กรุณพล เทียนสุวรรณ วิพากษ์วิจารณ์แผนปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ว่าขาดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม แม้เป้าหมายจะถูกปรับลดลงแต่ยังห่างไกลจากความสำเร็จจริง โดยเฉพาะในด้านการเกษตร การจัดการป่าไม้ โครงการ One Map การควบคุมมลพิษ และการปฏิรูปพลังงานที่ยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงความคืบหน้าและเร่งขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพรรคก้าวไกลให้เป็นผู้นำการอภิปรายผลของ การปฏิรูปประเทศในหัวข้อเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยประเด็นที่ ๕ ด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ ๖ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประเด็นที่ ๑๐ ด้านพลังงานครับ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศในทั้ง ๓ ประเด็นนี้มีจุดร่วมกันกับการปฏิรูปประเทศ ในประเด็นก่อน ๆ ที่สมาชิกของพรรคก้าวไกลได้อภิปรายไป นั่นคือในตอนแรกเมื่อปี ๒๕๖๑ มีการทำแผนปฏิรูปประเทศแบบสวยหรู ตั้งเป้าไว้เสียยิ่งใหญ่เหมือนจะไปถึงดวงจันทร์ แต่สุดท้ายแล้วผ่านไป ๕ ปี ผลที่ออกมาผมว่าแค่ยอดมะพร้าวก็ยังปีนไปไม่ถึงครับ
ผมขอกล่าวถึงการปฏิรูปประเทศประเด็นที่ ๕ ด้านเศรษฐกิจก่อน เป็นอันดับแรกครับท่านประธาน แผนปฏิรูปฉบับแรกสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปวางแผนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยต้องเปลี่ยน มี ๕ เป้าหมายหลักตาม Slide ครับ ขอ Slide ด้วย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เริ่มด้วยการที่ประเทศไทย จะมีผลิตภาพที่สูงขึ้น มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เติบโตอย่างครอบคลุม เติบโต อย่างยั่งยืน และสถาบันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีสมรรถนะที่สูงขึ้นครับ ในเวลาแค่ ๗ นาที ผมคงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่ท่านประธานก็น่าจะพอเห็นภาพ จากผู้อภิปรายท่านอื่น ๆ ว่าวิมานในอากาศที่ปฏิรูปประเทศเขียนมานั้นเป็นแบบใด ช่างใหญ่โตสวยงาม แต่ในการทำจริงนั้นแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลิตภาพ ผ่านอุตสาหกรรมหลักของเราอย่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรม อาหาร ก็มีการพูดถึงการแก้ไขกฎหมายในด้านต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้า ว่านักท่องเที่ยวจะต้องเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยมากขึ้นเท่าไร ตั้งเป้าว่าจะมีเกษตรกร Zoning เลิกปลูกพืชราคาถูกหันมาปลูกพืชราคาแพง ตั้งเป้าจะเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ตั้งเป้าว่าจะมีอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีการส่งออกเพิ่มขึ้น มีการลงทุนเพิ่มขึ้น และมีสถาบัน ทางการเงินชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ จะเพิ่มเพดานเงินสมทบประกันสังคม จะใช้ธนาคารที่ดินกระจายการถือครองที่ดินให้กับประชาชน จะปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของ สถาบันทางเศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่หน่วยงานระดับนโยบายไปจนถึงรัฐวิสาหกิจ
