อนุสรณ์ ชี้กองทุนฯ เป็นแสงสว่างชั่วคราว ระบุกระจุกตัวองค์กรใหญ่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ตั้งข้อสังเกตว่ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมีชื่อและวัตถุประสงค์ที่ดูดีแต่การปฏิบัติจริงมีเงื่อนไขซับซ้อน ทำให้เกษตรกรเข้าถึงยาก จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน โดยชี้ว่ากองทุนกระจุกตัวกับองค์กรขนาดใหญ่ ขาดการกระจายทุนสู่เกษตรกรรายย่อย และเรียกร้องให้กำหนดระยะเวลาตอบรับ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ ลดความซ้ำซ้อน และบูรณาการเป็น One Stop Service เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ โดยหลักการ เหตุผล วัตถุประสงค์ของกองทุนนั้นถือว่าเป็นหลักการที่ดี ยิ่งถ้าเราไปดูความสำคัญของปัญหา ๔๐ กว่าปีที่ผ่านไปนั้นเราได้เห็นว่าถ้าทำได้ตาม วัตถุประสงค์ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนั้นจะเป็นตัวช่วยที่จะนำพาพี่น้องเกษตรกร ออกจากความยากจน แต่ว่าเราไม่สามารถจะดูเพียงแค่หลักการ เหตุผล และวัตถุประสงค์ เท่านั้น เพราะถ้าดูแค่นั้นเหมือนกับการที่เราไปอ่านหนังสือชี้ชวน แล้วเป็นหนังสือชี้ชวนที่ดี แต่ทำงานจริงผลการปฏิบัติการนั้นอาจจะไม่ตรงปกก็เป็นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในชื่อกองทุน กองทุนชื่อว่า กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ถ้าเราไป ตีความหรือแปลความหมายของคำว่าสงเคราะห์ น่าจะหมายถึงการให้โดยไม่มีเงื่อนไข ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน หรือเป็นการให้ที่ผู้รับแทบจะไม่มีสิทธิได้รับแต่ก็ได้รับด้วย แต่ในความเป็นจริงกองทุนดังกล่าวนั้นไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแบบชนิดที่เรียกว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย กองทุนมีเงื่อนไขครับ แล้วก็มีอุปสรรคพอสมควร ที่จะทำให้ เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงกองทุนนี้ได้ ดังนั้นผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเราตั้งกองทุน สงเคราะห์พี่น้องเกษตรกรขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือจริงนั้น เราต้องไปรู้จักพี่น้องเกษตรกรก่อนว่า ถ้าเขาไม่เข้าร่วมโครงการนี้ กองทุนนี้ ปกติเขาจะลงทุน จะเลี้ยงวัว เลี้ยงหมู จะปลูกผัก ปลูกพืช เขากู้อะไรครับ ก็พบว่าจำนวนมากของพี่น้องเกษตรกรนั้นกู้ ธ.ก.ส. ถ้า ธ.ก.ส. เต็มวงเงินแล้ว ก็ไปรอลูก Free Kick คือมาตรการเงินช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาจากภาครัฐ ซึ่งมีเป็นฤดูกาล ดังนั้นข้อจำกัดของพี่น้องเกษตรกรที่เข้าถึงกองทุนนี้เป็นไปด้วย ความยากลำบาก พอมีกองทุนนี้ขึ้นมาพี่น้องเกษตรกรก็มีความสุขแล้วก็คาดหวังว่านี่คือ แสงสว่างจากปลายอุโมงค์ที่สว่างวาบขึ้น แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นเพียงแค่ไฟจากหน้ารถ ที่วิ่งสวนทางมา ไม่ได้เป็นแสงสว่างที่เป็นความมั่นคงยั่งยืนแต่อย่างใด ดังนั้นผมมีข้อสังเกต ที่จะแนบไปพร้อมความห่วงใย สัก ๕ ประการครับท่านประธาน

ประการที่ ๑ ชื่อกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แต่ทำจริงเหมือนจะสงเคราะห์ เฉพาะส่วนราชการ หรือองค์กรภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ เช่น อ.ต.ก. มีบางองค์กร ผมไม่ต้องลงไปลึกถึงขั้นระบุชื่อองค์กรนะครับ เป็นองค์กรภาคการเกษตรขนาดใหญ่ เข้าถึง การกู้ กู้เงินไป ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แล้วกู้นานมากก็ไม่สามารถใช้คืนได้ จะใช้คำว่า Haircut จะใช้คำว่าปรับโครงสร้างหนี้ก็ว่ากันไป ตั้งคำถามว่าถ้าเงิน ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะองค์กรภาคการเกษตรขนาดใหญ่ หรือส่วนราชการขนาดใหญ่ มันกระจายไปยังพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรจะเข้าถึงแหล่งทุน แล้วป่านนี้พี่น้อง เกษตรกรของไทยจะสามารถลืมตาอ้าปากได้มากขนาดไหน อย่างไร ดังนั้นตั้งข้อสังเกตว่า แทนที่ท่านจะกระจุกเงิน ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ไปไว้กับองค์กรทางการเกษตรขนาดใหญ่ ท่านควรจะกระจายไปยังเกษตรกรรายย่อย หรือองค์กรทางการเกษตรขนาดเล็กลงไป

