สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ โดยเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายท้องถิ่นให้เป็นประมวลฉบับเดียว เพื่อแก้ปัญหาการกระจายอำนาจและขยายฐานภาษีให้ท้องถิ่นมีรายได้มากขึ้น ยืนยันว่าการพัฒนาท้องถิ่นจะส่งผลดีต่อจังหวัดและประเทศชาติ พร้อมทั้งอภิปรายปัญหาเศรษฐกิจภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งกระทบต้นทุนการลงทุน และเรียกร้องให้ทบทวนแผนงานโครงการเพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำด้านพลังงานและสังคม รวมถึงเสนอให้ปรับสัดส่วนการผลิตบัณฑิตในมหาวิทยาลัยรัฐให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคอุตสาหกรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๓ ครับ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ท่านประธานครับ ในส่วนของ ประเทศไทยนั้นผมคาดว่าอย่างน้อยมีอยู่ ๔ องค์กรที่ถือว่าเป็นเสาหลักของประเทศ ในการกำหนดทิศทางหนึ่งในนั้นก็คือสภาพัฒน์ แล้วก็กฤษฎีกา สำนักงบประมาณ ธนาคาร แห่งประเทศไทย อย่างน้อย ๔ องค์กรนี้ในเรื่องของการที่จะมาจัดทำแผน ทำเครื่องไม้ เครื่องมือเพื่อที่จะกำหนดทิศทาง เพราะฉะนั้นในส่วนของสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นรายงาน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญในไตรมาสสุดท้าย หรือไตรมาสที่ ๔ ของปีนี้นะครับ ผมมองเห็นว่า ใน ๑๓ ด้าน ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพื่อที่จะพูดในมุมมอง แล้วก็แนะนำ ในความคิดเห็นด้านต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชน หรือพวกเราได้มองเห็นว่ายังเป็นปัญหาของ บ้านเมือง
ผมยกตัวอย่างในเรื่องของด้านการเมืองนะครับ ด้านการเมืองนี่ผมคิดว่า โครงสร้างของประเทศไทยมีมาช้านาน แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญในฉบับปี ๒๕๖๐ ในหมวด ว่าด้วยเรื่องของการกระจายอำนาจ ผมเห็นเขียนในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปี ๒๕๖๐ ซึ่งแตกต่างจากปี ๒๕๔๐ ไปมากทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นอย่างน้อย กฎหมายหลักของประเทศก็จะมองออกนะครับว่าการตั้งใจเขียนเพื่อที่จะให้การพัฒนา ทางการเมืองหรือการกระจายอำนาจเป็นไปได้อย่างไร ผมคิดว่า ๑๓ ด้านก็ต้องฝาก ท่านประธานไปยังในส่วนของฝ่ายผู้ชี้แจงนะครับ ผมมองเห็นแล้วว่าแต่ละเรื่อง แต่ละฝ่ายนั้น ด้วยความเป็นจริงแล้วมันจะต้องสอดคล้องสัมพันธ์กัน เพราะฉะนั้นการพัฒนาประเทศ ๑๓ ด้าน ไม่ใช่ว่าแต่ละด้านพัฒนาไปด้วยกัน ผมคิดว่าต้องมองฐานข้อมูลทุกเรื่องนะครับ ด้านการเมืองนี่ผมคิดว่าเราจะต้องไปฝากในเรื่องของประเด็นการกระจายอำนาจ ประเด็น การกระจายอำนาจก็มีมากมาย ผมยกตัวอย่างเรื่องกฎหมายท้องถิ่น ๕ ฉบับ พยายามรวม กฎหมายท้องถิ่น ๕ ฉบับ เป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นฉบับเดียวยังทำไม่ได้เลยนะครับ
อีกเรื่องก็คือในเรื่องของท้องถิ่นไม่สามารถที่จะจัดเก็บรายได้อยู่บนฐาน ความเป็นจริง สรุปง่าย ๆ ก็คือถ้าในการกระจายอำนาจ ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะเอารายได้ ที่ตัวเองเก็บได้มาบริหารจัดการได้ วิธีแก้ในเรื่องของแผนการจัดการ เพื่อที่จะยกระดับให้ท้องถิ่นแข็งแรง มีความเจริญเติบโตขึ้น ก็คือขยายฐานภาษีให้ท้องถิ่นมีรายได้จากกรอบอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มากขึ้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ อันนี้เพียงเรื่องเดียวนะครับ คือเรา ยึดถือว่าถ้าท้องถิ่นเจริญ จังหวัดเจริญ ภูมิภาค ประเทศย่อมเจริญตาม
ในเรื่องของกรอบด้านเศรษฐกิจที่จริงมากทีเดียวเลย Sector ในเรื่องของ ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นภาคที่พี่น้องประชาชนมากที่สุด วันนี้ปัญหาในเรื่องของราคาพืช การเกษตรทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นยาง ปาล์ม ข้าว มันสำปะหลัง ประมง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถือว่าทำรายได้ให้กับประเทศ เป็นหัวใจ เป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่หารายได้เข้าประเทศ แต่ถ้าเรามองในเรื่องของการพัฒนา ในเรื่องของพื้นฐานโครงสร้าง ด้านเศรษฐกิจ เราก็ไม่สามารถที่จะเห็นประเด็นในเรื่องของแผนพัฒนาซึ่งเป็นเครื่องมือ ในเรื่องของการที่จะสร้างรายได้ให้ Sector การท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ผมยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการเชื่อมโยงในโครงข่ายทางคมนาคม ระบบ Logistics ก็ดี ท่าอากาศยาน