กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์กว่า 6,781 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินสดกว่า 3,200 ล้านบาทที่ยังไม่ถูกใช้ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยอย่างเต็มที่ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีก 700 กว่าล้านบาททั้งที่มีเงินทุนเพียงพอ และเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายเล็กสามารถเข้าถึงกองทุนได้มากขึ้น แทนที่จะให้หน่วยงานรัฐ 23 รายเป็นผู้กู้หลัก ทั้งยังเน้นย้ำถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะชาวนาในจังหวัดอ่างทองที่ประสบปัญหาราคาน้ำข้าวแม้จะดีแต่ขาดน้ำในการเพาะปลูก จึงเรียกร้องให้กองทุนที่เกี่ยวข้องปรับปรุงการเข้าถึงให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อสถานการณ์จริงของเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที
ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ที่จะได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของวาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและการเงิน ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ก่อนที่จะได้มีการนำเสนอเรื่องรายงานมาให้สภาแห่งนี้ รับทราบ ผมก็ได้ไปเปิดดูว่ากองทุนตรงนี้เรามีหน้าที่ มีบทบาท มีเป้าประสงค์ของการทำงาน อย่างไรบ้าง ดีใจครับ แล้วก็ต้องบอกว่าเป็นความรู้ใหม่ ซึ่งตัวผมเองแม้กระทั่งอยู่กับพี่น้อง เกษตรกรอยู่ในพื้นที่เป็นผู้แทนมา ๑๐ กว่าปี ก็เพิ่งจะรู้ว่ามีกองทุนเพื่อที่จะสงเคราะห์ เกษตรกรอยู่ด้วย พอย้อนเข้าไปดูว่าเจตนาของการที่จะมีกองทุนแห่งนี้ขึ้นมา เรามีกองทุน แบบนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ก็ดีใจครับ แล้วก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรรายเล็ก รายน้อย รายย่อย ที่อยู่ตามต่างจังหวัด อยู่ตาม ชนบท จังหวัดอ่างทอง ยกตัวอย่างมีพื้นที่ในการทำเกษตรกรรมจำนวนมาก มีพี่น้อง เกษตรกรที่ประกอบอาชีพชาวนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าไปดูตามวัตถุประสงค์แล้วผมคิดว่า พี่น้องเกษตรกรควรที่จะได้รับประโยชน์จากกองทุนอย่างนี้เป็นอันมาก วันนี้เอาเฉพาะ เรื่องของการสอบบัญชีและการเงิน เพราะว่าผมพยายามที่จะหาเอกสาร ท่านไม่ได้มาสรุป รายงานการดำเนินงานประจำปี แต่เป็นเรื่องของการรายงานเรื่องของการสอบบัญชี และการเงิน ก็จะฝากเฉพาะประเด็นเรื่องของบัญชีและการเงินให้กับท่านได้ทราบ
ประเด็นแรก คือผมไปดูในกองทุน ขนาดของกองทุนนี้ต้องยอมรับว่า ถือว่า ไม่ใช่กองทุนเล็ก ๆ เลย มีสินทรัพย์ขนาดของกองทุนอยู่ถึง ๖,๗๘๑ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ๓,๒๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ถามว่าเงิน ๓,๒๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะเป็นกองทุนเพื่อที่จะให้เกษตรกรเข้าถึงเงินกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ย ที่ต่ำ ต่ำคือ ๐-๒ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องเกษตรกรถ้ารวมกลุ่มผ่านวิสาหกิจชุมชนกู้ดอกเบี้ยต่ำมาก ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่น่าเสียดายครับ พอไปดูในรายละเอียดของการปล่อยกู้ ซึ่งมี ในเอกสารแนบนะครับ ทั้งหมดมีหลายโครงการ ผมต้องบอกลูกค้าส่วนใหญ่เพราะคนที่กู้ ก็ถือเป็นลูกค้าของกองทุน คนที่กู้ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อนสมาชิกหลายคนได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วไปดูว่าทั้งหมดนี้ท่านมี ลูกค้าอยู่เพียงแค่ ๒๓ ราย ที่มีวงเงินกู้ที่ปรากฏอยู่ในรายงานประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไปดูว่าวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร พี่น้องเกษตรกร รายเล็กรายน้อย ดูจากไหนครับ ดูจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ดูจากกลุ่มเกษตรกรที่เขา รวมกลุ่มกัน น่าเสียดาย ไม่น่าเชื่อในเล่ม ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มีกลุ่มวิสาหกิจเพียงแค่ ๗ กลุ่มเท่านั้น ในวิสาหกิจ ๗ กลุ่มนี้ ผมบวกเลขไปแล้วในวงเงินที่ปล่อยกู้ไปตอนนี้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๗ กลุ่มนี้พี่น้องวิสาหกิจชุมชนจากทั่วทั้งประเทศมีวงเงินกู้อยู่เพียงแค่ ๒๐ กว่าล้านบาท น้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนขนาดใหญ่ของกองทุนที่มีเงินทุนหมุนเวียนและยังมีเงินสด ฝากอยู่ในบัญชี ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท คำถามของผมที่จะต้องฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่มาชี้แจงก็คือว่าเราจะไปกอดเงินตรงนี้ไว้ทำอะไรครับ นอกจากนั้นยังไม่พอ ในรายงานท่านยังบอกว่ากระทรวงการคลังในปี ๒๕๖๔ อนุมัติเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีให้กับท่านอีก ๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ถามว่าในเมื่อกองทุนมี เรามีเงินสด อยู่ในกองทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเราจะต้องไปใช้งบประมาณประจำปีอีก ๗๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ไปเพื่ออะไรกันครับ ดังนั้นสิ่งที่อยากจะฝากถึงท่านและเป็นคำถาม ต่อท่านใน ๒-๓ ข้อที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้สอบถามไป เรื่องของเงินสดที่คงค้าง เรื่องของ การเข้าถึงของพี่น้องเกษตรกร ผมไปดูในพันธกิจของท่านครับ และเป็นเป้าประสงค์หนึ่ง ของท่าน และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของปี ๒๕๖๕ บอกว่ามีแค่ ๒ ข้อ เรื่องที่ ๑ เรื่องของ การบริหารจัดการภายใน และเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้รับทราบ ผมตั้งเป้าหมายไว้นะครับ ถ้าท่านกลับมารายงานอีกครั้งหนึ่งในปีต่อ ๆ ไป ผมคาดหวังที่อยากจะเห็นพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มของเกษตรกรรายเล็กรายน้อย ที่ไม่ใช่องค์กร ที่ไม่ใช่หน่วยงานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เข้าถึงกองทุนนี้ให้ได้มากขึ้น เป็นไปได้ไหมครับ ที่ท่านจะทำงานร่วมกับ ทางเกษตรจังหวัด ร่วมกับทางเกษตรอำเภอ ร่วมกับประมงอำเภอ ร่วมกับประมงจังหวัด หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเครือข่ายอยู่ครอบคลุมในระดับตำบล ในระดับอำเภอทุกจังหวัด ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรเหล่านี้เข้าถึงเงินกองทุนตรงนี้ ให้ได้มากขึ้น เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์จากเงินที่ยังคงค้างอยู่ในนี้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ เปิดโอกาสให้เขาได้เข้าถึงให้มากขึ้นกว่านี้ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไป
และท้ายที่สุดครับ ผมขอบคุณท่านประธานแล้วก็ขอบคุณทางผู้ที่มาชี้แจง ที่ได้กรุณาให้ความเข้าใจและมารายงานต่อสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าท่านเอาเงินตรงนี้ไปทำ อะไรบ้าง ครั้งหน้ามาหวังว่าจะมีรายละเอียดที่เพิ่มเติมมากกว่านี้ให้กับผู้แทนราษฎรของเขา จะได้ตรวจสอบ ได้ติดตามในการทำหน้าที่ แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อ ๆ ไป กลุ่มพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรรายเล็กรายน้อย ซึ่งวันนี้เขามีปัญหาเยอะมาก พี่น้องเกษตรกรชาวนาที่จังหวัดอ่างทองวันนี้ราคาข้าวเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานอยู่ที่พิษณุโลก ท่านประธานก็ทราบดีครับ ในช่วงระยะเวลาที่ผมเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๑๐ กว่าปี ราคาข้าว ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทแทบจะไม่มีนะครับ แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ราคาข้าวดี น้ำทำท่าจะไม่มีอีกแล้ว กองทุนตรงนี้ละครับ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรเพราะมันเป็นวัตถุประสงค์ของกองทุน ก็ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่มาชี้แจงว่า ฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้จากผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้ไปปรับปรุงและทำให้กองทุนนี้ เข้าถึงพี่น้องเกษตรกรได้มากกว่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