ต่อมาครับท่านประธาน จากปี ๒๕๖๑ เข้าสู่ช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ก็ได้มี การปรับปรุงแผน โดยสาเหตุสารพัดปัญหาอย่างที่คุณพริษฐ์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล ของผมได้พูดไปก่อนหน้านี้นะครับ กิจกรรมรูปแบบไปถึงเป้าหมายต่าง ๆ นั้นก็ถูกย่อย ให้เหลือเป็นเพียงรูปแบบของ Big Rock หรือว่า ๕ กิจกรรมรายละเอียดตาม Slide ครับ จะเห็นได้ในภาพรวมจะยังดูคล้าย ๆ เดิมแต่ว่าเล็กลงมาก ๆ เลย ไม่ใช่แค่เป้าหมายที่ย่อลง เท่านั้น ผลลัพธ์จากการปฏิรูปก็ย่อลงด้วยเช่นกันนะครับ
ขอ Slide ถัดไปครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยวที่พูดถึงเรื่องการใช้จ่าย ต่อหัวของนักท่องเที่ยว แต่ผลออกมาน่าผิดหวังมาก ทำได้เพียงแค่ฐานข้อมูลของสถานที่ ท่องเที่ยว และที่สำคัญคือ Promote ลง Social Media เท่านั้นเองนะครับ ส่วนการพัฒนา เกษตรกรสุดท้ายก็เป็นการพัฒนาในระบบอบรม Smart Farmer แค่ ๑๐,๐๐๐ ราย การเปลี่ยนพืชมูลค่าต่ำเป็นพืชมูลค่าสูงก็ทำได้เพียง ๒,๐๐๐ แปลงเท่านั้น ส่วนที่น่าผิดหวัง มาก ๆ การเพิ่มพื้นที่ชลประทานในระยะยาวจากเป้าหมาย ๒๗ ล้านไร่ ย้ำตัวเลข ๒๗ ล้านไร่ ผลที่ออกมาตลอดระยะเวลา ๕ ปีเพิ่มได้ ๑๖๐,๐๐๐ ไร่ ถ้าเผื่อเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ ๐.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าบริหารงานล้มเหลวได้หรือยังครับ แบบนี้ ส่วนการเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันก็ไม่มีความคืบหน้า ผลที่รายงานออกมา ก็เหมือนยอมรับว่าทำไม่สำเร็จนะครับ เพราะมีแต่คำว่า เร่งรัด ผลักดัน และจัดประชุม ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัด MOU ว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านชายแดนไทย-มาเลเซีย เร่งรัด แปลว่ายังไม่เสร็จนะครับถึงต้องเร่งรัด ผลักดันครับ ผลักดันร่าง พ.ร.บ. พาณิชยนาวี ผมถามครับว่าผลักดันนี่คือทำอะไรบ้าง ร่างนี้อยู่ในชั้นไหนแล้ว ส่วนเรื่อง FTA ไทยกับยุโรป ในรายงานก็ใช้คำว่า จัดประชุม ซึ่งการจัดประชุมมันไม่ใช่ผลงาน เพราะผลงานต้องมี ผลสัมฤทธิ์ จึงตั้งคำถามว่าการจัดประชุมนี้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมมากแค่ไหน ท่านประธานครับ เป้าหมายที่หายไปก็คือเรื่องของการเติบโตอย่างครอบคลุมที่แสดงให้เห็นว่า แผนของการลดความเหลื่อมล้ำนั้นล้มเหลวอย่างชัดเจน ซึ่งหลักฐานเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึง ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง และปัญหาคนจนที่จนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงไปได้ ลักษณะของการฝันใหญ่แต่ล้มเหลวไปไม่ถึงไหน ก็ยังปรากฏอยู่ในแผนปฏิรูปประเด็น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประเด็นพลังงานครับ
ผมขอเริ่มด้วยประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็น การปฏิรูปที่ ๖ นี้เราจะได้อ่านแผนปฏิรูปฉบับแรก ต้องบอกเลยว่าคิดกันมาอย่างจริงจังมาก ทั้งทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ทะเล และสิ่งแวดล้อม และผลเป็นอย่างไรครับท่านประธาน เรื่องป่าไม้นี่เห็นชัดเจนเลยนะครับว่าตามแผนคือต้องการเพิ่มพื้นที่ป่า ลดการบุกรุก แต่สุดท้ายเราได้โครงการอะไรมาครับ เราได้โครงการทวงคืนผืนป่า ซึ่งโครงการนี้ เป็นโครงการที่เรียกได้ว่าเป็นโครงการงามหน้าอันดับต้น