ณัฐวุฒิ ทวงทุนหมุนเวียน 4.6 ล้านล้าน ขอชี้แจงความจำเป็น-ประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือประเด็นการบริหารจัดการทุนหมุนเวียนวงเงินสูงถึง 4.6 ล้านล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็น ประสิทธิภาพ และการควบคุมการใช้จ่ายของกองทุนต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาเงินซ้อนเงินและรัฐซ้อนรัฐ พร้อมเรียกร้องให้กรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเป้าหมาย ผลการดำเนินงาน และทบทวนกรอบกฎหมายกำกับกองทุนอย่างชัดเจน รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญของการสนับสนุนงานวิจัยด้านซากดึกดำบรรพ์ที่ยังขาดงบประมาณเพียงพอ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม ของทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี ๒๕๖๓ ปีบัญชี ๒๕๖๔ อยากจะรบกวนท่านประธานครับ อยากจะ Pan กล้องกันไปทั่ว ๆ นิดหนึ่งครับ จะได้ทราบว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกจาก ทุกพรรคการเมืองนั้นยังอยู่ในสภาแห่งนี้ถึงแม้จะ ๖ โมงกว่า แล้วก็มีส่วนร่วมในการอภิปราย รายงานต่าง ๆ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พี่น้องประชาชนอยู่ทางบ้านก็จะได้ทราบว่าตัวแทน ของเขานั่งประชุมอยู่ในที่ประชุม นั่งอยู่ตรงไหนในมุมไหนของสภาแห่งนี้ครับ

ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ทั้งหมด ๓-๔ ประเด็นด้วยกันในการจะอภิปราย กองทุนครับ แต่ประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะต้องเริ่มพูดถึงก็คือประเด็นว่าเราต้องยอมรับว่า ขณะนี้กองทุนหมุนเวียนนั้นมีเงินอยู่ทั้งหมดถึง ๔.๖ ล้านล้านบาทต่อปี แน่นอนครับ เมื่อเทียบกับงบประมาณที่เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา งบอาจจะแตกต่าง กันบ้างในแต่ละปีเล็กน้อย ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ย้อนมา ๓.๒ ล้านล้านบาท แต่เห็นได้ว่ากองทุน หมุนเวียนหรือทุนหมุนเวียนนั้นมีปริมาณมหาศาล ผมคิดว่าประเด็นหลักเลยก็คือว่า กรมบัญชีกลางในฐานะผู้ปกป้องประโยชน์หรือเงินของแผ่นดิน อาจจะต้องชี้แจงและยืนยันว่า เรามีความจำเป็นจะต้องควบคุมการใช้เงินทุนหมุนเวียนมากไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้วหรือไม่ จะมีข้อเสนออย่างไร จะมีวิธีการอย่างไร จะบอกเลยไหมว่าต่อไปนี้กฎหมายต่าง ๆ ที่จะมีการเสนอต่อสภานั้นควรจะต้องไม่มี บทบัญญัติที่ว่าด้วยทุนและกองทุนต่าง ๆ ซึ่งเพิ่มงบประมาณในการใช้จ่าย หรือถ้าท่าน เห็นว่าทุนหมุนเวียนยังจำเป็นอยู่ ก็จะต้องบอกว่าความจำเป็นนั้นควรจะต้องมีเงื่อนไขแบบใด ประการใด แต่ผมคิดว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้เราจะกลายเป็นรัฐซ้อนรัฐ เราจะ กลายเป็นเงินซ้อนเงิน เราจะกลายเป็นทุนที่ซ้อนทุน ซึ่งมีการใช้ในงบประมาณประจำปี อยู่ในหน่วยราชการต่าง ๆ เราปล่อยแบบนี้ต่อไปไม่ได้ นั่นเป็นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมคิดว่ามีหลายกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่ผมเอง ก็นั่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการที่ดูเรื่องกองทุนในสภาชุดที่ผ่านมา แล้วก็อภิปราย ทุนหมุนเวียนในทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนที่เกี่ยวข้องกับทางสังคม ยกตัวอย่างบางประการ เช่นกองทุนคุ้มครองเด็ก ถ้าท่านดูคำว่า ประเด็นสำคัญในปี ๒๕๖๓ กับปี ๒๕๖๔ รายงาน ๒ ฉบับ เพื่อนสมาชิกบอกว่าอยากให้ผมถือสักนิดหนึ่ง อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าจำนวนหน้า เป็นจำนวนเท่าไร ก็ต้องเรียนว่าข้อความไม่แตกต่างกันเลยครับ ปี ๒๕๖๓ ท่านบอกว่า ประเด็นสำคัญมี ๑ ๒ คือการติดตามงบประมาณและประเมินผล ทั้งประเด็นเรื่องรายบุคคล และกลไกระดับจังหวัดในการคุ้มครองเด็กที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ปี ๒๕๖๔ ท่านก็ใช้ คำเดียวกัน ผมก็ต้องถามว่าคำว่า ประเด็นสำคัญ ที่ท่านเขียนนัยอยู่ในทุก ๆ กองทุนนี้ หรือทุก ๆ ทุนมันหมายความว่าอะไร ท่านกำลังส่งสัญญาณอะไรครับ กำลังบอกว่านี่คือ ประเด็นสำคัญซึ่งควรจะต้องไม่มีอีกแล้วในปีถัดไป หรือนี่คือประเด็นสำคัญที่ Highlight ว่า ปีหน้าถ้าคุณจะต้องใช้ทุนต้องใช้ในเพื่อการแบบนี้นะ หรือกำลังจะบอกว่านี่คือประเด็นสำคัญ ที่ควรจะต้องนำไปสู่การปรับแก้ หรือยกเลิกกองทุน ท่านต้องอธิบายความหมายของคำว่า ประเด็นสำคัญ ซึ่งอาจจะวงเล็บว่าไม่สำคัญก็ได้ แต่ผมยกตัวอย่าง ในเมื่อเข้ามาสู่กองทุน คุ้มครองเด็กก็ต้องลงรายละเอียด เอาเข้าจริง ๆ เราต้องยอมรับนะครับว่ามีการใช้กองทุน คุ้มครองเด็กอยู่ใน ๒ ระบบด้วยกัน ก็คือการช่วยเหลือสงเคราะห์รายบุคคล กับการสนับสนุน โครงการ แต่ท่านไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเงินสงเคราะห์รายบุคคลนั้นจำนวน ๑,๐๐๐ กว่าราย ต่อปีนั้นใช้วงเงินเท่าไร โครงการซึ่งมี ๒๐-๓๐ รายต่อปีใช้วงเงินเท่าไร แล้วสัดส่วน มันเป็นเท่าไร ที่ผมต้องพูดตั้งประเด็นแบบนี้เพราะว่าเงินสงเคราะห์รายบุคคลมันไปซ้อนกับ เงินสงเคราะห์ที่อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีหลายหน่วย ที่ใช้ เยอะแยะไปหมด แต่บางโครงการท่านทราบไหมครับ มีอยู่ปีหนึ่งโรงเรียนขอใช้ งบประมาณในการไปทัศนศึกษาจากกองทุนคุ้มครองเด็ก แล้วท่านอดีตรองปลัดกระทรวง พม. มาบ่นกับผมว่าก็ต้องอนุมัติให้ไป ทั้งที่จริงทำไมไม่ไปใช้เงินปกติของกระทรวงศึกษาธิการ ตกลงเวลาที่ท่านประเมินผลมองแบบนี้อย่างไร และเอาเข้าจริง ๆ แล้วจำนวนเด็กที่ต้องได้รับ การสงเคราะห์ เด็กบางรายนั้นมีความจำเป็นมากกว่าประกาศวงเงินที่อยู่ในประกาศของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฝากท่านไปดูครับ กายอุปกรณ์ บางอย่างสำหรับเด็กพิการ ประกาศวงเงินไม่ครอบคลุมถึง ประเด็นเรื่องการตรวจ DNA เปรียบเทียบสถานะบุคคล เพื่อนสมาชิกผมอยู่ใน กทม. ทุกเขต เจอหมดเลยครับ มีเด็ก ไร้สถานะ แต่ไม่สามารถนำไปสู่การตรวจ DNA ได้ ประกาศวงเงินบอกให้ใช้ได้ แต่ท่านลอง ไปดูให้หน่อยว่าตกลงใช้ไปกี่ราย เป็นจำนวนเงินเท่าไร หรือตั้งแต่มีประกาศวงเงิน ในปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมาเคยมีคนใช้ไหม แต่วงเล็บไว้ก่อนนะครับ มี ๑ ราย ณัฐวุฒิ บัวประทุม เคยใช้ นั่นเป็นกองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนค้ามนุษย์ก็แบบเดียวกันครับ กองทุนความเสมอ ภาคทางเพศไม่ตั้งคำถามไม่ได้นะครับ เพราะว่าเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติส่งเสริม ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ปี ๒๕๕๘ มีการตั้งกรรมการ ๒ ชุด เรียกว่า สทพ. กับ วลพ. มีเรื่องร้องเรียนที่นำไปสู่การจ่ายเงินชดเชยหรือเยียวยาผู้ประสบเหตุจากความไม่เป็นธรรม ในเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศแค่ ๔ ราย น้อยนิดนัก คำถามของผมก็คือว่าตกลง เขา Declare หรืออธิบายท่านไหมครับว่าความเสมอภาคระหว่างเพศนั้นคืออะไร เป็นความเสมอภาคระหว่างเพศของระบบเพศ ๒ เพศ ที่เรียกว่า Binary หรือชายและหญิง หรือเป็นความเสมอภาคของทุกเพศ Gender Equality ผมคิดว่ากองทุนความเสมอภาค ระหว่างเพศนะครับ เป็นประเด็นที่นำไปสู่การต้องทบทวน พ.ร.บ. ส่งเสริมความเสมอภาค ระหว่างเพศว่าตกลงที่มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ นั้นเป็นอย่างไร นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องค้ามนุษย์ ยังไม่พูดถึงเรื่องส่งเสริมผู้สูงอายุ เรื่องการจัดการศึกษาคนพิการ เรื่องส่งเสริมการจัด สวัสดิการสังคมที่นำไปสู่โครงการในต่างจังหวัด ก็ต้องขอบพระคุณท่านที่ไปลงรายละเอียด ที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องแตะ ความจริงมีอีกกองทุนหนึ่งนะครับ ถ้าผมไม่พูดอายแย่เลยครับ เพราะว่าลูกชายฝากมา ก็คือการจัดการซากดึกดำบรรพ์ หรือพูดกันง่าย ๆ ก็คือขุดหา ไดโนเสาร์ ปีที่แล้ว ผอ. กองทุนมา Comment หลังจากที่ผมพูดบอกว่าขอบพระคุณท่านมาก คนสนใจน้อย ประเทศไทยมีแหล่ง Fossil เยอะมากครับ งบประมาณในการใช้การศึกษา เรื่อง Fossil จำเป็น และสำคัญ คนสนใจน้อย ประเทศไทยมีแหล่ง Fossil เยอะมากครับ งบประมาณในการใช้การศึกษาเรื่อง Fossil จำเป็นและสำคัญ เจอไดโนเสาร์ ๑ ตัว อยากมีชื่อ ณัฐวุฒิ โฮเน่ อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าผมไม่ได้ไปขุดเอง แต่ฝากท่านไปดูครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นประเด็นสุดท้าย ก็คือประเด็นที่เป็น เรื่องของการทวงคำตอบจากเรื่องทุนหมุนเวียน อย่างที่ผมได้นำเรียนว่า ในท้ายที่สุด แล้วนี่นะครับ อย่างที่เรียนว่ากองทุนหมุนเวียนนั้นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แล้วมี ข้อห่วงใยในหลายประการ ก็ต้องฝากท่านว่าสุดท้ายแล้วท่านจะยืนยันหลักการว่า ยังจำเป็นต้องมีทุนหมุนเวียนมากไปกว่านี้อีก หรือควรจะมีเท่านี้ภายใต้กฎหมายหรือเงื่อนไข แบบใด ประการใด เสียดายมีรายละเอียด แต่คงไม่สามารถที่จะพูดถึงได้ในเวลาที่มีอยู่ ขอบคุณท่านประธานครับ