ทรงยศ รามสูต หารือความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของการอบรมวิทยากรประชาธิปไตย การใช้งานแอปพลิเคชันภาครัฐ และความเสี่ยงจากการเผยแพร่ที่อาจถูกมิจฉาชีพแอบอ้าง พร้อมเสนอปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใสและป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะสินค้าที่มีข้อกำหนดเฉพาะทางเทคโนโลยี และเรียกร้องให้บูรณาการข้อมูลและอำนาจการอนุญาตของหน่วยงานรัฐให้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ป่า รวมถึงเสนอปรับระบบการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ด้วยการจัดงบเหลื่อมปีและพิจารณาเปลี่ยนปีงบประมาณเริ่มในไตรมาสที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบในช่วงหน้าหนาว พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานสาธารณสุข โดยยกตัวอย่างโครงการอาหารจากเงินบริจาคในงานบุญของเทศบาลเมืองน่าน และเรียกร้องให้สนับสนุนโครงการลักษณะเดียวกัน รวมทั้งเร่งรัดการส่งร่างกฎหมายที่ค้างอยู่เพื่อให้พรรคการเมืองร่วมพิจารณาผลักดันเพื่อการปฏิรูปประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ (เดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๕) ขออนุญาตท่านประธาน ฝากข้อสังเกตจากรายงาน ๓ เดือนนะครับ เพราะไหน ๆ ญัตติต่อไปก็เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพื่อทางสภาพัฒน์มาแล้วจะได้ไปปฏิรูปประเทศใน ๑๓ ด้านตามมาตรา ๒๕๘ ตามรัฐธรรมนูญนะครับ
เรื่องแรกนะครับ ในเรื่องงานการเมือง จากที่รายงานบอกว่าได้มีการอบรม วิทยากรตัวคูณในการเผยแพร่ประชาธิปไตย ๕๖๒ คน ไม่ทราบว่าเรามีการสำรวจไหมว่า ตัว ๕๖๒ คนนี้ตัวคูณเขาคูณกันได้เท่าไร อยากสอบถามดูนะครับ
ข้อที่ ๒ ในส่วนของ Application ที่เราทำขึ้นมาหลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฉลาดเลือก Civic Education หรือว่าตาสับปะรดก็เช่นกัน เรามีการสำรวจไหม ว่ามีคนมาใช้บริการเยอะไหม หรืออย่างตาสับปะรดนี่พอเขาแจ้งมา เราแจ้งต่อไปกี่ราย และมีการติดตามประเมินผลไหมว่ามีคดีหรือว่าเขาดำเนินการแค่ไหน เพียงไร อันนี้ฝากไว้ ในส่วนของเรื่องงานการเมือง
ข้อที่ ๓ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนะครับ ในข้อที่ ๑ ที่ทางนี้ บอกว่าจะนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ปัจจุบันการนำเสนอเทคโนโลยี Application ใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ปัจจุบันหน่วยงานที่เผยแพร่ Application ดีที่สุดก็คือองค์กร มิจฉาชีพ เขาจะรู้เลขบัตรประชาชน รู้แม้กระทั่งทะเบียนบ้าน รู้เลขบัญชีธนาคาร ล่าสุด รู้เลขโฉนดอีกนะครับ กดปุ๊บเงินหายปั๊บ ก็อยากจะฝากหน่วยงานของรัฐในการจะเผยแพร่ Application ต่าง ๆ ให้รอบคอบ เป็นไปได้ไหมไปอบรมให้เขาไป Load Application ในหน่วยงานของรัฐใกล้บ้าน เช่น อบต. เราจัดงบอบรม แต่ไม่เห็นด้วยที่จะจัดหน่วยงานลง ไปประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เดี๋ยวมิจฉาชีพอาจจะสวมรอยนะครับ
ข้อที่ ๔ คือการปรับปรุงการจัดซื้อจัดจ้างให้มันเปิดเผยตรวจสอบได้ แล้วก็ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้ผมจะฝากไว้นิดหนึ่งนะครับ คือปัจจุบันการจัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์อยากให้มีระเบียบที่มาป้องกันหรือป้องปราม วัสดุครุภัณฑ์ที่มันต้องใช้ IT หรือเทคโนโลยีเช่น Solar Cell หรือบางอย่างนี่มันทำให้ราคามี Spec เฉพาะผู้จ้างกับ ผู้รับจ้างที่รู้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นอยากจะมีกฎหมายมาแก้ไขปรับปรุงตรงนี้นะครับ
ข้อต่อไปนะครับ กลับมาข้อที่ ๒ ในเรื่องของการบูรณาการข้อมูลจาก หน่วยงานของรัฐเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ซึ่งก็จะไปเชื่อมโยงกับเรื่องด้านกฎหมายที่ว่าจะเอา กฎหมายที่ใกล้เคียงกันเอามารวมไว้แล้วก็พิจารณาร่วมกัน ผมอยากจะฝากบางครั้งบางครา พูดง่ายนะครับ อย่างเรื่องบูรณาการในงานที่เกี่ยวกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สมมุตินะครับ สมัยก่อนเวลาหน่วยงานของรัฐจะทำงานในพื้นที่ป่า เขาบูรณาการกัน ถ้าไม่ได้ไปรุกป่าเพิ่มนะครับ แม้กฎหมาย พ.ร.บ. ป่าสงวน มาตรา ๑๔ จะห้ามไว้ แต่ถ้าทำในพื้นที่หมู่บ้านหรือพื้นที่ป่าพื้นที่เดิมนี่ส่วนใหญ่เขาจะทำได้ไม่มีปัญหา แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมามีระเบียบออกมาว่าต้องมีหนังสือจากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาแนบท้าย เพราะฉะนั้นถ้าไปทำอะไรในเขตป่านี่ ถูกเรียกเงินคืน เป็นปัญหามากกับทั่วประเทศนะครับ อบต. จะจัดงบลงไปทำถนนหนทาง ในถนนเดิมนะครับ ต้องทำเรื่องมาขอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ตอบช้ามากนะครับ กว่าจะตอบไปบางที งบตกไปแล้ว เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะบูรณาการร่วมกัน มอบอำนาจไปให้พื้นที่ ตั้งคณะทำงาน หรือดำเนินการตาม พ.ร.บ. ป่าสงวน มาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๙ ก็ได้ เป็นเส้นขีดไว้เลยว่าถนนเส้นนี้หรือว่าหมู่บ้าน Zone นี้ถ้างบจะไปลงก็จะได้สะดวกอันนี้ ฝากเอาไว้
ต่อไปนะครับ ในเรื่องของการปรับปรุงระบบกฎหมาย ซึ่งในเรื่องของงาน ด้านเศรษฐกิจเขาบอกว่ายุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ของชาติ ส่วนใหญ่ผมเห็นปลายปีงบประมาณจะมีจัดงบอบรมกันเยอะมาก เพราะว่าปลายปี งบประมาณกลัวเงินตกอันนี้ไม่มีปัญหานะครับเข้าใจ แต่บางครั้งบางครามันมีงบเวลาจัดกิจกรรมนี่ให้ชาวบ้านไปออกแสดงสินค้าเพื่อค้าขาย ซึ่งพองบมันมานี่มันเป็นช่วงหน้าฝนนะครับ คนซื้อคนขายก็มีแต่คนในพื้นที่ เป็นไปได้ไหม ที่จะออกกฎระเบียบให้จัดงบเหลื่อมปีไปจัดเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมมันจะได้ส่งผล ว่าคนขายก็ขายได้ นักท่องเที่ยวก็มาซื้อได้ก็จะได้ยกระดับงบประมาณก็จะได้คุ้มค่า หรือมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเสนอนะครับ ถ้าเป็นไปได้สภาพัฒน์มาแล้วนี่ เราน่าจะมี การปฏิรูปการจัดทำปีงบประมาณของประเทศใหม่นะครับ เพราะปัจจุบันนี่ปีงบประมาณ ของประเทศกว่าเงินจะเข้าก็ปลายไตรมาส ๒ คือเดือนมีนาคม กว่าจะจัดแล้วเสร็จ ก็ไตรมาส ๓ กว่าเงินจะส่งไปมันเข้าหน้าฝน เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่มีน้ำเป็นอุปสรรค เช่น สะพาน น้ำ ถนน หรือหลายต่อหลายอย่างนี่ทำไม่ได้ ประสิทธิภาพของงบประมาณ มันลดลง ลองพิจารณาศึกษาดูว่าถ้าสมมุติเราเอาไตรมาส ๓ ขึ้นมาเป็นไตรมาส ๑ นะครับ กว่าเงินเข้า กว่าเงินจัดซื้อจัดจ้างจะลงไปสู่หน่วยงานของรัฐนี่เข้าหน้าหนาวก็ OK ประมูล จัดซื้อจัดจ้างได้งานก็มีประสิทธิภาพ ไม่เสร็จเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมก็ทำได้ กันเงินเหลื่อมปีไปเดือนเมษายนก็ไม่มีปัญหา ผมว่าลองศึกษาดูนะครับ อาจจะมีปัญหา ช่วงผ่องถ่าย ๒-๓ ปีแรก ถ้าศึกษานี่ผมว่าประสิทธิภาพในการจัดทำงบประมาณของประเทศ จะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างเต็มที่นะครับ
ในเรื่องต่อไปนะครับ งานด้านสาธารณสุขนะครับ งานด้านสาธารณสุข บอกว่ามีการบริการสุขภาพผู้สูงอายุ ด้านบริบาล รักษาพยาบาลชุมชน บางครั้งบางครา หน่วยงานของรัฐทำอย่างเดียวบางทีไม่พอนะครับ จริง ๆ มีเอกชน มีคนใจบุญสุนทาน ที่เขาอยากจะช่วยเหลือแต่เขาไม่รู้ไม่อยากจะเข้าถึงนะครับ ผมยกตัวอย่างเทศบาลเมืองน่าน ภายใต้การนำของท่านนายกสุรพล เธียรสูตร ท่านมีโครงการ Rider เพื่ออีป้ออีแม่นะครับ ท่านดำเนินการตามแผนขั้นตอน ตามกฎหมายกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น มาตรา ๑๖ ที่ให้เทศบาลมีอำนาจหน้าที่ในการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย (๑๐) บอกว่าสงเคราะห์ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี และคนด้อยโอกาส โดยเฉพาะ (๑๖) บอกว่าส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วม เวลามีงานศพ งานวัดงานวา คนก็บริจาคแล้วเขา ก็เอาเงินตรงนี้ให้กองสวัสดิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมทำอาหารไปให้ผู้ด้อยโอกาส ในเขตเทศบาล หรือคนที่ไม่มีลูกหลาน ไม่มีญาติพี่น้องมาดูแลอันนี้ฝากไว้นะครับ โครงการ ดี ๆ ต้องช่วยกันส่งเสริม ใกล้ ๗ นาทีแล้วนะครับ ยังเหลืออีกหลายประเด็นเดี๋ยวไปอภิปราย ต่อในญัตติถัดไปนะครับ
แต่มาดูในส่วนที่ ๒ ที่ทางปฏิรูปแจ้งมาว่ามีกฎหมายอยู่ ๔๕ ฉบับ ๑๐ ฉบับ ผ่านการพิจารณาแล้ว ขาดอีก ๓๕ ฉบับ ไม่ทราบว่าไปถึงไหน เพียงใด แต่เข้าใจว่าน่าจะรอ ส่งรัฐมนตรีเพื่อส่งกลับเข้ามาสู่สภา อย่างไรถ้าอยากให้ไวส่งมาให้พรรคการเมืองเราช่วยกันดู อย่างไรมันก็ต้องกลับเข้ามาสภานะครับ เราจะช่วยกันดูเพื่อปฏิรูปประเทศ ถ้าเกรงว่า เป็นกฎหมายทางการเงินก็เชื่อว่าท่านคงจะประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ฝากมาให้ผู้แทนเราจะได้ไวขึ้นในการพัฒนาประเทศครับ ขอบคุณครับ