ๆ ของ คสช. เลย เพราะเกิดการ ฟ้องร้องขับไล่ประชาชนมากมาย ทำลายกระบวนการพิสูจน์สิทธิในพื้นที่ พอมาถึง การดำเนินงานก็เห็นได้ว่าไม่พูดถึงการเพิ่มพื้นที่ของป่าเลยนะครับ เหมือนกับว่า คสช. โดนใครก็ไม่รู้หลอกให้ไปมีปัญหากับพี่น้องประชาชนโดยไม่เกิดประโยชน์กับใครทั้งสิ้น ป่าก็ไม่เพิ่ม ประชาชนก็เดือดร้อนครับ เรื่องที่ดินทำกินก็เอาผลงานของ คทช. คณะกรรมการ ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบล้วนแต่ก่นด่ากันมาเป็นผลของการปฏิรูป ซึ่งเรื่องนี้เดี๋ยวสมาชิกท่านต่อไปของผมก็คงจะได้พูดกันในวาระถัดไป
ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปยังกล้าพูดเรื่องโครงการ One Map หลายคนคงรู้จักโครงการนี้ดี โครงการนี้ทำมาเป็น ๑๐ ปีแล้วแต่ไม่เสร็จสักทีนะครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าโครงการนี้เสร็จเรียบร้อย เราจะมีทั้งนักการเมืองและข้าราชการ ถูกดำเนินคดีจากการออกโฉนดที่ทับพื้นที่ป่านะครับ ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีแผนสัมฤทธิ์ ในรายงานเลย กรณีมาบตาพุดที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหามลพิษ และนำออกจากประกาศ ให้เป็นเขตควบคุมมลพิษก็ยังทำไม่สำเร็จตามเป้า เรื่องรายงานการปล่อยและเคลื่อนย้าย มลพิษ หรือ PRTR พรรคก้าวไกลของผมก็ได้เสนอร่างกฎหมายนี้ไปตั้งแต่สภาชุดก่อน แต่ก็ถูก พลเอก ประยุทธ์ปัดตกไป ขอถามคณะกรรมการปฏิรูปนะครับว่าได้ทำอะไรกับ เรื่องนี้บ้าง ร่างกฎหมายของตัวเองมีหรือยังที่ปัดของเราตกไป และได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ อย่างไร ทำไมถึงถูกนายกปัดตกไปนะครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่จะขออภิปรายครับ คือการปฏิรูปประเทศในประเด็น พลังงาน ซึ่งผมก็ขอให้ข้อสังเกตตามแบบเดิมครับว่าเป้าหมายใหญ่ที่วางไว้เมื่อปี ๒๕๖๑ ไม่มีผลสัมฤทธิ์ใด ๆ เลยนะครับ โดยเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปด้านพลังงานคือการปรับ โครงสร้างบริหารกิจการไฟฟ้า ส่งเสริมกิจการไฟฟ้าเสรีที่ใช้พลังงานทดแทน ลดการผูกขาด สร้างการแข่งขันในกิจการพลังงาน และที่สำคัญคือให้ประชาชนได้ใช้ไฟในราคาที่เป็นธรรม อันนี้เน้นย้ำนะครับ ให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่เป็นธรรม แต่ผลการปฏิรูปแทบไม่มีอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง Smart Grid นะครับ กิจการไฟฟ้าเสรีอะไรพวกนี้เลย เอาแค่เรื่องพื้นฐานง่าย ๆ การพัฒนาระบบไฟฟ้าหรือแผน PDP ฉบับใหม่ที่ควรจะประกาศใช้ เมื่อปีที่แล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ประกาศใช้นะครับ การผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน เราทราบกันดี อยู่แล้วครับว่ายังล้นเกิน ทำให้ประชาชนคนไทยต้องใช้ไฟฟ้าแพง แต่ไม่เห็นมีวี่แววของ การที่จะปลดระวางโรงไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น รวมถึงมีข่าวว่าไปอนุมัติซื้อไฟฟ้าจากเขื่อน ในลาวเพิ่มขึ้นอีก ทั้ง ๆ ที่ไฟในประเทศมีมากเกินความจำเป็นนะครับ ประเด็นเหล่านี้ เดี๋ยวจะมีผู้แทนจากพรรคก้าวไกลอภิปรายอย่างละเอียดในลำดับต่อไปนะครับ สำหรับผม ก็ขอให้ท่านผู้ชี้แจงตอบคำถาม แล้วก็ตอบเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