อนุชา บูรพชัยศรี ชี้แจงความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทบทวนและยกเลิกกระบวนการราชการที่ล้าสมัยกว่า 1,094 รายการ ซึ่งช่วยลดต้นทุนภาคการผลิตได้มากกว่า 133,000 ล้านบาทต่อปี และส่งผลให้ GDP เพิ่มขึ้นกว่า 0.8 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยกย่องความสำเร็จจากการปฏิรูปกฎหมายสำคัญ 6 ฉบับที่ช่วยลดขั้นตอนราชการ ส่งเสริมการทำธุรกรรมออนไลน์ และลดการทุจริต โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกการอนุญาต การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องปรากฏตัวด้วยตนเองในหลายบริการ นอกจากนี้ยังหารือร่าง พ.ร.ก. แก้ไขอัตราดอกเบี้ยผิดนัดและร่าง พ.ร.บ. ปรับโทษทางอาญาเป็นพินัย เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและลดภาระให้ประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงการปฏิรูปกฎหมายกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อสนับสนุนนักเรียนยากจนกว่า 6 ล้านคน ด้วยการเสนอปรับลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ และยกเลิกผู้ค้ำประกัน โดยเรียกร้องให้ขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ก็เป็นการรับทราบรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งนี้เป็นการรายงานครั้งสุดท้ายเพราะว่าตามแผนปฏิรูป ประเทศมีกรอบระยะเวลาสิ้นสุดเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ซึ่งจากการดำเนินการปฏิรูปประเทศในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาก็ก่อให้เกิดการที่เรียกว่าบรรลุผล การปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ไว้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณในส่วนของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็ง ซึ่งแผนการปฏิรูปประเทศนี้ก็ประกอบไปด้วยแผนการปฏิรูป ทั้ง ๑๓ ด้าน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้ทางด้านหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบ ในการดำเนินการในการสร้างรากฐานของประเทศในช่วง ๕ ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเดี๋ยววันนี้ต่อไปเราก็คงจะได้มีการพูดถึงนะครับ แต่นี่คือในเรื่องของการที่จะให้เป็นกรอบ ในการที่จะให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมทั้งปรับเปลี่ยน ยกเลิก กระบวนการ กลไก หรือระเบียบต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเบื้องต้น ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเทศไทยมีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ หรือว่า พ.ร.บ. ราว ๑,๔๐๐ ฉบับเลยทีเดียว แล้วก็เป็นกฎหมายรองอีกกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ฉบับ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศตามแผนดำเนินงานในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาถือเป็น การปลดล็อกพันธนาการจากกฎหมายที่ล้าสมัย แล้วก็เป็นการเร่งขับเคลื่อนประเทศ จึงได้มีการเรียกว่าเป็น Guillotine กฎหมายที่ไม่จำเป็น แล้วก็ทบทวน แก้ไข ปลดล็อก กว่า ๑,๐๙๔ กระบวนการของภาครัฐ อันนี้คร่าว ๆ นะครับ นำมาสู่การลดขั้นตอน ลดภาระ ประชาชน ผู้ประกอบการ มีการลดค่าใช้จ่าย แล้วก็มีการประเมินนะครับว่าต้นทุนลดลง ในภาคการผลิตได้กว่า ๑๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี คิดเป็น GDP ได้กว่า ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว
คราวนี้ในส่วนของรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมอยากจะ เรียนว่าท่านให้ความสำคัญแล้วก็ติดตามผลงานการปฏิรูปในเรื่องของกฎหมายนี้อย่างจริงจัง ซึ่งในส่วนที่ผ่านมาก็จะมี ๖ กฎหมายที่สำคัญ ๆ ที่ผมอยากจะมา Highlight ว่าการปฏิรูป กฎหมายนี้มีความสำเร็จไปในขั้นต้นอย่างไรบ้าง
อย่างแรกครับ ก็เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตของทางราชการ ซึ่งแน่นอนครับตรงนี้เป้าหมายก็เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวก มีความประหยัด แล้วก็ลดขั้นตอนความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น พร้อมปิดช่องทางทุจริต ในการรับสินบนใต้โต๊ะ การที่ทุกหน่วยงานนำกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้มาอนุมัติ อนุญาตตามกฎหมายก็จะมาเปิดเผย แล้วก็กำหนดระยะเวลาการทำงานแต่ละขั้นตอน อย่างชัดเจน แล้วก็เป็นพื้นฐานสำคัญในการที่จะส่งผลให้ความยุ่งยากในการประกอบธุรกิจ ของประเทศไทยสามารถที่จะปรับตัวได้ดีขึ้น ที่ผ่านมาด้วยเหตุผลตรงนี้มีการจัดอันดับที่ดีขึ้น ถึง ๗ อันดับเลยหลังจากออกกฎหมายฉบับนี้ไป โดยกฎหมายก็อำนวยความสะดวก เป็นการลดทุจริตคอร์รัปชัน เพิ่มความโปร่งใสให้กับประชาชนในการที่ได้รับการบริการ แล้วก็เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของระบบราชการ
กฎหมายฉบับที่ ๒ คือ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งก็มีเป้าหมายเพื่อที่จะปรับโครงสร้าง ปรับปรุงวิธีการทำงานของภาครัฐ ด้วยการตรากฎหมายกลางเพียงฉบับเดียวอย่างที่ผมเกริ่นในเบื้องต้นว่ามันมีกฎหมาย ที่ซ้ำซ้อนกันมากมาย ก็เพื่อรองรับความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติราชการ แล้วก็ อนุมัติอนุญาตของภาครัฐตามกฎหมายทุกฉบับที่เคยมีการดำเนินการแล้ว
ในส่วนที่ ๓ ครับ ก็คือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วย การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเดิมเวลาติดต่อราชการนี่ประชาชนเจ้าตัวต้องไป ปรากฏตัวพร้อมบัตรประชาชน แต่เวลานี้ติดต่อราชการทุกแห่งสามารถทำด้วย Online ได้ เจ้าตัวไม่ต้องไปปรากฏตัวก็ทำได้ ยกเว้นอย่างเช่นนะครับ จดทะเบียนสมรส หย่า แจ้งรับ บุตรบุญธรรม การทำบัตรประชาชน และทำ Passport อย่างนี้ยังคงต้องไปปรากฏตัวอยู่
ฉบับที่ ๔ ที่อยากจะ Highlight คือ พ.ร.ก. แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่มีการปฏิรูป อย่างจริงจังเลย แล้วก็เป็นผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก มีการคิดดอกเบี้ยใหม่ อะไรที่ไม่เป็นธรรมมีการปรับเปลี่ยน ถือเป็นการปฏิวัติดอกเบี้ยที่ไม่ได้เรียกว่าแก้ไขมา เป็นหลักเกือบร้อยปีเลยก็ว่าได้ แล้วก็เป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของการคิดดอกเบี้ย ในประเทศไทย เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็ให้กับประชาชนเต็ม ๆ เลย แล้วผู้ประกอบการทั่วประเทศก็สามารถที่จะปรับตัวให้เกิดความเป็นธรรม ในรายละเอียด ผมคงไม่ไปลงลึกนะครับ คงจะมีเรื่องของการลดดอกเบี้ยต่าง ๆ เรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ควรจะต้องเสียดอกเบี้ยเท่าไร ในการคำนวณคิดดอกเบี้ย ผิดนัดชำระจะต้องคิดอย่างไร ไปลดต้นก่อน ไม่ใช่เอาไปหักดอกอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น
ฉบับที่ ๕ เป็นเรื่องของพระราชบัญญัติในเรื่องของการปรับเป็นพินัย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญอีกเช่นเดียวกันครับ คือคุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน เพราะฉะนั้นคุกมีไว้ขัง สำหรับคนกระทำความผิด เพราะฉะนั้นการกำหนดให้โทษอาญาเพียงเท่าที่จำเป็น โทษปรับ อาญาสำหรับความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ร้ายแรงจะถูกแปลงให้เป็นโทษปรับเป็นพินัย อันนี้เป็นคำใหม่ที่อยากให้ประชาชนได้เข้าใจคำว่า เป็นพินัย ก็คืออาจจะทำงานให้กับสังคม แทนการรับโทษทางอาญา แล้วก็จะไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรมไว้ในประวัติ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป
สุดท้ายครับเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือเรียกว่า กยศ. อันนี้ก็สามารถที่จะช่วยเด็กไทยยากไร้กว่า ๖ ล้านคนให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยตามสัญญา อัตราดอกเบี้ยผิดนัด การขยายระยะเวลาต่าง ๆ รวมถึงยกเลิกไม่ให้มีผู้ค้ำประกัน ทั้งหมดนี้ก็คือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่ทางคณะ ในส่วนของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ไปดำเนินการมา แล้วก็ เสนอมาดำเนินการทั้งหมดนะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าสุดท้ายแล้วทั้งหมดนี้ทั้ง ๖ ฉบับ ที่ผมยกตัวอย่าง อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของปัญหาโครงสร้าง ที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน แต่มาสำเร็จแล้วก็มาเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ได้หลังจากที่ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจังในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย อำนวยความสะดวกในการอนุญาตทางราชการที่เปิดเผยขั้นตอนระยะเวลาต่าง ๆ การลด ภาระพี่น้องประชาชนอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด ซึ่งก็ต้องบอกว่าการดำเนินการในลักษณะแบบนี้ ก็เป็นผลงานของทางด้านคณะที่ได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ทาง คณะกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินงานในส่วนของการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของ กฎหมายที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ทั้ง ๖ ฉบับเป็นต้น แล้วก็ขอให้ดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ ต่อเนื่องต่อไป ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่จบในระยะเวลาตรงนี้แล้วเราอาจจะต้องมาพิจารณากัน ต่อไปในสภาหลังจากที่มีรัฐบาลในชุดต่อไปด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