ขัตติยา ตั้งข้อสังเกตบทบาทเอ็กซิมแบงก์ ชี้อาจคลาดเป้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

ขัตติยา สวัสดิผล หารือบทบาทของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยในบริบทเศรษฐกิจไทยที่เปิดรับโลกาภิวัตน์ เน้นความสำคัญของธนาคารต่อระบบเศรษฐกิจจากผลการทบทวนรายงานประจำปี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินงานที่อาจคลาดเคลื่อนจากวัตถุประสงค์เดิม โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการส่งออกและนำเข้า การไม่สนับสนุนการนำเข้าวัตถุดิบ ความไม่สมดุลในการช่วยเหลือภาคเกษตรเฉพาะข้าว และการสนับสนุนบริษัทลูกของกลุ่มทุนใหญ่ รวมถึงการจัดการทรัพย์สินที่ควรทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก พร้อมเสนอให้เพิ่มวงเงินสินเชื่อให้สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจ เสริมบทบาทช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมรับมือหนี้สูญ สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและส่งเสริมการส่งออกบริการ รวมถึงตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการปล่อยกู้ต่างประเทศในกรอบเศรษฐกิจสีเขียว และการบริหารความผันผวนของค่าเงินที่กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้ธนาคารเป็นองค์กรหลักที่เข้มแข็งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอฝากท่านประธานขอบคุณไปยังทางดอกเตอร์รักษ์ แล้วดอกเตอร์เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รวมถึงผู้บริหารคนอื่น ๆ ของทาง EXIM Bank ที่วันนี้ได้สละเวลามาตอบ ข้อซักถามในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายถึงรายงานประจำปีของธนาคาร เพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือว่า EXIM Bank ประจำปี ๒๕๖๕ ขออิง ตามรายงานประจำปีที่ทางธนาคารส่งมาให้ เมื่อสักครู่เห็นขึ้นใน Slide เป็นของปี ๒๕๖๖ ดิฉันไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน แต่ดิฉันขออ้างอิงตามรายงานที่ดิฉันได้อ่าน มาแล้วกันนะคะ ท่านประธานคะ เศรษฐกิจไทยของเรามันมีขนาดเล็ก แล้วเราก็เปิดรับ การค้าระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นแน่นอนว่าเราจะมีการเชื่อมโยงแล้วก็อ่อนไหวกับ สภาพเศรษฐกิจของโลกเป็นอย่างมาก ในแง่นี้ธนาคารนำเข้าและการส่งออกจึงมีความสำคัญ ต่อเศรษฐกิจไทยในทั้งระบบค่ะ

ประเด็นแรก ที่ดิฉันจะขอพูดถึงก็คือวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของทาง EXIM Bank ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่า EXIM Bank ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการนำเข้าและการส่งออก รวมถึงการลงทุนต่าง ๆ ด้วยการให้ สินเชื่อ ด้วยการค้ำประกัน ด้วยการรับประกันความเสี่ยง รวมถึงให้บริการที่จำเป็นอื่น ๆ ท่านประธานคะ จากปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ และจากข้อมูลที่ดิฉันได้รับมา ทำให้ดิฉัน ต้องตั้งคำถามกับ EXIM Bank ว่ากำลังดำเนินธุรกิจถูกต้องตามวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งเสริม การส่งออกและการนำเข้าอยู่หรือไม่ เนื่องจากดิฉันทราบมาว่าทางธนาคารได้มีการปล่อยกู้ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อการนำเข้าและการส่งออก ที่ดิฉันได้ยินมาคือมีการปล่อยกู้ซื้อ บ้านด้วย อันนี้ไม่แน่ใจว่าจริงเท็จประการใด ซึ่งถ้าหากเป็นจริง ธนาคารกำลังดำเนินธุรกิจ ผิดวัตถุประสงค์อยู่หรือเปล่า และ ๒. หากเป็นจริง การกระทำเช่นนี้จะเป็นการแข่งขัน กับสถาบันการเงินอื่นหรือไม่ นอกจากนั้นดิฉันยังได้รับข้อมูลมาว่าทางธนาคาร ได้ให้ทุนแก่บริษัทลูกซึ่งเป็นของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าบริษัทลูกนั้นอาจจะเข้า หลักเกณฑ์ในการได้รับสินเชื่อ แต่อย่างนี้ก็คงไม่ต่างกับการให้ทุนกับบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้น หากเป็นจริง ทางธนาคารกำลังดำเนินธุรกิจผิดเจตจำนงหรือไม่ เพราะเราต้องการที่จะ ช่วยเหลือคนตัวเล็กตัวน้อยเพื่อที่จะทำการค้าเพื่อการส่งออกแล้วก็เพื่อการนำเข้า ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตรที่ทาง EXIM Bank ได้ทำการสนับสนุน พบว่าธนาคารสนับสนุนอุตสาหกรรมข้าวเป็นหลัก ทำให้สัดส่วนที่จะ ไปช่วยภาคการเกษตรอื่นนอกจากข้าวมันลดลง เลยอยากตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยัง ผู้บริหารธนาคารว่าในอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ทางธนาคารได้ให้การสนับสนุนหรือไม่ เช่น ผลไม้ หรือว่าประมง เพราะตอนนี้การแข่งขันในภาคเกษตรของไทยอยู่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยโลกในรอบ ๒๑ ปี ดิฉันจึงเห็นว่าเราควรที่จะให้ความสนใจหรือใส่ใจในสินค้า เกษตรอื่นด้วยเช่นกันค่ะ เพราะดิฉันคิดว่าเราควรจะต้องเอาความเสี่ยงนั้นใส่ไว้ในหลาย ๆ ตะกร้า อีกคำถามหนึ่ง ก็คือทำไมการนำเข้า Raw Material หรือว่าวัตถุดิบ ถึงไม่ได้รับ การสนับสนุนจากธนาคารเลย

