สกุณา วิจารณ์รายงานการเงินกองทุนเกษตรกร ชี้ขาดวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖

สกุณา สาระนันท์ วิพากษ์รายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรปี 2564 ที่เน้นเพียงความถูกต้องตามระเบียบแต่ขาดการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์และผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายในปี 2565 ที่ไม่ชัดเจน รวมถึงการดำเนินงานที่อาจซ้ำซ้อนและนโยบายการยืดเวลาชำระหนี้ที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ขณะเดียวกันยังหารือปัญหาผลผลิตการเกษตรที่ต่ำ โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดด้านความรู้และการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน พร้อมเรียกร้องให้กองทุนปรับบทบาทจากผู้ปล่อยกู้เป็นหน่วยงานที่มีส่วนร่วมแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันจะขออภิปราย รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรปี ๒๕๖๔ ก่อนที่ดิฉัน จะอภิปรายเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ ดิฉันขอแสดงความเห็นต่อภาพรวมของรายงานก่อน ด้วยรายงานนี้เป็นรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของหน่วยงานสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ข้อมูลนำเสนอจึงเป็นข้อมูลทางบัญชีเสียส่วนใหญ่ เป็นการรายงานการใช้จ่ายเงินว่าถูกต้องตามกฎ ระเบียบหรือไม่ เป็นรายงานสถานะการเงิน ของกองทุน กล่าวคือดิฉันพบแต่งบการเงินต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขแสดงข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้ แสดงการวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกองทุน โดยเฉพาะข้อมูลนี้ไม่สามารถเชื่อมไปหาคำตอบว่ากองทุนนี้ให้ความสำเร็จของเกษตรกร เกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานคะ เวลาเราอ่านรายงานประจำปีของบริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนจะถึงเนื้อหาส่วนที่จะเป็นงบการเงินก็มักจะมีบทนำ ซึ่งบทนำก็จะเกริ่นถึงผลงานโดยรวมของบริษัทนั้น ๆ โดยทำเป็นกราฟหรือว่าแผนภูมิ พร้อมคำอธิบาย อ่านแล้วก็จะเข้าใจผลการดำเนินงานของบริษัทว่าเป็นอย่างไร เทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ท่านประธานคะ ทุกครั้งที่เวลาที่ สตง. เข้ามารายงานต่อสภา ก็จะรายงานเพียงการใช้เงินตามระเบียบ ตามกฎต่าง ๆ ว่าง่าย ๆ ว่าจะรายงานประเภท Compliance Audit นอกจากนี้ก็จะรายงาน Financial Audit ซึ่งเป็นการรายงานสถานะ การเงินของกองทุนว่าเป็นอย่างไร แต่ สตง. ไม่เคยรายงาน Performance Audit ทั้งที่ การรายงานในส่วนนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่ามันจะสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการใช้ งบประมาณว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ ท่านประธานคะ ในสภาแห่งนี้เราอยากเห็น การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ดิฉันอยาก ทราบว่าการบริหารกองทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้มากน้อยแค่ไหน มากกว่าการที่จะมาตรวจสอบว่ามันมีการใช้ถูกต้องทางกฎระเบียบทางการเงินแค่ไหน อย่างไร ดิฉันและเพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายเรื่องนี้ในสภา ชุดที่ ๒๕ ในสภา ที่ผ่านมา หลายครั้งว่า สตง. จะสามารถรายงานตามคำร้องขอของสภาได้เมื่อไร ภายในสภา ชุดที่ ๒๖ นี้ได้หรือไม่ ขอให้ตัวแทนจาก สตง. ได้ตอบคำถามนี้ด้วยนะคะ

ประเด็นต่อมา ด้วยรายงานฉบับนี้เป็นรายงานสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลาผ่านมาร่วม ๒ ปี ดิฉันก็เลยคิดว่าถ้าเราอภิปรายเฉพาะงบประมาณในปี ๒๕๖๔ นี้ อาจจะไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อสภานี้เท่าที่ควร จึงได้ไปค้นข้อมูลในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ มาร่วม ประกอบการอภิปราย โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้

