ธีระชัย แสนแก้ว ตั้งข้อสังเกตปัญหาหนี้ค้างชำระในโครงการให้กู้ยืมเงินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่ยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะกรณีที่มีการดำเนินคดีแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงความล่าช้าในการบังคับคดีและติดตามหนี้ รวมทั้งเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะเพื่อบูรณาการกองทุนเกษตรกรภายใต้การกำกับเดียว พร้อมปรับโครงสร้างหนี้และยกเลิกหนี้เก่าที่ไม่สามารถใช้คืนได้จริงเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง ที่ ๗ ประกอบไปด้วยอำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ๑ ตำบล คือตำบลหนองไผ่ ขออนุญาตท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ชี้แจง ผมมีข้อสังเกตในรายงานฉบับนี้ ๒ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรก ผมได้อ่านรายงานหน้า ๑๙ และตารางเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ให้กู้ยืมเงินระยะสั้น ระยะยาว ฉบับนี้ ซึ่งเงินที่ให้กู้ยืมระยะสั้นมีโครงการเดียว คือโครงการ ปลูกข้าวปลอดภัยลดการใช้สารเคมี ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอุตสาหกรรมผลิตข้าว ครบวงจร อุทัยธานี มีหนี้ค้างชำระอยู่ ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนเงินที่ให้กู้ยืมระยะยาว มี ๔๘ โครงการ มีเพียง ๓ โครงการเท่านั้นที่ได้ชำระหนี้ครบเรียบร้อย และปิดโครงการแล้ว ที่เหลืออีก ๔๕ โครงการมีปัญหาชำระหนี้ล่าช้าเกินกำหนดชำระ หลายโครงการอยู่ใน ระหว่างการดำเนินคดี หรือบังคับคดีระหว่างหน่วยงานของรัฐกับกลุ่มเกษตรกร ผมก็ดู ๆ ไปแล้วกองทุนสงเคราะห์นี้ตั้งมานานแล้ว พอตั้งมานาน สะสมกันมา ผมก็คิดว่ามันไม่ใช่ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรหรอกครับ ผมคิดว่าเป็นกองทุนออมหนี้เกษตรกรมากกว่า ผมก็ อ่านเดี๋ยวนี้ละครับ แล้วก็พูดเดี๋ยวนี้ หลายโครงการเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๓๒ ปี ๒๕๓๖ ก็มีเวลา ๓๐ กว่าปีแล้ว แต่ทำไมในช่องหมายเหตุดันแจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินคดี และบังคับคดีครับท่านประธาน ผมขออนุญาตตัวอย่าง ข้อ ๗ ขององค์การตลาด เพื่อเกษตรกรหรือ อ.ต.ก. โครงการจัดหาปุ๋ยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูการผลิต ๒๘/๒๙ โครงการนี้มีหนี้ค้างชำระอยู่ ๕๙๙,๑๔๗ บาท ในช่องค้างชำระ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ก็ยังค้างชำระจำนวนเท่าเดิม ในส่วนช่องหมายเหตุเขียนว่า การดำเนินคดีหรือบังคับคดี ระหว่าง อ.ต.ก. กับเกษตรกร จำนวน ๒ คดี และเกษตรกรจำนวน ๒ ราย มูลค่ารวมแล้ว ก็เท่าเดิม ๕๙๐,๐๐๐ บาทเหมือนเดิม ตัวเลขเท่าเดิม เท่ากับยอดค้างชำระครับ นี่คือ โครงการนี้เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ซึ่งกำหนดชำระครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานผ่านไป ยังผู้ชี้แจง เพราะเหตุใดในช่องหมายเหตุท่านระบุเพียง อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือบังคับคดี ไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้เพียงโครงการเดียวเท่านั้น อีกหลาย ๆ โครงการที่เป็นโครงการ เงินให้กู้ระยะยาว ก็ระบุเพียงเท่านี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ แม้ที่ผ่านมาทั้งรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพยายามทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ โดยได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดปัญหาความไม่เท่าเทียมทางด้าน เศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรที่สามารถเข้าหาแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเท็จจริงที่เราทราบกันอยู่นั้น ทั้งนโยบายและกองทุนต่าง ๆ กลับไม่สามารถแก้ไข ปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรของเราได้อย่างยั่งยืน พี่น้องเกษตรกรยังไม่มีรายได้ ที่สามารถทำให้หลุดพ้นจากวัฏจักรความยากจนได้เลย เดี๋ยวกู้กองทุนนี้ พอใช้หนี้หมดก็ไปกู้ กองทุนโน้น วนเวียนกันไปกันมาเรื่อย ๆ แม้รัฐบาลมีนโยบายทั้งการพักชำระหนี้เกษตรกร การให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ หรือการปรับโครงสร้างหนี้สิน ก็ยังไม่สามารถสร้างให้พี่น้อง ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างแท้จริง ผมมีความเห็นว่าเราต้องมอง เราต้องมอง ทิศทางระดับนโยบายในภาพรวมครับท่านประธานคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรตั้งคณะทำงานในเชิงบริหาร ขึ้นมา ๑ ชุด เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร อยู่ภายใต้คณะกรรมการชุดนี้เพียงชุดเดียว โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ได้วางกรอบนโยบายเพื่อให้ขับเคลื่อน และบูรณาการดำเนินการของกองทุนต่าง ๆ ซึ่งมี เยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกองทุนเยอะจริง ๆ ภายใต้ การกำกับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการตั้งกองทุน นั้น ๆ การพิจารณาให้ทุนจะต้องไม่มีผลเป็นการขยายวัตถุประสงค์เกินวัตถุประสงค์เดิม ของกองทุน นอกจากนี้การดำเนินงานของกองทุนจะต้องไม่เน้นแต่เพียงบทบาทให้กับบริการ สินเชื่อเท่านั้น ควรมีระบบการประเมิน และติดตามตรวจสอบลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มบทบาทและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านผู้ชี้แจงว่าที่เป็นหนี้เยอะ ๆ ๔๐ กว่าโครงการ ท่านทำให้มีการปรับโครงสร้างหนี้สินให้หนี้เป็น ๐ ได้ไหม ๓๐ กว่าปีแล้ว ขอถามหน่อยว่า ตอนนี้ผู้ที่เป็นหนี้เกษตรกรยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ครับ เพราะตัวเลขมันเท่ากัน กู้ปี ๒๕๒๘ จนถึง ขณะนี้ก็ยังมีตัวเลขเดิม ๆ มันเป็นตัวเลขที่เสียแล้ว ถ้าทำให้หนี้เป็น ๐ ได้ ตั้งต้นใหม่ก็จะดีนะครับ หรือจะมีวิธีการอย่างไร คิดเป็นรายปีกี่ปีแล้ว อย่างนั้นก็ต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้สินอะไร ต่าง ๆ ให้เป็นกระบวนการ หรือไม่ก็มีการยกเลิก ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี หรือผู้เสียชีวิตแล้ว ดำเนินการมาด้วยความจริงใจ ด้วยความเต็มใจ แต่มันเกิดเป็นหนี้เป็นสินด้วยเหตุ จากนโยบายหรือด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ แห้งแล้งหรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เราก็ควร พิจารณาให้เป็นราย ๆ ขององค์กรสถาบันเกษตรกรต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