พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ชี้แจงความคืบหน้าการบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ทั้งในด้านการกู้ยืม การใช้จ่ายงบประมาณจากกองทุนกว่า 700 ล้านบาท การจัดเก็บรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงการติดตามหนี้เกษตรกรและองค์กรชุมชน โดยย้ำว่าไม่มีหนี้ค้างชำระจากองค์กรเกษตรกร และเสนอแนวทางเร่งรัดการพิจารณาโครงการโดยกระจายอำนาจไปยังระดับจังหวัด พร้อมเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางขึ้นเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลและข้อเสนอต่างๆ อย่างทั่วถึง รวมถึงรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาเพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำในการบริหารกองทุน ในส่วนหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ขอน้อมรับ ในข้อเสนอแนะทุก ๆ ข้อที่ท่านได้กรุณาให้ข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกองทุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างมาก ในเรื่องการได้เห็นภาพ มีการสะท้อนถึงภาพในการดำเนินงานของเราทั้งหมด ก็ขออนุญาต กราบเรียนนะครับ ผมจดทุกประเด็นไว้ มีท่านสมาชิกได้กรุณาทั้งหมดประมาณ ๒๘ ท่าน ที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต หรือมีคำถาม ผมก็ขออนุญาต อาจจะไม่ได้ตอบ ทุกคำถาม เพราะเนื่องจากว่าหลัก ๆ แล้วที่ผมพยายาม Scope มาในหลาย ๆ เรื่อง ผมขอ อนุญาตกราบเรียนก่อนที่ผมจะตอบคำถามนะครับ การรายงานที่ผ่านมาเป็นของปี ๒๕๖๔ แล้วก็ขออนุญาตเรียนท่านว่าในช่วงดังกล่าวก่อนหน้านี้ อาจจะเรื่องการประชาสัมพันธ์ หรือเรื่องอะไรต่าง ๆ อาจจะยังไม่ทั่วถึงหรือยังไม่แพร่หลาย อันนี้ต้องขอรับด้วยใจจริง ๆ ว่า อาจจะยังไม่ทั่วถึง ก็ขอรับไว้ แล้วจริง ๆ ตอนนี้ทางกระทรวงเอง โดยท่านปลัดกระทรวง ท่านรัฐมนตรีเองก็พยายาม ให้ประชาสัมพันธ์เรื่องกองทุนนี้โดยผ่านทั้งสื่อต่าง ๆ รวมทั้งส่วนราชการในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำจังหวัดต่าง ๆ หลาย ๆ จังหวัดได้กรุณามาชี้แจง ทำความเข้าใจในเรื่องของกองทุนนี้เพื่อจะไปเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมขออนุญาต กราบเรียนว่ากองทุนนี้เดิมเราตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ในปี ๒๕๑๗ มันมีข้อจำกัดก็คือเกษตรกร ที่จะขอกู้เงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรต้องผ่านส่วนราชการ ต้องผ่านส่วนราชการ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมนอกอย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยต่าง ๆ ต้องทำโครงการผ่านมาก่อนนะครับ แล้วทางส่วนราชการก็มา ขอกู้เงินจากกองทุน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วทางส่วนราชการก็เอาไปปล่อยให้กับพี่น้องเกษตรกร อีกทีหนึ่งไปดูแล แต่มาเมื่อปี ๒๕๕๔ ได้มีการปรับพระราชบัญญัติแบบใหม่ ให้องค์กรของ เกษตรกรสามารถเข้ามากู้เงินกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรได้โดยตรง ก็จะมีวิสาหกิจชุมชน มีสหกรณ์ต่าง ๆ ก็เข้ามากู้ ผมขออนุญาตเรียนสถานะของกองทุน ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ให้ท่านกรุณาทราบนิดหนึ่ง ปัจจุบัน ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ มีหน่วยราชการ ที่ขอกู้เงินทั้งหมด ๙ หน่วยงาน ๓๕ โครงการ เป็นเงิน ๓,๒๕๑ ล้านบาท ขออนุญาต กราบเรียนว่าหน่วยราชการไม่ได้เพิ่มแล้วครับ เพราะกองทุนมีข้อกำหนดว่าถ้าหน่วยราชการไหน ที่กู้ยืมไปแล้วยังมีหนี้ค้างชำระ หรือหนี้ยังไม่เป็นปัจจุบัน ทางกองทุนก็จะไม่ให้ ทางหน่วยราชการได้กู้แล้ว แต่ว่าจะมีองค์กรเกษตรกรเราอนุมัติไปแล้ว ๗๐ องค์กร ๗๐ โครงการ เม็ดเงินอาจจะไม่มาก ๓๐๐ กว่าล้านบาท เนื่องจากว่าองค์กรเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนเองบางทีกู้แค่อย่างมากก็ ๓ ล้านบาท ไม่เกิน ๕ ล้านบาท และขออนุญาต เรียนว่าปัจจุบันนี้มีโครงการที่เสนอมาอยู่ในมือของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร จำนวน ๒๕๕ โครงการ ตอนนี้เงินที่อยู่ในมือที่จะพิจารณาให้พี่น้องเกษตรกร ๑,๑๘๑ ล้านบาท อยู่ในมือ ขออนุญาตกราบเรียนว่ามันก็จะมีปัญหาอย่างที่ท่านว่า ทำอย่างไรจะได้ให้ ความรวดเร็ว ทางผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็จะมีนโยบายในการกระจาย อำนาจไปสู่จังหวัด แทนที่จะมาอนุมัติในกรุงเทพฯ อย่างเดียว ก็จะเป็นให้ทางจังหวัด ได้พิจารณาอนุมัตินะครับ ได้อนุมัติแล้วก็มาเบิกจ่ายที่กรุงเทพฯ อันนี้จะเป็นในเรื่องของ ความรวดเร็ว ได้มีการซักซ้อม มีการดำเนินการ ในส่วนตรงนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว รวมทั้ง เข้มข้นในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นครับ
อีกส่วนหนึ่ง ผมขออนุญาตตอบในเรื่องของประชาสัมพันธ์ ก็ขออนุญาต จะเรียนตอบอย่างนี้ครับว่าเราก็พยายามเร่งให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น อย่างที่ ผมเรียนแล้ว ทั้งสื่อ ทั้งใช้หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง หน่วยงานเครือข่าย ทั้งจังหวัดอะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดได้มีการประชาสัมพันธ์ด้วย อันนี้ผมขออนุญาตเรียน นิดหนึ่งนะครับ
อันที่ ๒ อย่างที่หลาย ๆ ท่านได้กรุณาให้ข้อสังเกตเรื่องการเขียนโครงการ พี่น้องเกษตรกรอาจจะเขียนไม่ได้ แต่เรียนว่าตอนนี้เราได้ให้ทางหน่วยงานสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ถ้าขอกู้เรื่องปศุสัตว์ ก็จะให้ทางท่านปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอได้กรุณาเข้าไปในเรื่องของการดูแล ในการแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงในการเขียนโครงการให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย อันนี้เราได้มี การสั่งการ ได้มีการให้ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ
อันต่อไป เรื่องการหารายได้ ก็ต้องขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณท่านฐิติมา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ในเรื่องของกองทุนเอง มันมีส่วนหนึ่งที่จะสามารถหารายได้ ก็คือในมาตรา ๙ ได้กำหนดไว้ในเรื่องคณะรัฐมนตรี โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจ ประกาศชนิดหรือประเภทของผลิตภัณฑ์เกษตรกรรม ขั้นตอนผลิตภัณฑ์ อาหารที่ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกหรือการธรรมเนียมนำเข้า ก็จะมีกรณีต่าง ๆ ดังนี้ เรียนว่าตอนนี้เองเราก็ได้มีการให้ทางทีมงานหรือผู้เชี่ยวชาญได้มีการศึกษา ใน ๒ ประเด็นนี้ด้วยว่าจะหารายได้จากค่าธรรมเนียมการส่งออก การนำเข้าได้อย่างไร ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าตอนที่ได้มีแก้ไขพระราชบัญญัติตัวนี้ ได้มีการพูดเรื่องนี้อย่างเป็น วงกว้างว่าจะไปซ้ำซ้อนกับกระทรวงพาณิชย์ไหม อะไรต่าง ๆ ตอนนั้นเราก็ได้มีการถกกัน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็จะขอรับที่ท่านกรุณาให้ข้อคิดเห็นไว้นะครับ
ผมขออนุญาตประเด็นต่อไป ประเด็นในวงเงินที่บอกว่าสำนักงบประมาณ ให้กองทุนแต่ละปี ๗๐๐ ล้านบาท ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ ๗๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ จากงบประมาณแผ่นดินครับ ก็งบกองทุนนี่ละ เพียงแต่ว่าทางกรมบัญชีกลางได้อนุมัติกรอบ งบประมาณให้เราว่าปีนี้เราใช้จ่าย ๗๐๐ ล้านบาท ส่วนใน ๗๐๐ ล้านบาท จะเป็นทั้ง ค่าอำนวยการ อย่างเช่น ค่าอำนวยการต่าง ๆ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าอะไรต่าง ๆ รวมถึงเงิน ในการพิจารณาที่จะอนุมัติให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย วงเงิน ๗๐๐ ล้านบาท แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ ถ้าในปีนั้นมีการอนุมัติเพิ่มขึ้นเราก็ขอเปิดวงเงินงบประมาณเพิ่มยิ่งขึ้นด้วย อันนี้เรียนในเรื่องงบประมาณครับ
ส่วนในปี ๒๕๕๔ ที่บอกว่า ๙ โครงการ ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ๒๓ ล้านบาท ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าตอนนั้นที่อนุมัติเป็นอนุมัติปลายปี หลังจากอนุมัติแล้วก็ยังจ่าย ไม่ทัน เพราะเราอยู่ในรายงาน พอหลังจากนั้นในปี ๒๕๖๕ เราก็ได้จ่ายเงินจำนวน ๒๓ ล้านบาท ทุกโครงการหมดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ
ส่วนข้อคำถามหลาย ๆ คำถาม ขออนุญาตกราบเรียน โดยเฉพาะของท่าน ที่ถาม ท่านสกุณา สาระนันท์ ก็ขออนุญาตอย่างนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ที่ท่านถามว่า รายได้อื่นจำนวน ๑๗๔ ล้านบาท มาจากไหน ท่านสมาชิกหลายท่านอาจจะมีคำตอบไปแล้ว ก็คือรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากเงินที่เราฝากไว้กับ ธ.ก.ส. แล้วก็ดอกเบี้ยปรับของหน่วยงาน เรามีครับ เวลาหน่วยงานไม่ชำระ ชำระไม่ตรงเวลา ก็จะมีดอกเบี้ยปรับของหน่วยงาน แล้วก็ ในปีนั้นเองมีเงินชำระคืนของโครงการหมุนเวียนกองทุน จำนวน ๓ โครงการ เป็นเงินอีก ๑๕๓ ล้านบาท ก็เลยทำให้มีรายได้ ที่ว่ารายได้มันเพิ่มขึ้น ทำไมถึง ๑๗๔ ล้านบาท มีการชำระคืน ๓ โครงการ บวกกับรายได้จากเงินที่เราไปฝาก แล้วก็ดอกเบี้ยปรับด้วยครับ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ปี ๒๕๖๕ ที่ได้อนุมัติจำนวนทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ อันนี้เรียนว่าในการอนุมัติโครงการบางโครงการจะมีค่าบริหาร โครงการ ประกอบไปด้วยเป็นเรื่องของการติดตาม การกำกับดูแลต่าง ๆ มีหลาย ๆ ประเด็น
