมีการติดตามผลต่อไปในระยะยาวครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้กระผมขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปถึง รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันขับเคลื่อน หรือเร่งรัดพัฒนาในประเด็นดังต่อไปนี้ ให้เห็นผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและโดยรวดเร็ว เพราะประเด็นเหล่านี้ผมเห็นว่าเป็นพื้นฐาน สำคัญที่จะทำให้เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติหรือการพัฒนาต่าง ๆ ประสบความสำเร็จได้จริง
ข้อที่ ๑ การพัฒนาระบบข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ ความเป็น Digital ของภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าเริ่มมีการทำแล้ว แต่ยังกระจัดกระจาย การเชื่อมโยงยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประชาชนก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ข้อที่ ๒ การยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการให้ขวัญและกำลังใจ แก่เขาเหล่านั้น เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้
ข้อที่ ๓ การกำหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศที่สิ้นสุดลงแล้ว แม้ว่าจะเป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับ หลักสากล แต่เราต้องคำนึงว่าหน่วยงานในระดับปฏิบัตินำไปทำได้จริงแค่ไหน ความต้องการ ของประชาชนได้รับการตอบสนองจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ดังตัวอย่างที่สภาพัฒน์รายงานว่า การดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศนั้นบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังมีประชาชน อีกจำนวนมากไม่ได้คิดอย่างนั้น หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ผมจึงขอเรียน ท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำนโยบายกำหนด แผนนโยบาย วางเป้าหมายไปที่ประชาชน โดยคำนึงถึงสิ่งที่ประชาชนจะได้รับ หากประชาชนรู้หรือรับรู้ได้ว่ามันมีจริง สำเร็จจริง รัฐบาลจะต้องจริงจังในการขับเคลื่อน และนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติบรรลุเป้าหมายในระยะยาวได้ ซึ่งนั่นก็เป็น หนึ่งในปัจจัยที่จะบอกได้ว่าเรายังมีความจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติอยู่หรือไม่ หรือเรา มีความจำเป็นจะต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไรในระยะต่อไป ขอบพระคุณครับ