ศิริกัญญา ตั้งคำถามรอบด้านการเงินแผ่นดิน-การลงทุนรัฐ-หนี้สินไม่ครบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

ศิริกัญญา ตันสกุล ชื่นชมความคืบหน้าในการจัดทำรายงานการเงินแผ่นดินที่มีการวิเคราะห์ตามมาตรฐานสากล แต่เสนอให้ปรับปรุงให้ละเอียดและครบถ้วนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการจัดทำสินทรัพย์และหนี้สินที่ยังไม่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน รวมถึงการประเมินมูลค่าที่ราชพัสดุ การเรียกคืนที่ดิน และการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการวัดค่าใช้ประโยชน์ที่ดิน พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อการลงทุนของรัฐในหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ทั้งที่ได้มาจากการถือครองตามนโยบายหรือการยึดทรัพย์ ว่าควรมีการชี้แจงเหตุผลและทิศทางการบริหารอย่างชัดเจน รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่สมดุลระหว่างหน่วยงาน และความคลาดเคลื่อนจากวิธีการบัญชีที่อาจทำให้ตัวเลขไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยเฉพาะกรณีการรวมงบประมาณบำเหน็จบำนาญเข้ากับหน่วยงานแทนการจัดเป็นงบกลาง ซึ่งต้องการความโปร่งใสและแนวทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ นำ Slide ขึ้นด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

การอภิปรายครั้งนี้ก็เป็น ครบรอบ ๔ ปี ที่ดิฉันได้อภิปรายรายงานการเงินแผ่นดินครั้งแรกเมื่อประมาณ ๔ ปีที่แล้ว ก็จะขอชื่นชมว่าหลังจากที่ได้อภิปรายไปครั้งแรกที่มีงบการเงินมาอย่างเดียว ๒-๓ ปีให้หลังนี้ รายงานการเงินแผ่นดินได้มีการทำบทวิเคราะห์มาด้วย ซึ่งก็จะเป็นมาตรฐานที่หลาย ๆ ประเทศ ทำกันเวลาที่มีการรายงานการเงินแผ่นดิน จะมีในส่วนที่เรียกว่า MD&A เหมือนเป็นคำอธิบาย ของฝ่ายบริหารว่ารายการในงบการเงินนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรที่มีนัยสำคัญ ก็ขอชื่นชมค่ะ ถึงแม้ว่าบทวิเคราะห์อาจจะยังสามารถที่จะปรับปรุงให้มีความละเอียดได้มากกว่านี้ ซึ่งอาจจะมีการพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไป

เรื่องแรก อยากจะทำความเข้าใจก่อน ดิฉันก็เพิ่งเข้าใจในเรื่องของรายงาน การเงินแผ่นดินจริง ๆ จัง ๆ พอมาอ่าน ตอนแรกคิดว่ามันจะเป็นงบการเงินแบบงบการเงินรวม หรือว่าเป็น Consolidated Financial Statement แต่ปรากฏว่าพออ่านไปอ่านมาแล้ว เข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นการรวม เลยอยาก Check ความเข้าใจว่าที่ดิฉันเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่ ว่าตัวสินทรัพย์ หนี้สินต่าง ๆ ไม่ได้เป็นการรวมของหน่วยงานราชการอื่น ๆ มาไว้ในที่เดียว แต่จะนำมาเฉพาะส่วนราชการที่มีอำนาจบริหารจัดการแทนรัฐบาล ยกตัวอย่าง เช่น กรมบัญชีกลางที่ดูแลเงินคงคลัง ดังนั้นทั้งด้านรายได้ รายจ่าย งบประมาณแผ่นดินต่าง ๆ ก็จะปรากฏอยู่ในรายงานงบการเงินฉบับนี้ มีกรมธนารักษ์ที่ดูแลที่ราชพัสดุ เราก็จะเห็นว่า ในส่วนของสินทรัพย์ก็จะมีการรายงานเรื่องเกี่ยวกับที่ราชพัสดุว่ามูลค่าการประเมิน เป็นเท่าไร สคร. ที่ดูแลเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ สบน. ที่ดูแลเงินกู้ของแผ่นดิน แต่ก็ยังมี อีกหลายรายการที่ไม่ได้รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินทุนหมุนเวียน หรือว่ารัฐวิสาหกิจก็จะมา ในรูปแบบของเงินลงทุนในหุ้นตามสัดส่วนที่รัฐถือหุ้น ถูกต้องใช่ไหมคะอันนี้ ผู้ชี้แจงอาจจะพยักหน้าถ้าดิฉันเข้าใจถูก ดิฉันจะได้อภิปรายต่อ ดิฉันน่าจะเข้าใจถูกแล้ว ทีนี้พอมาดูในรายละเอียด อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้เป็นการรวมสินทรัพย์ทั้งหมดของ หน่วยราชการ ดังนั้นสินทรัพย์ตัวหลัก ๆ ที่จะมาปรากฏก็คือคิดเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของสินทรัพย์ทั้งหมดก็คือที่ราชพัสดุ ในรายงานทั้งบทวิเคราะห์ก็มีการระบุว่าที่ราชพัสดุมีอยู่ ๑๐.๕๖ ล้านไร่ แต่ในความเข้าใจของเรา เราเข้าใจมาตลอดว่าที่ราชพัสดุมีอยู่ ๑๒ ล้านไร่กว่า ดังนั้นส่วนที่หายไปใช่หรือไม่ว่าเป็นที่ราชพัสดุที่ใช้ประโยชน์เพื่อความลับเกี่ยวกับความมั่นคง ของประเทศในราชการกระทรวงกลาโหมอีกประมาณ ๒.๖ ล้านไร่ อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ ทีนี้พอมาดูก็จะเป็นการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ สิ่งที่น่ากังวลก็คือความเสี่ยง จะมีเรื่องของ ข้อพิพาทระหว่างที่ดินราชพัสดุกับที่ดินประชาชน ซึ่งตรงนี้ได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่า ความเสี่ยงจากข้อพิพาทเหล่านี้อาจจะมีผลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นที่ราชพัสดุ แล้วที่สำคัญก็คือว่ามีการไปทำข้อตกลงที่จะมีการสำรวจและเรียกคืนที่ราชพัสดุ โดยกรมธนารักษ์ ซึ่งในบทวิเคราะห์ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่าไม่ได้มีการพูดถึง ความคืบหน้าของการสำรวจและเรียกคืนที่ราชพัสดุว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว หลังจากที่ได้มี การออกระเบียบมาเมื่อปี ๒๕๖๒ ทางพรรคก้าวไกลเองก็มีการติดตามในเรื่องของ การเรียกคืนที่ราชพัสดุ หรือว่าการทำข้อตกลงในการใช้ที่ราชพัสดุกับทางกองทัพในการทำ สวัสดิการต่าง ๆ ของกองทัพว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ถ้ามีตัวแทนจากกรมธนารักษ์ ก็ฝากให้ได้ตอบคำถามนี้กับพวกเราด้วยนะคะ แล้วก็มีการพูดถึง Capital Charge ด้วย อันนี้ดิฉันก็ตามมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ไม่มั่นใจว่าได้เริ่มมีการปรับใช้หรือยังในการที่จะเหมือน แสดงมูลค่าที่แท้จริงของการที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ มาใช้ที่ดินของที่ราชพัสดุโดยที่ อาจจะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ว่าจริง ๆ แล้วที่ราชพัสดุตรงนั้นอาจจะอยู่ในใจกลางเมือง ที่สามารถจะนำไปใช้หาประโยชน์ได้มากกว่านั้นมาก

