ปิยะนุช แจงปัญหากองทุนเกษตรกร ชี้พิจารณาล่าช้า-เข้าถึงยาก พร้อมเสนอปรับปรุงระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปิยะนุช ยินดีสุข รายงานผลการตรวจสอบการเงินและปัญหาอุปสรรคของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนครราชสีมาในการเข้าถึงกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งพบปัญหาทั้งด้านการเขียนแผนธุรกิจ การพิจารณาที่ล่าช้า และการประชาสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอ จึงเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณา เร่งกระจายเงินกู้ที่ค้างอยู่กว่า 3,000 ล้านบาท และทบทวนกลไกการจัดสรรเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการเกษตร

นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ก่อนอื่นต้องขอให้ข้อมูลก่อนว่ากองทุน สงเคราะห์เกษตรกรนี้ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือ หรือส่งเสริม เกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในกิจการตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พุทธศักราช ๒๕๕๔ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านที่ดินทำกิน การลงทุนเพื่อประกอบอาชีพ เกษตรกรรม การจัดหาปัจจัยการผลิต และการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ท่านประธานคะ ประเทศไทยของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทย หรือไม่น้อยกว่า ๓๐ ล้านคน ๘ ล้านกว่าครัวเรือน มีอาชีพเกษตรกร จาก Website ข้อมูลสถิติ เราจะทราบ กันดีว่าจังหวัดนครราชสีมาหรือที่เรียกว่าโคราช คือศูนย์กลางด้านการเกษตร มีจำนวน ประชากรที่ทำอาชีพเกษตรกรรมมากที่สุดในประเทศไทยถึง ๓๒๒,๓๒๐ ครัวเรือน รองลงมา จากจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอาชีพนี้ถือเป็นรายได้หลักของประเทศไทย ของจังหวัดเราเลย ก็ว่าได้ ดังนั้นการพัฒนาด้านการเกษตรจึงเป็นการพัฒนาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะส่งผลให้ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเรามีรายได้สูงขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านประธานคะ ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือเงินทุน หากไม่มีเงินทุน หมุนเวียน หรือในภาษาพูดเราเรียกกันว่าสายป่าน ยิ่งโดยเฉพาะถ้าเป็นธุรกิจที่เพิ่งเปิดใหม่ หากสายป่านไม่ยาวพอ โอกาสที่จะถูกปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงแรกมีความเป็นไปได้สูงค่ะ ดิฉันจึง ขอชื่นชมกองทุนก่อนเลยว่าเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ เพราะว่าทำให้พี่น้องเกษตรกรไปกู้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก เพียงอัตราร้อยละ ๑ ร้อยละ ๒ หรือไม่คิดดอกเบี้ย ก็คือร้อยละ ๐ ก็มี และการบริหารกองทุนเป็นในลักษณะของกองทุนหมุนเวียน คือเมื่อกู้ไปแล้ว ชำระจะครบตามจำนวนสัญญาแล้ว เกษตรกรก็สามารถกลับมากู้ได้อีก ซึ่งถือว่าเป็น การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก เพราะว่าเขาไม่ต้องไปหากู้เงินจากแหล่งกู้อื่น ที่มีดอกเบี้ยแพง หรือในปัจจุบันปัญหาที่พบมากในสังคมไทยก็คือการกู้เงินนอกระบบ ท่านประธานคะ หลังจากที่ดิฉันได้ดูรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรฉบับนี้ ดิฉันพบข้อสังเกตแล้วก็ข้อเสนอแนะอยู่ ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ดิฉันมีกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนด้วย ทั้งอำเภอประทาย อําเภอลําทะเมนชัย อำเภอโนนแดง และอำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา เขาอยากจะยื่นกองทุนเป็นจำนวนมากเลย แต่เขาติดปัญหาสำคัญ อย่างหนึ่งคือเขียนแผนธุรกิจไม่เป็น เขียนแผนโครงการไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะต้องไปปรึกษาใคร ที่ไหน อย่างไร บางคนส่งแผนโครงการไปแล้วไม่ผ่าน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าไม่ผ่านตรงจุดไหน รายละเอียดเป็นอย่างไร และต้องแก้ไขแบบไหน หนักไปกว่านั้นนะคะ บางคนส่งโครงการ ไปแล้วเป็นปีแต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาสักที ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปยังทางกองทุน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ออก Booth ประชาสัมพันธ์ตามหน่วยงานต่าง ๆ ทางสื่อโฆษณาหรือช่องทาง Social เพื่อให้ เกษตรกรได้ทราบถึงข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งจะทำให้พี่น้อง เกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรชาวรากหญ้าสามารถเข้าถึงกองทุนนี้ได้อย่างกว้างขวาง และทั่วถึง

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันได้ย้อนไปดูข้อมูลสถิติของจำนวนวิสาหกิจชุมชน จาก Website ของกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ มีจำนวนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการยืนยันจดทะเบียนถูกต้องแล้วอยู่ทั้งสิ้น ๙๗,๑๑๕ แห่ง แต่พบว่าการดำเนินงานในปี ๒๕๖๔ ของกองทุนนี้มีเพียงไม่ถึง ๒๐ โครงการ เท่านั้นที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนนี้ ซึ่งนับเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ๆ และเมื่อดิฉัน เข้าไปดูเอกสารรายงานการเงินฉบับนี้ ยิ่งพบว่าเงินสดของกองทุนยังมีเหลือกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้กองทุนควรรีบพิจารณาโครงการต่าง ๆ ให้เร็วมากขึ้น และกระจายเงินกู้ไปยังกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนให้มากกว่านี้ค่ะ

ประเด็นที่ ๓ ดิฉันพบว่าส่วนมากกองทุนจะอนุมัติเงินสนับสนุนให้กับ ส่วนราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตรที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือหน่วยงาน ของรัฐ ยกตัวอย่าง เช่น อ.ต.ก. กู้มากกว่าที่จะให้พี่น้องชาวเกษตรกรเป็นผู้กู้ค่ะ ซึ่งดิฉันพบว่าบางหน่วยงาน บางองค์กร บางแห่งนะคะท่านประธาน มีการกู้เงินไปหลายร้อย ล้านบาท เป็นระยะเวลา ๒๐-๓๐ ปีก็มี แต่ก็ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทำให้เขามีการปรับ โครงสร้างหนี้อยู่บ่อยครั้ง ดิฉันเห็นควรว่ากองทุนควรจะเพิ่มมาตรการในการติดตาม การชำระหนี้ โดยเฉพาะในส่วนของภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อแก้ไข ปัญหาหนี้ค้างชำระหรือหนี้สูญค่ะ

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากฝากท่านประธานไปยังกองทุนว่า กองทุนนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดถ้าทำให้พี่น้องเกษตรกรเข้าถึงกองทุนได้มากที่สุด เพราะเป็น แหล่งทุนที่จะทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้ ท่านประธานคะ ยิ่งโดยในช่วงนี้ ประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง แมลงลง โรคระบาดบังเกิด เก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ไม่ได้ หนำซ้ำขายก็ไม่ออก และยิ่งไปกว่านั้น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำเป็นอย่างมาก เป็นปัญหาใหญ่เลยนะคะ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจึงเป็นเหมือนทางหวังของพวกเรา เพราะฉะนั้นดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อ ๆ ไปทางกองทุนจะกระจายเงินกู้ให้แก่ กลุ่มเกษตรกรได้มากกว่านี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องเอื้อประโยชน์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