ส่วนในเรื่องการเร่งรัดในการชำระหนี้ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ทางท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง ตอนนี้ได้มีการประชุมลูกหนี้ทั้งหมด โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นส่วนราชการ ได้มีการมารับทราบสถานะของลูกหนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีการเร่งรัดอย่างไร และมีแผนงานโครงการอย่างไรที่จะมีการชำระหนี้ อันนี้ได้มีการพูดคุย และมีการประชุมร่วม แล้วทางปลัดกระทรวงก็สั่งการให้ติดตามโดยเคร่งครัด และประกอบ กับในเรื่องของการติดตาม เรียนเป็น ๒ ประเด็นครับ ในส่วนของส่วนราชการเองก็ได้ให้ เจ้าหน้าที่ในระดับของจังหวัดเข้าไปดู ไปติดตามโครงการของพี่น้องเกษตรกรที่ได้กู้เงิน จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรไปทั้งหมดมีประเด็นอะไรบ้าง มีปัญหาอะไรบ้างต่าง ๆ ก็ได้มี การเข้าไปดูในเรื่องของแผนเพื่อการฟื้นฟูอะไรต่าง ๆ
ในส่วนของส่วนกลางเองเราก็จะมีการติดตามออกเป็นไตรมาส เป็นรายเดือน จริง ๆ แล้วขออนุญาตกราบเรียนว่าตอนนี้ในส่วนขององค์กรเกษตรกรที่ขอกู้เงินจากเรามา ยังไม่มีองค์กรไหนที่เรียกว่าเป็นหนี้ค้างชำระ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราให้เขารายงาน การดำเนินงานมาด้วยทุกรายไตรมาส เราก็จะดูว่ารายไตรมาสไหนที่มีประเด็นที่ยังคงค้าง ไม่สามารถชำระได้เราก็จะเข้าไปดูเป็นกรณีพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามเราส่งเรื่องนี้ให้ทาง ภูมิภาคได้กรุณาไปดำเนินการทั้งหมดแล้วครับ
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านได้กรุณา หลาย ๆ เรื่องก็ขออนุญาตรับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของท่านนะครับ เราจดไว้ทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะท่านอดิศร เพียงเกษ
๖๙/๑ ขออนุญาตเจ้านายที่เคารพนะครับ ก็ขออนุญาตนิดหนึ่ง ที่ท่านบอกว่ากองทุนนี้กับ ธ.ก.ส. มันเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร การบริหารงานอย่างไรก็แล้วแต่ ขอเรียนอย่างนี้ครับ กองทุนนี้ เราเรียนแล้วว่าถ้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงิน ดอกเบี้ยเราต่ำ ร้อยละ ๑ ถ้าเป็นกรณีผลิตร้อยละ ๑ ถ้ารวบรวมร้อยละ ๒ ครับ ธ.ก.ส. อาจจะดอกเบี้ยสูงกว่านี้ และกรณีของเราก็มีบางส่วนภายใต้ข้อจำกัดของกองทุน ก็คือผู้ที่มากู้ต้องเป็นกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน หรือเป็นองค์กรเกษตรกร ถ้า ธ.ก.ส. อาจจะเป็นรายเดี่ยวได้ อันนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับ
ผมขออนุญาตโดยสรุปในการตอบคำถามนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ทุกท่านด้วยความเคารพอย่างยิ่งที่ได้กรุณาให้ข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะ และเป็นตัวตน หลาย ๆ ท่านได้บอกให้ไปดูกองทุนทั้งหมดที่จะสามารถมีการปรับปรุง หรือมีการแก้ไข อย่างไรได้บ้าง พวกผมก็จะขออนุญาตน้อมรับไปดูทั้งหมด ผมเรียนว่าตอนนี้ที่จะเน้นหนัก ก็เรื่องการประชาสัมพันธ์ อย่างหลาย ๆ ท่านบอกว่ายังไม่รู้เลย ก็ขออนุญาตว่าจะรับ ข้อสังเกตทั้งหมดไปพิจารณาด้วย ขอบคุณมากครับ