ส่วนของสินทรัพย์มีเรื่องที่น่าสนใจอีกค่ะ ดิฉันไปดูเรื่องของเงินลงทุน หลักทรัพย์เผื่อขาย ก็มีคำถามหลายเรื่องว่าทำไมภาครัฐจึงมีตัวเลือกที่จะไปลงทุน ในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในธนาคารต่าง ๆ ก็มีทั้ง SCB ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าน่าจะเป็นผลพวงมาจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจหรือไม่ แต่ก็มี บางอันที่ดิฉันก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ อย่างเช่นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือว่า อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็อยากที่จะทราบเหตุผลด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ในส่วน ของเงินลงทุนหลักทรัพย์เผื่อขาย ยังมีการพูดถึงกองทุนรวมวายุภักษ์ ๑ ซึ่ง ณ วันที่มี การประเมินมูลค่า Fair Price อยู่ที่ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พอไปดูรายงานประจำปี ซึ่งปีอาจจะไม่ตรงกับตัวรายงานการเงินแผ่นดิน ของปี ๒๕๖๕ ของกองทุนวายุภักษ์เราพบว่า ผลตอบแทน Years to Date ตั้งแต่ตั้งกองทุนมา ติดลบ ๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยอยากสอบถามว่า สรุปแล้วทางรัฐบาลหรือว่าผู้ที่มีอำนาจบริหารจัดการแทนรัฐ มีนโยบายอย่างไรในการลงทุน ทั้งตัวหลักทรัพย์แล้วก็ตัวกองทุน มีเจตนาที่จะเพิ่มเงินลงทุนในตรงนี้เพื่อเป็นการพยุง ตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ หรือว่าจะลดการลงทุนตรงนี้เพื่อนำเงินมาใช้ในประโยชน์อย่างอื่น

