ปรเมษฐ์ หารือปฏิรูปการเมือง-ท้องถิ่น-ยุติธรรม พร้อมเสนอเศรษฐกิจดิจิทัลชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปรเมษฐ์ จินา หารือปัญหาการปฏิรูปประเทศในหลายมิติ ทั้งระบบตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทางการเมืองที่ยังอ่อนแอ การจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ที่ล่าช้า และการกระจายอำนาจจากรัฐสู่ท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นรูปธรรม พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูป เช่น การใช้บิ๊กดาต้าพัฒนารัฐบาลอัจฉริยะ การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม การตั้งทีมทนายอาสาเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และการเร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินด้วยการตั้งคณะกรรมการติดตามระดับชาติเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก แล้วก็ผู้ร่วมชี้แจงครับ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี ก็คงจะต่อเนื่องจากของ คุณทรงยศนะครับ เนื่องจากว่าคงจะเป็นปัญหาที่ค้างคากันมานาน แล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข ในส่วนของความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งทางผู้ชี้แจงได้นำเรียน ก็มีความก้าวหน้าแล้วก็พัฒนาไปตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวินัยด้านการเงิน แล้วก็ผลงานต่าง ๆ ความมั่นคงทางการเงินการคลังก็ทราบว่าทางรัฐบาลได้ทำเป็นอย่างดี แต่ว่าในส่วนที่จะเพิ่มเติมก็คือส่วนที่ยังเป็น Gap เป็นช่องว่างในแต่ละด้านทั้ง ๑๓ ด้าน ยกตัวอย่างในส่วนของด้านการเมือง วันนี้เราทำไมไม่ลงไปรื้อระบบในส่วนของการตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้สมัครผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือว่าสมาชิก อบต. อบจ. แล้วก็ในส่วนของพวกเราเอง เนื่องจากว่า ที่ผ่านมาบางทีก็ลงสมัครแล้ว เริ่มทำงานแล้ว พอมาตรวจสอบย้อนหลังมันเสียอารมณ์ บางครั้งถ้ามีการตรวจสอบให้ชัดเจนตั้งแต่เบื้องต้น มันก็จะทำให้คนที่รู้ตัวว่าเขาไม่สามารถ เดินต่อได้มันก็ได้ปรับตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่นี่เราปล่อยมาเป็นยุค เป็นสมัย เป็นวาระแล้วเพิ่งมา ตรวจสอบ อันนี้ก็คงจะต้องมีการปฏิรูปในส่วนของระบบด้านการเมืองนะครับ

ส่วนของการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้เป็นส่วนที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของการที่จะเดินต่อในเรื่องของ Smart Government นะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนของ Big Data ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ต้องมีการจัดระบบตรงนี้ให้ชัดเจน ในส่วนของการที่จะขับเคลื่อนเป็นรัฐบาลอัจฉริยะก็คงจะต้องมีแผนงานที่จะต้องโฟกัส ไปในแต่ละเรื่องเพิ่มเติมจากในแผนที่เราได้นำเรียนกันมานะครับ เช่นยกตัวอย่าง ในเรื่องของการศึกษาอัจฉริยะ หลายท่านก็ได้นำเสนอแล้วรูปแบบการศึกษาอัจฉริยะ เป็นอย่างไร ให้ทันสมัยแล้วก็ดูแลตั้งแต่เด็กอนุบาล แล้วก็ในส่วนของการที่จะให้ เด็กค้นพบตัวเองตั้งแต่เบื้องต้น ยกตัวอย่างผมไปดูงานที่ประเทศนิวซีแลนด์เขาจัดระบบ เป็นอย่างดี เด็กชอบอะไรก็ให้ค้นพบตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น แล้วก็เดินหน้าไปแนวที่เขาชอบ ไม่ใช่ว่าตามเพื่อน ไม่ใช่ว่าตามผู้ปกครองเหมือนบ้านเรา อันนี้ก็เป็นส่วนที่จำเป็นที่จะต้องไป ปรับปรุงในเรื่องของระบบการศึกษา

ด้านการสาธารณสุขก็เช่นกันนะครับ ณ วันนี้เราต้องมีการแบ่งระดับในเรื่อง ของงานส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู แล้วก็ในเรื่องของการรักษาพยาบาลแบบนี้ เราก็คงจะต้องมีการปรับให้มันทันสมัยให้ทันยุคนะครับ เอาให้มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา มีส่วนร่วมในด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น เช่นเอกชน เช่นมหาวิทยาลัย เช่นท้องถิ่น ถ้ามีหน่วยงาน หลายหน่วยงานเข้ามาดูแลในเรื่องของสุขภาพก็จะเกิดการแข่งขัน ประชาชนก็จะได้รับ การดูแลที่ดีแล้วก็มีความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

ด้านเศรษฐกิจ ณ วันนี้ทำอย่างไรให้คนที่อยู่ทางบ้าน การตลาดชุมชน OTOP มีการออกแบบ Form ที่เรียกว่า Platform สำหรับการค้าขายของเศรษฐกิจชุมชนนะครับ แล้วก็งานสารบรรณมียกตัวอย่าง ผมเคยเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เวลามี การประชุมต้องแจ้งล่วงหน้า ๓ วัน แล้วก็เวลาแจ้งมันต้องให้คนเอาเอกสารไปถึงเจ้าตัว อันนี้ก็เช่นกันของเราปัจจุบันใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยแจ้งทาง Online แล้วก็ในส่วนของ เอกสารก็คงจะต้องส่งในระบบให้หมดเลยนะครับ

ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันแม้ว่าจะมีการป้องกันเป็นอย่างดีก็ยังต้องมีการตามจ่าย การเรียกเข้ามาตกลงราคา หรือว่าในส่วนของการที่จะฮั้วกันนะครับ

แล้วก็ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการอุทธรณ์นี่เป็นปัญหาอย่างยิ่งของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ อุทธรณ์แล้วให้ยืนตามเดิม แต่ว่าช่วงเวลาที่อุทธรณ์ ๓-๔ เดือน ยกตัวอย่างเราดำเนินกิจกรรมในช่วงเดือนมิถุนายนกว่าผลอุทธรณ์จะออกมา สิ้นเดือนกันยายนงบประมาณต้องพับไป ชาวบ้านก็เสียประโยชน์ แล้วก็คนที่อุทธรณ์นั้น ก็ไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ ถ้ามีการออกระเบียบให้มันชัดเจน ถ้าคุณอุทธรณ์แล้วผลอุทธรณ์ เหมือนเดิมคุณต้องจ่ายค่าปรับกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนค่าจ้างก็ว่ากันไป อันนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาฝากมานะครับ

แล้วก็ส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ เรามี พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจมา ๒๐ กว่าปี แต่ถามว่า ณ วันนี้เป็นการกระจาย อำนาจจริงหรือไม่ มันไม่ใช่นะครับ มันเป็นเรื่องของการกระจายแต่หน้าที่ อำนาจไม่มา อำนาจยังอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด อำนาจยังอยู่ที่อธิบดี เรื่องของท้องถิ่นไม่มีใครที่จะรู้แจ้ง เห็นจริง แล้วก็เข้าถึงมากกว่าคนของท้องถิ่น อันนี้ก็คงจะต้องมีการปฏิรูปในเรื่องของระบบ บริหารราชการแผ่นดินนะครับ

ส่วนของการมอบอำนาจในที่สาธารณะหรือว่าเขาต้องการใช้ประโยชน์ ในส่วนที่เป็นสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของทางสาธารณะก็น่าจะมอบอำนาจให้กับทางท้องถิ่น ได้ดำเนินการด้วยตนเองครับ

ส่วนของด้านกฎหมายแน่นอนว่าหลายท่านพูดไปแล้ว กฎหมายที่ยังล้าหลัง ที่ไม่ทันสมัย ที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนก็สมควรที่จะ Review กันให้มันยกใหญ่ กระบวนการยุติธรรมเราก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องที่ค้างคาอยู่ที่ศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัด หรือว่า เรื่องที่ต้องส่งไปถึงขั้นตอนของการถวายฎีกา ทำอย่างไรให้มีการแก้ไข ชาวบ้านเขาจะได้ ไม่เป็นทุกข์ทรมานเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี บางครั้งเรื่องของที่ดินทำกิน หรือว่าเรื่องของโครงการ ของรัฐบาลที่ไปทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมันก็ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราจะต้องมี การดำเนินงานให้เกิดการทำงานแบบเชิงรุก มีทนายความอาสาสัญจรไปพบปะพี่น้องประชาชน ทุกเทศบาล ทุก อบต. และเรามีแผนแจ้งล่วงหน้า วันนี้ทนายอาสาจะออกพื้นที่ไหน อันนี้ ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะแก้ปัญหาเชิงรุกแล้วก็ลดความทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน

ด้านเศรษฐกิจแน่นอนนะครับ ในวันนี้บ้านเราเป็นเรื่องของเมืองเกษตร ทำอย่างไรเราจะยกระดับการเกษตรให้มันทันสมัย Young Smart Farmer เกษตรมูลค่าสูง เกษตรอัจฉริยะ ทำในเรื่องการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ด้านการประมง ด้านการแปรรูป หรือว่า ด้านการตลาด อันนี้ก็เป็นส่วนที่สำคัญครับ รวมทั้งในเรื่องของการใช้ Application แล้วก็ในส่วนของการออกแบบ Platform ที่มัน คล่องตัวแล้วก็ทันสมัย ด้านอื่น ๆ ก็คิดว่าคงจะเป็นเรื่องที่รวบรวมประเด็นที่หลายท่านได้ นำเสนอในครั้งนี้ แล้วอีกส่วนหนึ่งขอนิดเดียวนะครับท่านประธาน เนื่องจากว่าหลายท่าน พูดคุยกันในเรื่องของเอกสารสิทธิที่ดิน ทำไมผ่านมาแล้วหลายสมัยไม่มีการแก้ปัญหา อย่างเป็นรูปธรรม ผมมองว่าถ้าให้สำนักนายกรัฐมนตรีมีคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ คทช. ทำอย่างไรให้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เอาปัญหาทั้งหมดนี้ลงไปดำเนินการในพื้นที่ ให้มันเป็นลักษณะที่จับต้องได้ ไม่ใช่ว่ามาพูดกันทุกครั้งทุกปีมันก็ยังอยู่แบบนี้ ผมก็อยากจะ ให้ท่านประธานได้นำเรียน หรือว่าเราในฐานะที่เป็นหัวใจของอำนาจการตัดสินใจ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง ผมก็พร้อมที่จะอาสาเข้าไปทำเรื่องนี้ให้ทั่วประเทศนะครับ ขอบคุณครับ