ธนาธร โล่ห์สุนทร ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานปฏิรูปประเทศปี ๒๕๖๕ โดยเฉพาะด้านการศึกษา โดยชี้ว่ายังขาดรายละเอียดการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม และเสนอให้เพิ่มกิจกรรมที่มีผลกระทบมากกว่างานทั่วไป
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมก็จะขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมก็จะขอตั้งข้อสังเกตในด้านการศึกษานะครับ ซึ่งการศึกษานี้ก็เป็น รากฐานสำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปนะครับ ว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากการศึกษาเราไม่ดี ด้านอื่น ๆ มันก็จะไม่ดีตามไปด้วย ซึ่งจากการที่ผมได้อ่านรายงาน ผมก็มีข้อสังเกต
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องที่ท่านได้บอกว่าการสร้างโอกาส สร้างความเสมอภาค ทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ซึ่งมีการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนา ก่อนเข้ารับการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งผมดูแล้วก็ยังไม่เห็นมีการระบุการช่วยเหลือ อย่างเป็นรูปธรรมในรายงาน มีแต่เขียนกว้าง ๆ ไว้ว่าช่วยอะไรไปบ้าง แล้วก็รวมถึงที่มีการ ช่วยเหลือศูนย์การเรียนรู้ สถานเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเกือบ ๓๐,๐๐๐ แห่ง ซึ่งท่านก็บอกว่ามีประมาณ ๓๐,๐๐๐ แห่ง ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่าน คณะกรรมการนะครับว่าถ้าเกิดในแผนที่จะทำต่อ ๆ มาก็อยากจะให้มีการใส่รายละเอียดมา ให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงว่าท่านได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้างนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วที่ท่านระบุในแผนที่เป็นผลการดำเนินงานหรือว่าการดำเนินการที่สำคัญ เพื่อที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Big Rock หรืออะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ผมก็เห็น แล้วว่ากิจกรรมต่าง ๆ เป็นการสำรวจ แล้วก็เป็นการพัฒนาระบบการทำเชิงนโยบาย การวิจัยและพัฒนาระบบต่าง ๆ เสียส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งหน้าที่เหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ ของหน่วยงานต่าง ๆ อยู่แล้วที่จะทำได้นะครับ ก็อยากจะฝากว่าถ้าหากท่านจะทำกิจกรรม อะไรที่มันเกี่ยวกับเป็นการปฏิรูปก็น่าจะให้ทำอะไรที่มันจะมีผลกระทบมากกว่าที่จะเป็น งานทั่วไปที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาได้ทำกันอยู่แล้วนะครับ
แล้วก็ในเรื่องที่ ๒ ก็คือเงินอุดหนุนเพิ่มเติมเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้ครัวเรือนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงิน ๖๐๐ บาท ซึ่งก็อาจจะรวมเงินสงเคราะห์บุตร ๘๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท ผมเห็นว่า จำนวนเงินนี้อาจจะไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงนะครับ เพราะว่าขณะนี้ ค่าครองชีพต่าง ๆ ก็ถีบสูงขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงท่านคณะกรรมการอยากจะให้เพิ่มเติมในการที่จะมีการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นเรื่องค่าครองชีพต่าง ๆ สำหรับการดูแลเด็กแรกเกิดด้วยนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือการปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐานนะครับ ซึ่งสิ่งที่ได้ดำเนินการ อยู่ในรายงานที่บอกนั่นก็คือการพัฒนาครูเดิม ผมก็ถือว่าการพัฒนาครูซึ่งเป็นบุคลากร ที่สำคัญในระบบการศึกษาก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ว่าท่านก็ยังไม่มีสิ่งไหนที่เป็นรูปธรรม สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมก็คืออยากให้มีการสร้างคุณค่าในอาชีพครู คือจะหาวิธีอะไรก็ได้ ที่จะได้คนเก่ง แล้วก็คนดีที่อยากจะเข้าไปเป็นครู เพราะว่าครูก็ถือว่าเป็นทรัพยากร ที่มีความสำคัญในการที่จะเข้าไปสอนเด็ก ๆ เข้าไปสอนเยาวชนของชาติให้เติบโตขึ้นมา
ส่วนประเด็นที่ผมอยากจะเพิ่มเติมก็คือการประเมินผลปฏิบัติงานของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งเท่าที่ผมทราบมาคือเพิ่งมีการ เปลี่ยนใหม่ คือแบบเดิมมี ๒ องค์ประกอบก็คือว่าการประเมินประสิทธิภาพภาคการปฏิบัติ จะได้ ๗๐ คะแนน ส่วนการประเมินการปฏิบัติตนในการรักษาวินัยคุณธรรมจะมี ๓๐ คะแนน ส่วนแบบใหม่นะครับท่านประธาน จะเพิ่มมาเป็น ๓ องค์ประกอบก็คือ การประเมิน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติจะเป็น ๘๐ คะแนน ส่วนการประเมินการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการศึกษา ๑๐ คะแนน ส่วนทางด้านรักษาวินัย คุณธรรม และจรรยาบรรณ จะเป็น ๑๐ คะแนนนะครับ ซึ่งส่วนนี้จะเห็นว่าด้านคุณธรรมและทางด้านจริยธรรมก็มีการ ลดลงมาก ก็อยากจะฝากให้เราเน้น ถ้าเราอยากเน้นให้มีสังคมที่ดีหรือสิ่งอะไรที่ดีต่าง ๆ ก็ควรจะเน้นเรื่องนี้ให้มากขึ้นด้วยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องเกี่ยวกับอาชีวศึกษานะครับ ผมคิดว่าในด้านนี้มันก็เหมือนกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วไปนะครับ ซึ่งสิ่งที่พัฒนาอยู่แล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมคิดว่าความตั้งใจของคณะกรรมการในการที่จะ ทำเรื่องต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ว่าก็ยังไม่มีการระบุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ยังไม่มีบอกว่า จะทำสิ่งไหนต่อไป รวมถึงจำนวนกี่คน แล้วก็ไม่มีที่บอกว่าจะพัฒนาคนไปเท่าไรแล้ว จากระดับไหนสู่ระดับไหน แล้วก็ดีขึ้นแค่ไหนก็ตามนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็กลับไปสู่เรื่อง การวัดผลและการประเมินผลต่าง ๆ ซึ่งก็อยากให้ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมนะครับ ส่วนการเพิ่มคุณค่าและค่านิยมในการเรียนอาชีวะมากขึ้น ผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะว่า ในปัจจุบันสถานศึกษาประเภทอาชีวศึกษาก็ประสบปัญหาการขาดแคลนทั้งครูและนักเรียน ส่วนสถานการณ์ในประเทศตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะขาดแคลนแรงงานที่เป็นทักษะเฉพาะ ทางด้านนี้ด้วยกันนะครับ ผมก็จะขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการว่าสุดท้ายนี้ แผนดำเนินการที่ดำเนินต่อไป ที่ท่านจะปฏิรูปอะไรต่อไปก็ขอให้คำนึงถึงสภาพความเป็นจริง ในการที่จะวางเป้าหมาย แล้วก็รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่มันจะเกิดขึ้นที่ให้เป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม ขอบคุณครับท่านประธาน