ท่ารถ ท่าเรือ เส้นทางโครงสร้างเชื่อมต่อแต่ละภูมิภาค อย่างกรณีอ่าวไทยไปอันดามันอย่างนี้ ก็ยังไม่เป็นที่เรียบร้อย และโดยเฉพาะอันดามันเราไม่มีรถไฟนะครับ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ไม่มีรถไฟครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องใช้รถยนต์ในการขนถ่ายสินค้า ขนส่ง การก่อสร้าง ปรากฏว่าแก๊ส NGV ก็ไม่มีอีก เพราะฉะนั้นรถบรรทุกสินค้าที่ไปส่งวัสดุก่อสร้างต้องใช้น้ำมัน ดีเซล ใช้น้ำมันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นต้นทุนในเรื่องของการลงทุนภาคการท่องเที่ยวต่อหน่วย มันก็จะสูงขึ้น ที่จริงแล้วในส่วนของ SMEs วันนี้ล่มสลายไปมากแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนของ สภาพัฒน์วันนี้ที่ผมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ไม่ได้หมายความว่าท่านทำไม่ดีสักเรื่องนะครับ ในมุมดี ๆ ท่านก็ทำหลายเรื่อง แต่ว่าในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะหยิบยก ในมุมที่ท่านจะต้องไปทบทวนที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ เวลามีน้อยครับ
ผมขออนุญาตต่อไปในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่เพื่อนสมาชิกพูดกันหลายท่านแล้วนะครับ มีความซ้ำซ้อน มีปัญหากับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาก ณ วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะไปทำถนน ไฟฟ้าได้ ก็เนื่องจากว่าติดเขตอุทยาน วันนี้ในส่วนของประเทศไทยที่ซ้ำซ้อน มีปัญหากับ อปท. องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ไม่สามารถทำในเรื่องของถนน ไฟฟ้าได้เป็น ๑๐๐,๐๐๐ เคส เป็น ๑๐๐,๐๐๐ เรื่อง ผมยกตัวอย่างเช่นบริเวณจังหวัดกระบี่ เกาะฮั่ง อำเภอเหนือคลอง มีงบประมาณทำไฟฟ้าแต่วางเสาไฟฟ้าไม่ได้ ปักเสาพาดสายไม่ได้ นี่เพิ่งจะเสร็จนะครับ เพิ่งจะไปขออนุญาตแต่มันล่าช้ามากท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ ผมคิดว่าฝ่ายเลขาคงจะต้องไปดูแผนด้วยนะครับว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้ มันเหมือนเดิม
ด้านสังคมครับ ด้านสังคมนี่ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่อง ที่ท่านดูแล้ว มันยังไม่ค่อยชัดเจนก็คือในเรื่องของยาเสพติด กับในเรื่องของกลุ่มเปราะบาง ความเหลื่อมล้ำ มันต่างกันมาก แก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่สำเร็จเสียที
ในเรื่องของพลังงาน ตอนนี้กองทุนพลังงานมีความเหลื่อมล้ำ การใช้กองทุน พลังงานไม่ค่อยเป็นผลสำเร็จ เมื่อสักครู่ที่ผมพูดในเรื่องของไฟฟ้า ที่จริงแล้วมันก็เกี่ยวเนื่อง เชื่อมโยงกับพลังงานด้วย กองทุนพลังงานมีงบประมาณเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น การที่ประชาชนไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ก็ต้องเอา Solar Cell ไป เพราะฉะนั้นก็ต้องไปทำเรื่อง จากกองทุนพลังงาน จึงเป็นเหตุให้จังหวัดกระบี่ที่เกาะฮั่งได้งบประมาณ ที่จริงแล้วต้อง ประมาณ ๑๑๑,๒๖๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ได้แค่ ๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ที่อำเภอเกาะลันตา ที่เกาะปอก็ใช้กองทุนพลังงานเช่นกัน วันนี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นในส่วนของแผนงาน โครงการของสภาพัฒน์ ผมคิดว่ามีเรื่องหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์แล้วก็น่าจะทบทวน อย่างน้อยท่านฟังปัญหาจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการสะท้อนปัญหาจาก ความเป็นจริง ก็จะนำไปแก้ยุทธศาสตร์หรือว่าเข้าไปแก้ในเรื่องของแผนงานโครงการพัฒนา กฎหมายเพื่อที่จะให้ทันสมัย แล้วก็ใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ผมขอเรื่องสุดท้ายนะครับ ในเรื่องของการศึกษาก็มีมาก เพื่อนสมาชิกก็ได้ อภิปรายไปแล้ว แต่วันนี้ขอเรียนท่านประธานว่ามหาวิทยาลัยวันนี้ บางมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่ เป็นมหาวิทยาลัยโดดเด่นของรัฐแย่งชิงนักศึกษาเข้า ในขณะเดียวกันเรามีแผนการศึกษาว่าจะแยกแผนอาชีวะให้ได้ ๗๐ : ๓๐ วันนี้ผมไม่แน่ใจว่า ทำ ๕๐ : ๕๐ ยังได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของอุดมศึกษาวันนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของ คุณภาพด้านการศึกษาไม่ตรงกับทิศทางในเรื่องของการผลิตบัณฑิตหรือผลิตอาชีวะ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาของชาติในเรื่องของภาคอุตสาหกรรมได้ ก็ฝากไว้แค่นี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