อิทธิพล ชลธราศิริ หารือประเด็นการคัดกรองนักเรียนยากจนเพื่อรับทุนเสมอภาค โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความเสมอภาคในการพิจารณา พร้อมยกประเด็นความเสียสละของครูที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการเยี่ยมบ้าน ซึ่งควรลดภาระงานซ้ำซ้อนผ่านการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทบทวนมูลค่าทุนการศึกษาที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริง และผลักดันการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของระบบการศึกษาและสวัสดิการ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคก้าวไกล ผมอยากสอบถามผ่านท่านประธานไปยังกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครับ ในกระบวนการคัดกรองความยากจนของนักเรียน นักเรียนที่จะได้รับจัดสรรทุนเงินอุดหนุน หรือนักเรียนทุนเสมอภาคที่ต้องให้คุณครูผู้ดูแลนักเรียนออกไปเยี่ยมบ้าน แล้วก็นำข้อมูล ผ่าน กสศ. โดยกรอกผ่าน Website แล้วก็ให้ กสศ. เป็นผู้คัดกรองความยากจนโดยวิธีการวัด รายได้ทางอ้อม ขอ Slide ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
เรื่องแรก ผมได้สอบถามไปยังเพื่อนครู หลาย ๆ ท่านว่าการที่คุณครูไปเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนครูบอกว่าการไป เยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นเรื่องที่ดีทำให้ได้รู้จักนักเรียนมากขึ้น เข้าใจนักเรียนมากขึ้น ไม่ถือว่า เป็นภาระที่หนักเกินไป แต่เป็นหน้าที่ครูผู้เสียสละที่จะทำ เพราะการไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ต้องไปนอกเวลาราชการหลังเลิกเรียน หรือว่าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว ในการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนครับ ทั้งนอกเวลา ทั้งเงินส่วนตัว แต่คุณครูก็ยินดีที่จะทำ ต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอบคุณคุณครู ทุกท่านทั่วประเทศ ผมทราบว่าคุณครูบรรจุใหม่เงินเดือนเริ่มต้น ๑๕,๘๐๐ บาท ผ่อนค่ารถ ค่าเช่าบ้าน หรือว่าค่าครองชีพต่าง ๆ ก็หมดแล้ว อันนี้น่าเห็นใจคุณครูทุกท่าน ครูผู้เสียสละ เราอาจจะได้ยินบ่อย ๆ ในทางเจตนารมณ์ อุดมการณ์เราอาจจะพูดได้ แต่ว่าในทางเศรษฐศาสตร์ เงินเดือนคือติดลบครับ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง กสศ. แล้วก็ผู้ชี้แจงวันนี้ หากเป็นไปได้ อยากให้มีการประสานงานกันแชร์ข้อมูลกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าผมสอบถาม เพื่อนครูว่าการเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นเรื่องปกติพื้นฐานที่ สพฐ. ให้คุณครูทำเพื่อบันทึกข้อมูล พื้นฐานของนักเรียนอยู่แล้ว ทำไมเราไม่คุยกันก่อนในหน่วยงานว่ามีข้อมูลพื้นฐานไหน ที่เอามา Link กัน ข้อมูลที่อยู่ใน DMC ก็มีข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้ว แค่เราเพิ่มส่วนที่เป็นรายได้ ของผู้ปกครอง หรือว่าข้อมูลที่ทาง กสศ. ต้องการ คุยกันก่อน แล้วก็ก่อนที่จะลงไปสำรวจ พอไปสำรวจเสร็จต้องกลับมากรอกข้อมูลผ่าน Website ซึ่งก็ต้องกรอกคนละ Website อีก เป็นการเพิ่มภาระงานของครูไปมากกว่าเดิมอีก อยากให้หน่วยงานทำงานบูรณาการกันหน่อย Link ข้อมูลกันหน่อยการทำงานจะได้ไม่ซ้ำซ้อน จะได้ไม่ต้องลงไปเยี่ยมบ้านนักเรียน หลาย ๆ ครั้งเพื่อสำรวจข้อมูล ไม่ใช่พอมีหน่วยงานไหนที่ต้องการข้อมูลก็ลงไปเก็บข้อมูลอีก เราต้องลดภาระงานครูอย่างอื่นเพื่อคืนครูให้กับห้องเรียน