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันขอพูดถึงการจัดการทรัพย์สินของธนาคาร ดิฉันอยากฝาก ท่านประธานถามไปยังธนาคารว่าเราจะสามารถเพิ่มขนาดของธนาคารได้หรือไม่ เพราะว่า เรามี SMEs รอที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ได้มากอยู่แล้วก็เพื่อให้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก Loan Size ของธนาคารตอนนี้หรือวงเงินที่ธนาคารจะปล่อยให้ประชาชนกู้ได้มีอยู่ประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท แต่สถานการณ์เศรษฐกิจที่มันเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ การส่งออกของเรามี สภาพ Slow down หรือว่าเติบโตช้า คือลดลงไป ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้นทางธนาคารจึงควรจะต้องเตรียมวงเงินกู้ให้มากกว่านี้ไหม เพื่อที่จะส่งเสริมการส่งออก

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือมูลค่าการส่งออกของเรามีมูลค่ากว่า ๑๐ ล้านล้านต่อปี ดังนั้นเมื่อเทียบกับ Loan Size ของ EXIM Bank ที่มีอยู่ ๑.๕ แสนล้านบาท นั่นหมายความว่า Loan Size ของธนาคารไม่ได้สัดส่วนกับมูลค่าการส่งออก รวมถึงไม่ได้ สัดส่วนกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เราต้องเผชิญด้วย กลายเป็นว่าการทำงานของ EXIM Bank ก็คือ มีการปล่อยกู้เท่าเดิม แต่คนต้องการวงเงินกู้นั้นมีมากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานประจำปีของธนาคาร เห็นว่าธนาคารวางแผนที่จะ ผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy ซึ่งก็คงจะต้องใช้ เงินจำนวนมาก มากกว่า ๑.๕ แสนล้านบาท แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ทางธนาคารได้รายงานตอนต้น แล้วว่าด้วยจำนวนเงินดังกล่าวก็สามารถผลักดัน Green Economy ไปได้ด้วยดี นอกจากนั้น ในรายงานประจำปีมีรายละเอียดว่า ๑ ใน ๓ ของลูกหนี้ของธนาคารเป็นลูกหนี้ที่อยู่ ต่างประเทศ แต่เงินที่เราปล่อยกู้ไปมันเป็นเงินภาษีของคนไทยค่ะ ดิฉันก็เลยตั้งคำถามว่า มันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีที่เป็นคนไทยได้อย่างไรบ้าง

ประเด็นที่ ๓ ข้อกังวลของดิฉันคือเรื่องของความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจาก คำถามคือ EXIM Bank นี่เรามีมาตรการที่ช่วย SMEs อย่างไรบ้างเพื่อที่จะรับมือกับ ของราคาเงิน เนื่องจากว่าเราพึ่งพาการนำเข้าถึง ๕๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พึ่งพาการส่งออกถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ของ GDP แต่ยังไม่เห็นแนวทางของธนาคารในการรับมือความผันผวน ของค่าเงินแต่อย่างใดค่ะ ดิฉันจึงมีข้อเสนอแนะและข้อแนะนำจาก ๓ ประเด็นที่ดิฉันกล่าวมา ในข้างต้นว่าอยากให้ทาง EXIM Bank โฟกัสที่วัตถุประสงค์ของธนาคารเป็นหลัก คือ สนับสนุนการนำเข้าและการส่งออก เพื่อช่วยเหลือคนตัวเล็กให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม รวมถึงอยากให้มีการเพิ่ม Loan Size ขึ้นเพื่อที่จะรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ แล้วก็ส่งเสริม Green Economy ๓. ก็คือรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ ๔. ก็คือรับมือกับหนี้ที่สงสัยจะสูญที่มี มูลค่า ๘๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันไม่แน่ใจว่าตัวเลขนี้น่ากังวลหรือไม่ แล้วทางธนาคารจะรับมือ อย่างไร ประเทศไทยเราเป็น ๑ ในห่วงโซ่การผลิตหลักของโลก การนำเข้าเราอยู่ที่ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ การส่งออกเราอยู่ที่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสินค้าไปแล้วก็คือ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ มีส่วนของภาคบริการเพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เข้าใจว่าตอนนี้ธนาคารพยายามทำเรื่อง Service Export อยู่ก็ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่นะคะ ดิฉันก็อยากให้ Exim Bank เป็นที่พึ่งที่แข็งแรง ของคนตัวเล็กตัวน้อยของคนไทย อะไรที่ทำแล้วดีเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดิฉันก็ขอให้ สนับสนุนให้ทำต่อไป อยากให้ธนาคารมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง มีผู้บริหารที่มี คุณภาพ แล้วก็เป็นเสาหลักให้กับผู้ประกอบการไทยต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