จุลพันธ์ วิจารณ์บทบาทองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ชี้ตามเทคโนโลยีไม่ทัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ วิพากษ์บทบาทสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอและไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายและเสริมสร้างอำนาจหน่วยงานเพื่อให้มีศักยภาพในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขการร้องเรียนและผลการช่วยเหลือไม่สะท้อนความเสียหายที่แท้จริง แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของกลไกการคุ้มครองในปัจจุบัน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อเรื่องรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ของสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อนสมาชิกมาชมท่านเยอะแล้วนะครับ ผมจะชี้ประเด็นที่ผมมองว่าเป็นปัญหาให้กับท่าน ผมเรียนครับ ผมก็ให้กำลังใจท่าน ในการทำงานในการคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรมันมีความเชื่อมโยงกับหลายส่วนงาน ตัวสภาองค์กรคุ้มครองของผู้บริโภคเอง สคบ. เอง แล้วก็ไล่ไปถึงหน่วยงานที่เป็นฝ่ายปฏิบัติ จะเป็นตำรวจ จะเป็นอะไร ซึ่งมันมีความเชื่อมโยงกันไปหมด เป็นเครือข่ายในการที่จะเข้ามา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องของการถูกเอารัดเอาเปรียบต่าง ๆ ผมดูรายงานของท่าน สิ่งที่ท่านทำในประเด็นแรกเลยก็คือเรื่องของงานคุ้มครองผู้บริโภคระดับประเทศ ซึ่งร่วมมือ ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศด้วย มีเครือข่ายอะไรต่าง ๆ ครอบคลุม มีข้อเสนอ ที่สำคัญ เช่น ข้อเสนอไปยัง กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องเสนอให้ไม่ควรให้มีการควบรวมธุรกิจ เช่น True DTAC มีข้อเสนอไปยังกระทรวงพลังงาน ซึ่งเสนอให้มีมาตรการกำกับราคาน้ำมันที่เป็นธรรม จัดเก็บ ภาษีลาภลอย มีเรื่องของยุติการอนุมัติรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าใหม่เข้าระบบ เพื่อที่จะลด ราคาค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน ผลักดันในเรื่องคิดค่าไฟแบบ Net Metering ข้อเสนอ ต่อ อย. ก็มีมาตรการกำกับในเรื่องของการห้ามใช้กัญชาในอาหาร ข้อเสนออื่น ๆ หลายอย่าง เรื่องรถยนต์ เรื่อง PM2.5 ข้อเสนอในเรื่องของตัวกฎหมาย พ.ร.บ. อากาศสะอาด ท่านครับ ข้อเสนอของท่านสะท้อนเสียงใกล้เคียงกับในสภาผู้แทนราษฎร ผมเองก็เคยพูดเกือบทุก ประเด็น เพื่อสมาชิกนั่งในนี้ทุกคนก็ได้ยินได้ฟัง ก็พูดกันใกล้เคียงท่าน แต่ท่านครับ ทั้งเรา และท่าน ท่านคิดไหมครับว่าข้อเสนอของท่าน ท่านเขียนมาในบทสรุปทั้งหมดไม่สำเร็จ สักเรื่อง ไม่ได้โทษท่านนะครับ ผมก็โทษตัวเองเหมือนกันเพราะผมก็พูดแล้วมันก็ไม่สำเร็จ มันเหมือนกับเราและท่านเป็นเสือกระดาษที่ไม่มีอำนาจในการที่จะไปบังคับ ตัว พ.ร.บ. ของตัวสภาองค์กรคุ้มครองของผู้บริโภคเองมันไม่ได้ให้อำนาจท่านไว้ เขียนมาก็มี แต่ข้อเสนอ แต่ข้อเสนอทั้งหมดเมื่อผู้เป็นรัฐไม่รับฟังเราจึงเห็นเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น สิ่งนี้ มันเป็นประเด็นปัญหา ซึ่งเราจะต้องไปหาวิธีการในการอุดช่องโหว่ ในส่วนของข้อเสนออื่น ๆ ที่มีความสำคัญที่ผมอยากจะยกประเด็นอีกสักประเด็นหนึ่งสั้น ๆ ข้อเสนอในเรื่องของ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคกับกลุ่มปัญหาเฉพาะบางประเภท ท่านยกตัวอย่างมา ท่านไม่ได้เขียนชื่อบริษัทหรอก แต่ก็พูดได้ครับในสภา ไม่มีอะไร ก็เรื่องอย่าง Forex อย่างนี้ เป็นต้น เรื่องของตลาด Cryptocurrency เดี๋ยวนี้การที่เขาเอาเปรียบผู้บริโภคมันมากกว่า นั้นแล้ว มันไม่ได้เป็นรูปแบบสมัยก่อน ขายผงซักฟอกแล้วผงซักฟอกไม่เต็มกล่อง มันไม่ใช่ เรื่องว่าขายสินค้าแล้วเกินราคา หรือเอาของหมดอายุมาขาย เดี๋ยวนี้มันเลยไปแล้ว มันกลายเป็นตลาดซึ่งมีรูปแบบใหม่ เป็นตลาด Digital ซึ่งผมมีข้อสงสัยมากนะครับ ผมเข้าใจ ในความตั้งใจของท่าน ท่านมีบุคลากรที่มีความพร้อมจริงหรือไม่ในการที่จะเข้าไปกำกับ ดูแล ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องที่มันมีโครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้ อย่าว่าแต่ท่านเลยครับ ภาครัฐทั้งหมดผมว่าตามไม่ทันหรอกครับ เพราะว่าโลกมันเปลี่ยน เร็วมาก เดี๋ยวนี้เขามี AI เขามีกลไกใหม่ ๆ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เปลี่ยนทุกวัน บริษัทในเรื่อง ของ Cryptocurrency ที่มีปัญหาเปลี่ยนหน้าไม่ซ้ำวัน กลไกเหล่านี้ท่านจะต้องไปสร้างปีก ใหม่ในองค์กรของท่านในตัวสภาคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อที่จะมีความพร้อมในการรองรับกับ ความเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้น เพื่อที่จะสามารถรองรับกับปัญหาที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คงเป็นประเด็นที่อยากจะฝาก ผมอยากจะเรียนต่อท่านครับ ที่ใช้คำว่า เสือกระดาษ มันถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องมาสังคายนากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง คณะกรรมการสภาเองด้วย สภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย รวมถึง สคบ. ด้วย รวมถึง ฝ่ายกำกับติดตามอื่น ๆ ด้วย ที่จะมาบูรณาการมาหากลไกที่จะมีอำนาจจริง ๆ ในการที่จะ ป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนเหมือนเช่นปัจจุบัน มูลค่าความเสียหายเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่หลักพัน หลักหมื่น มันไปเป็นแสนล้าน เจอเรื่องของ Cryptocurrency เข้าไปทีเดียว เป็นหมื่นล้าน แสนล้าน เพราะฉะนั้นมันคือช่องโหว่ที่เราจะต้องเร่งดำเนินการ เพราะฉะนั้น กลไกกฎหมายที่จะให้อำนาจกับท่านมันต้องรองรับ

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ท่านเขียนมาในรายงานของท่านในเรื่อง ของตัวเลขต่าง ๆ มีตัวเลขหนึ่งที่ผมดูแล้วผมก็สงสัย นั่นก็คือตัวเลขในเรื่องของ การดำเนินงานของท่าน ท่านใช้คำว่า การให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ มีการถูกละเมิดสิทธิแจ้งท่านมา ๑๔,๙๔๐ ราย

ประเด็นแรก จำนวนนี้ ไม่ใช่ตัวเลขจริงเด็ดขาดของผู้ที่ถูกละเมิด มันต่ำ เกินไปมาก เรารับทราบกันดี ท่านก็รู้ ผมก็รู้

ประเด็นที่ ๒ ท่านบอกว่าสามารถยุติปัญหาร้องเรียนได้ถึง ๑๓,๖๐๐ กว่าเรื่อง คิดเป็น ๙๒ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ผมเห็นแล้วผมบอกว่าไม่จริง การยุติไม่ได้หมายความว่า เราสามารถให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างสมบูรณ์ ดูง่าย ๆ เลย ท่านแจ้งตัวเลขนี้มาแล้วท่านก็มาสรุปติดท้ายว่ามีเงินของผู้บริโภคที่ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับการชดเชยแล้ว ๒๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ห่างไกลกับมูลค่า ความเสียหายของพี่น้องประชาชนเป็นหมื่นเท่า หมายความว่ากลไกที่เรามีอยู่ยังไม่รองรับ เพียงพอ ผมพูดตัวเลขนี้ท่านก็รู้ว่าตัวเลขนี้มันไม่ใกล้เคียงกับสภาพปัญหาที่แท้จริง หมายความว่าภาระหน้าที่ของท่านในการที่จะดำเนินการในอนาคตเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในกลไกที่จะรองรับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนยังมีอีกมาก ผมก็ขอฝากท่าน ดำเนินงานต่อ ขอบพระคุณครับ