ประการที่ ๒ เกษตรกรที่ไปยื่นคำขอกู้ กว่าจะรู้ว่าผ่านหรือไม่ผ่านใช้เวลานาน มากเลยครับ บางคนยื่นไปแล้วก็เงียบไปเสียเฉย ๆ ถ้าร้องเป็นเพลงก็ต้องบอกว่ากลับตัว ก็ไม่ได้ ให้ไปต่อไปก็ไปไม่ถึง ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก เป็นไปได้หรือไม่ ที่ทางกองทุนจะกำหนด Timeline ว่าถ้ายื่นเรื่องเข้ามาภายใน ๒ สัปดาห์หรือ ๑ เดือน จะต้องมีคำตอบกลับไปยังเกษตรกรที่เป็นเจ้าของเรื่องที่ขอยื่นกู้เข้าไป

ประการที่ ๓ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนั้นท่านต้อง Make it Easy ครับ ทำเรื่องอยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย แล้วต้องผ่อนปรนหลักเกณฑ์บางอย่าง คือถ้าท่านไป ทำตัวเหมือนกับเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์ เกษตรกรไทยก็ไม่สามารถเข้าถึงท่านได้เลยครับ ดังนั้นแทนที่จะทำให้เงื่อนไขมันยากขึ้น ท่านควรจะผ่อนปรนหลักเกณฑ์ กติกา เพื่อให้พี่น้อง เกษตรกรเข้าถึงได้โดยง่าย

ประเด็นที่ ๔ ความยุ่งยากมาพร้อมกับความล่าช้า เวลาไปยื่นกู้นะครับ จะต้องไปเขียนแผนธุรกิจ เป็นไปได้ไหมครับที่กองทุนจะมีเจ้าหน้าที่ถ้าพี่น้องเกษตรกร ทำแบบ Step by Step จับมือทำครับ แผนธุรกิจที่ว่านี้บางทีเขาเขียนไม่เป็นครับ ถ้าเจ้าหน้าที่จะได้ลงพื้นที่ไปดูสิครับว่าเขาเลี้ยงหมูอย่างไร โครงการโคล้านตัวจะเข้าถึง จะวัวเนื้อ วัวนมทำอย่างไร และความล่าช้าที่สูญเสียไป ๓-๔ ปี ถ้าเขาได้รับการอนุมัติ ได้รับเงินกองทุนมาป่านนี้วัวอาจจะล้นคอก หมูอาจจะล้นฟาร์มไปแล้ว นี่คือความเสียโอกาส ที่พี่น้องเกษตรกรเข้าไม่ถึงกองทุนนี้

ประการที่ ๕ ในภาคของการลงทุนครับท่านประธาน เราเคยได้ยินคำว่า กองทุนรวม แต่สำหรับมาตรการในการช่วยเหลือ ในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรเข้าถึง แหล่งทุนนั้น คงไม่ใช้คำว่า กองทุนรวม ผมอยากใช้คำว่า รวมกองทุน ทำไมต้องรวมกองทุน วันนี้แต่ละกองทุนนั้นมีความซ้ำซ้อน แต่ละกองทุนมีการบริหารจัดการแบบเป็นเอกเทศ บางกองทุนนั้นมีเงินงบประมาณ มีเงินในกองทุนไปซุกซ่อนอยู่ในหมวดต่าง ๆ ที่มีคนหา ไม่เจอ แล้วที่สุดก็ใช้เงินไม่หมดครับ พี่น้องเกษตรกรเข้าไม่ถึง ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะจัด โครงสร้างของกองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลดความซ้ำซ้อน และเอามาบูรณาการร่วมกันในแต่ละกองทุน เป็นบริการแบบ One Stop Service ให้พี่น้อง เกษตรกรเข้าถึงโดยง่าย จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรมากกว่า ผมต้องขอขอบคุณ ทางเจ้าหน้าที่กองทุนที่ให้ความใส่ใจ แล้วก็ดูแลพี่น้องเกษตรกรไทย แต่เราไม่สามารถดูได้ แค่หนังสือชี้ชวน ต้องทำให้ตรงปกด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