ต่อไปเป็นหมวดของเงินลงทุนทั่วไป จำนวนไม่มากนะคะ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าถ้าเราดูตัวรายละเอียดเราจะมีคำถามมากมายว่าทำไมรัฐต้องไปลงทุนในบริษัทเหล่านี้ ถ้าหลาย ๆ บริษัทเป็นบริษัทที่ต้องลงทุนตามนโยบายและทำความเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทริสเรทติ้ง บรรษัทประกันภัยต่อแห่งเอเชีย แต่ก็มีหลาย ๆ บริษัทที่ไม่มั่นใจว่า เพราะเหตุใดยังจำเป็นที่จะต้องลงทุน เป็นนโยบายอะไร อย่างเช่น บริษัท ชลสิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเหมืองแร่ เข้าใจว่าได้รับมาตอนที่มีการทำเหมืองแร่ทองคำ แล้วก็เป็น บริษัทลูกของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ แต่ว่าจนถึงวันนี้แล้วเรายังจำเป็นที่จะต้องถือหุ้นเหล่านี้ อยู่หรือไม่ ที่สำคัญค่ะ มันมีหุ้นที่ได้มาจากนิติเหตุหรือว่าการยึดทรัพย์ แล้วก็เป็นบริษัทที่ประกอบ กิจการอาบ อบ นวด ถูกยึดทรัพย์มาเนื่องจากว่า ปปง. ตรวจพบว่ามีการค้าประเวณี ที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท PARLIAMENT TURKISH BATH COMPANY LIMITED DAVIS DIAMOND STAR CO., LTD. DAVIS COPA CABANA Co., LTD. หลาย ๆ ท่าน ในที่นี้อาจจะคุ้นเคยกับชื่อ ซึ่งเป็นบริษัทอาบ อบ นวด ก็ทราบดีว่าได้มาจากการยึดทรัพย์ แต่อยากสอบถามว่าเมื่อไรจะขาย มันก็อาจจำเป็นที่จะต้องมีการที่จะจำหน่ายออกไป ตามระเบียบของปี ๒๕๖๒ ว่าด้วยการจำหน่ายและซื้อขายหลักทรัพย์ของรัฐบาล

หน้าต่อไป เรื่องของหนี้สินค่ะ หนี้สินมีอยู่ ๙.๘ ล้านล้านบาท ถ้าพวกเรา จำกันได้ คือสินทรัพย์มีอยู่เพียงแค่ ๘.๓ ล้านล้านบาท เท่ากับว่าสินทรัพย์สุทธิติดลบไปแล้ว ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หลาย ๆ ประเทศก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่าอยากที่จะ โน้ตไว้ถ้าประชาชนติดตามอยู่ ก็คือว่าตัวหนี้สินที่ปรากฏในรายงานการเงินแผ่นดินนี้ ไม่เท่ากับหนี้สาธารณะนะคะ เพราะว่ามีแค่ในส่วนที่รัฐบาลกู้โดยตรงเท่านั้น สิ่งที่อยากจะ สอบถามคืออย่างนี้ค่ะ อย่างที่ดิฉันได้สอบถามไปว่าเงินทุนหมุนเวียนไม่ได้รวมอยู่ใน งบการเงินฉบับนี้ สินทรัพย์ หนี้สินของรัฐวิสาหกิจไม่ได้รวมอยู่ในงบการเงินฉบับนี้ แต่มันมี เจ้าหนี้รอการชดเชยตามมาตรา ๒๘ ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง อีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทางหน่วยงานก็ลงบัญชีว่ารัฐบาลเป็นลูกหนี้รอการชดเชย หรือว่า เป็นลูกหนี้ที่ค้างจ่ายเงินสมทบ อย่างเช่นกรณีของกองทุนประกันสังคม แต่ไม่ปรากฏรายการ หนี้สินในรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ ก็อยากสอบถามว่าแบบนี้มันจะไป Book ลงตรงไหน ในทางบัญชี ในเมื่ออีกฝั่งหนึ่งเขา Book ไปแล้วว่ารัฐบาลเป็นหนี้เขา แต่ว่าทางรัฐบาลเอง ไม่ได้ระบุว่าเป็นหนี้ ตรงนี้จะมีทางแก้ไขในทางบัญชีอย่างไร

สุดท้ายค่ะ สั้น ๆ ในเรื่องของรายจ่าย ในรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ รายจ่ายงบประมาณประจำปี ทีนี้ปัญหาก็มีอยู่ว่าในปีงบประมาณปี ๒๕๖๕ ทางสภานี้ ได้อนุมัติเงินให้กับทางรัฐบาลไปใช้ ๓.๑ ล้านล้านบาท ใช้จริง ๕๒.๙ ล้านล้านบาท ใช้จริง ไม่เท่ากับที่อนุมัติไป ไม่ได้น่าแปลกใจเพราะว่าก็จะเกิดการเบิกจ่ายล่าช้าไม่ทันปีงบประมาณนี้ เป็นเรื่องที่เราเข้าใจได้ แต่ที่เราเจอก็คือว่าบางกระทรวงใช้งบประมาณมากกว่าที่ได้ขออนุมัติ ไปจากทางสภา ยกตัวอย่างเช่นกระทรวงกลาโหม อนุมัติไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ใช้จริง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น ในขณะที่บางกระทรวงก็ใช้ไม่ถึง ซึ่งอันนั้นก็จะเป็น เรื่องที่เบิกจ่ายไม่ทันก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ที่เบิกจ่ายเกินอยากทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุ อะไร หรือว่าเป็นเทคนิคในทางบัญชีที่มีการรวมเรื่องของงบบำเหน็จบำนาญเข้าไปไว้ที่ งบของกระทรวง แทนที่จะมาเอาไว้แยกเป็นงบกลางแบบเวลาที่เราดูงบประมาณ ก็จะมี เรื่องสอบถามกับทางผู้ชี้แจงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