ประเด็นแรก ตามหมายเหตุที่ ๑๖ หัวข้อรายได้อื่น ดิฉันพบว่ามีรายได้อื่น ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นรายได้อะไร จำนวนประมาณ ๑๗๔ ล้านบาท เทียบกับปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีรายได้อื่นเพียง ๒.๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมามากถึง ๑๗๐ ล้านบาท ดิฉันจึงอยากให้ตัวแทน จากกองทุนได้ลุกขึ้นมาชี้แจงว่ารายได้อื่นที่ว่ามานี้มาจากอะไรค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ตามหมายเหตุที่ ๒๒ หัวข้อค่าใช้จ่ายอื่น ดิฉันพบว่ามีเงินจ่ายขาด เพิ่มขึ้นมาอีก ๖ ล้านบาท เป็นเงินจ่ายให้แก่โครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อเข้าถึงแหล่งทุนค่ะ ประเด็นนี้ขอให้ทางกองทุนได้ชี้แจงด้วยว่าโครงการนี้มีการดำเนินการ อย่างไร เพราะกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรโดยตัวของมันก็คือแหล่งทุนอยู่แล้ว จึงขอตั้ง คำถามว่าเกษตรกรมีอุปสรรคใดในการเข้าถึงแหล่งทุน เหตุใดต้องมีโครงการนี้ และจะถือว่า เป็นการดำเนินงานซ้ำซ้อนหรือไม่

ประเด็นที่ ๓ ตามหมายเหตุที่ ๒๓ ดิฉันพบว่ามีการยืดเวลาชำระคืน ให้โครงการ ๒ โครงการ ซึ่งทำให้ตัวเลขในรายงานเงินให้กู้ระยะสั้นและเงินให้กู้ระยะยาว ในงบแสดงฐานะการเงินมีการเปลี่ยนแปลง ดิฉันจึงอยากให้ทางกองทุนชี้แจงว่า ทั้ง ๒ โครงการ เป็นโครงการอะไร ทางกองทุนยืดเวลาชำระคืนด้วยเหตุผลอะไร และขอทราบด้วยว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความล่าช้านี้ นอกจากนี้ดิฉันขอตั้ง ข้อสังเกตเพิ่มเติมที่น่าสนใจคือกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรมีรายรับมากกว่ารายจ่าย ว่าง่าย ๆ ก็คือมีกำไร กำไรปี ๒๕๖๓ ๒๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ๑๕ ล้านบาท เมื่อเห็นตัวเลขนี้ ดิฉันก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าการสร้างผลกำไรจากเงินของเกษตรกรที่ทุกข์ยากอยู่แล้ว เป็นภารกิจของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรหรือไม่ ผู้บริหารกองทุนอาจจะให้คำตอบว่าต้องมี กำไรเพื่อขยายความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในวงกว้างมากขึ้น ดิฉันก็ต้องย้อนถามว่าการทำกำไรกับเกษตรกรที่มีความยากลำบากอยู่แล้วมันเป็นนโยบาย ของรัฐหรือไม่ และมันใช่ภารกิจของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรหรือเปล่า และดิฉัน ก็ตั้งคำถามเลยไปยัง สตง. ว่าการบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจนมีกำไรมันถือว่า เป็นความล้มเหลวหรือความสำเร็จของกองทุน หากกองทุนเองยังแสวงหาผลกำไร กับเกษตรกร แล้วกองทุนนี้จะต่างอะไรกับธุรกิจเงินกู้ เงินด่วนทั่ว ๆ ไป หรือกองทุนนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนชื่อกองทุนจาก สงเคราะห์เกษตรกร เป็น กองทุนธุรกิจเกษตรกร น่าจะ เหมาะสมกว่า

ประเด็นสุดท้าย ทุกวันนี้เราต่างก็ทราบดีว่าภาคการเกษตรของเราประสบ ปัญหาวิกฤติหลายเรื่อง โดยเฉพาะผลผลิตต่อหน่วยเราต่ำมาก ค่าเฉลี่ยผลผลิตข้าวต่อไร่ ของประเทศไทยต่ำกว่าแทบทุกประเทศ รวมถึงประเทศกัมพูชา แล้วเราก็ทราบดีว่าสาเหตุ ของปัญหานั้นคืออะไร หลัก ๆ ก็คือเราขาดความรู้ความสามารถในการที่จะเข้าไปใช้ กับการเกษตรกรรม และการพัฒนาหรือแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทำงาน บูรณาการร่วมกับ หลายภาคส่วน ต้องข้ามหน่วยงาน ข้ามกรม ข้ามกระทรวง ดิฉันจึงขอตั้งคำถามฝากไปยัง กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรว่าท่านมีแผนงานรับมือเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับ หน่วยงานดังกล่าวนี้อย่างไร ท่านอาจจะคิดว่านี่มันไม่ใช่ภารกิจของกองทุน ปล่อยให้ กรมวิชาการเกษตร ปล่อยให้กรมปศุสัตว์หรือคนที่มีภารกิจทำ ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็ตั้งคำถาม ต่อไปว่าแล้วกองทุนนี้จะต่างอะไรจากธุรกิจปล่อยเงินกู้ทั่ว ๆ ไป ท่านประธาน ดิฉันขอฝาก ข้อคิด รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้บริหารกองทุนได้พิจารณาทบทวนเพื่อความสำเร็จ ตามภารกิจของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร ขอบพระคุณค่ะ