เรื่องที่ ๒ อยากสอบถามไปยัง กสศ. ถึงการใช้หลักเกณฑ์แบบไหนบ้าง ในการคัดกรองนักเรียนที่จะได้รับทุนเสมอภาค สามารถสื่อสารหรือว่าให้รายละเอียดกับ คุณครูได้หรือไม่ เพราะว่าเพื่อน ๆ ครูฝากถามมาเยอะว่าจะได้ตอบกลับผู้ปกครองได้ว่า เป็นอย่างไร เพราะเวลาคุณครูไปเยี่ยมบ้านผู้ปกครองก็ต้อนรับ แล้วก็คาดหวังว่าพอคุณครู มากรอกข้อมูลขอทุนให้นักเรียนแล้วนักเรียนจะได้รับทุน แต่พอไม่ได้รับทุนผู้ปกครอง ก็มาถามคุณครูว่าทำไมถึงไม่ได้ แต่คุณครูก็ไม่สามารถตอบผู้ปกครองได้เพราะคุณครู ไม่ใช่ผู้คัดกรอง จึงอยากให้ทาง กสศ. ให้เหตุผลหรือสามารถบอกเหตุผลได้ไหมว่า Case ไหน ที่ไม่ได้รับเพราะอะไร ตอบกลับใน Website ที่ทาง กสศ. ให้คุณครูกรอกก็ได้ครับ เพราะว่า มีรายละเอียดแต่ละคนอยู่แล้วครับ ผมขอยกตัวอย่าง ๒ กรณี กรณีที่นักเรียนอยู่บ้านเดียวกัน พ่อแม่คนเดียวกัน นักเรียนเป็นพี่น้องกันก็คืออยู่คนละชั้น คนพี่ได้รับทุน คนน้องไม่ได้รับทุน แบบนี้มีหลักเกณฑ์ในการคัดกรองอย่างไร หรือว่าบ้านหลังนี้ได้ซ้ำแล้วก็เลยไม่ให้น้อง หรือว่า มีประเด็นเรื่องผลการเรียนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงอยากให้ทาง กสศ. สื่อสารเหตุผลที่ไม่ได้รับ แบบนี้กลับให้คุณครูได้รับทราบ ขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งครับ นักเรียน A มีรายได้ ครัวเรือนเฉลี่ยต่อคน ๓,๐๐๐ บาท นักเรียน B มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อคน ๑,๐๐๐ บาท อยู่โรงเรียนเดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน ลักษณะครอบครัวครัวเรือนเหมือน ๆ กัน ผลการคัดกรอง นักเรียน A ได้รับทุน แต่ว่านักเรียน B ไม่ได้รับทุน แบบนี้อยากให้ทาง กสศ. แจ้งหลักเกณฑ์ว่า มันเป็นอย่างไรให้สื่อสารกลับไปที่คุณครู จริง ๆ เราก็เชื่อมั่นในกระบวนการวิธีการคัดกรอง แต่ว่าอยากให้สื่อสารกลับครับ
เรื่องที่ ๓ มีประเด็นที่อยากฝากเป็นข้อเสนอแนะไปยัง กสศ. ทุนที่นักเรียนได้รับ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จากข้อมูลที่รายงานทุนเสมอภาคคือ ๓,๐๐๐ บาท ต่อปีต่อคน ตกเฉลี่ยวันละ ๘.๒๑ บาท อยากให้ทาง กสศ. ช่วยพิจารณาถึงมูลค่าทุน ที่เหมาะสมในการช่วยเหลือว่าสามารถให้มากกว่านี้ได้หรือไม่ สามารถเพิ่มมูลค่าทุน รายหัวให้สูงกว่านี้ได้หรือไม่ จึงอยากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ กสศ. ผู้ชี้แจงวันนี้ช่วยพิจารณาด้วย แล้วก็ผมขอชื่นชม กสศ. ที่ทำงานทุ่มเทเพื่อนักเรียนทุกคน เพื่อไม่ให้นักเรียนต้องหลุดจาก ระบบการศึกษา เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ทราบว่า ครม. อนุมัติ แผนงบประมาณใหม่เป็นจำนวนเงิน ๗,๙๘๕ ล้านบาท สำหรับกองทุน กสศ. พบว่ามี การอนุมัติงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกนิดเดียวครับ ถ้า กสศ. งบประมาณเพิ่มขึ้นแสดงว่าการบริหารจัดการระบบการศึกษาของรัฐบาล หรือว่าการบริหาร จัดการด้านอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการศึกษาของรัฐบาลล้มเหลว จึงต้องมี กสศ. เพื่อเข้ามาแก้ไข ลบข้อบกพร่องปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ เราจะไม่ต้องมี กสศ. เลยถ้าระบบการศึกษา ระบบสวัสดิการที่บ้านเราดี สำหรับเด็กยากจนต้องมี กสศ. อยู่ เพราะว่ายังมีเด็กยากจน ยังมีสวัสดิการที่ยังไม่ดี เราต้องไม่ใช่การเพิ่มงบประมาณ ไม่ใช่เพิ่มผู้รับทุนให้มากขึ้น แต่เรา ต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ ต้องไปแก้ปัญหาที่ระบบการศึกษา ไปดูที่ระบบสวัสดิการต่าง ๆ ของครอบครัวของพ่อแม่เขาแล้วค่อยจะลดจำนวนผู้รับทุนลงจนไม่มีเลย ฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณครับ