วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ใช้เวทีสภาเชิดชูเกียรติและส่งกำลังใจให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตร รวมถึงผู้ปฏิบัติงานท้องถิ่นในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ยังครอบคลุมไม่ทั่วถึงและไม่สามารถลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงเรียกร้องให้มีการขยายเป้าหมายและยกระดับบทบาทของกองทุนให้สอดคล้องกับภารกิจที่แท้จริงต่อไป
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๔ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นวันประชุมซึ่งก็ตรงกับวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ๑๐ สิงหาคม ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ยกย่องและเชิดชูเกียรติทางกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่พวกเรา สส. ไม่สามารถไปลงพื้นที่แล้วก็ร่วมเป็นกำลังใจให้กับพวกเขาได้ ก็ขอใช้โอกาสนี้ยกย่อง เชิดชูเกียรติแล้วก็เป็นกำลังใจให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตร แล้วก็สมาชิกท้องที่ ท้องถิ่นทุกท่าน ให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่พี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ
ท่านประธานคะ พูดถึงตามรัฐธรรมนูญไทยแล้ว การศึกษาเป็นสิทธิที่คนไทย ควรจะต้องเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึงแล้วก็มีคุณภาพ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือทุก ๆ คน ที่เป็นคนไทยควรที่จะได้รับการศึกษา รวมถึงภาครัฐก็ควรที่จะต้องช่วยส่งเสริมแล้วก็พัฒนา คุณภาพการศึกษา การเรียนของไทย แล้วก็พัฒนาการศึกษาประสิทธิภาพของครูด้วย เช่นเดียวกัน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ เป็นหนึ่ง ในเครื่องมือที่จะสามารถพาเราไปยังจุดมุ่งหมายตรงนั้นได้ ช่วยพัฒนาการบุคลากรในประเทศ ช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ ที่เรียกว่าเป็นรากฐานของประเทศไทยเราช่วยในการพัฒนาบ้านเมือง ในอนาคต กองทุนจึงควรที่จะมีบทบาทในการช่วยเพื่อให้เกิดความเสมอภาคอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ท่านจะแค่เก็บข้อมูลแล้วก็ส่งต่อให้กับองค์กรต่าง ๆ ให้ไปดำเนินการ แล้วก็แก้ไขเท่านั้น จริง ๆ แล้วถ้าตามพระราชบัญญัตินะคะ องค์กรของท่านหรือว่ากองทุน ของท่านก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เฉกเช่นเดียวกัน ไม่ต้องแค่รวบรวมข้อมูลแล้วก็ส่งต่อ เท่านั้น แต่ว่าท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันเพื่อที่จะสร้างความเสมอภาคในการเรียนรู้ และการศึกษา เพราะทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่ายังมีเด็กที่หลุดการศึกษามากขึ้นทุก ๆ ปี จึงทำให้ดิฉันมาสงสัยว่าวันนี้ผลลัพธ์หรือว่าวัตถุประสงค์ของท่านถือว่าสำเร็จหรือยังคะ เพราะว่าการปฏิบัติหน้าที่ของท่านในวันนี้สิ่งที่เราเห็นมันมีตัวเลขมากขึ้นที่มีเด็กหลุดออก จากการศึกษา ดังนั้นการมีกองทุนกับไม่มีกองทุนทำให้ดิฉันเริ่มสงสัยค่ะว่ามันจะแตกต่างกัน อย่างไร วันนี้ต้องบอกว่าถ้าดูจากตามรายงานเล่มนี้ เป็นปีแรกที่ทาง กสศ. ได้ดำเนินการ ตามแผนกลยุทธ์ ๓ ปีฉบับใหม่ และด้วยทรัพยากรที่ท่านได้รับจากรัฐบาล ท่านเขียนไว้ว่า ท่านจะมุ่งสร้างสรรค์องค์กรของท่านที่มีให้เป็นองค์กรที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ยังมี ประสิทธิภาพสูง แต่ว่าภาระหน้าที่ของท่านมันใหญ่มากนะคะ ท่านต้องดูแลควบคุมไปทั่วประเทศ วันนี้เรามาพูดถึง การศึกษาของเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส เราพูดถึงเด็กที่มีภาระแล้วก็ความจำเป็นทางด้านครอบครัว เราพูดถึงเด็กที่ครอบครัวของเขาขาดความพร้อม แต่ว่าสิ่งที่เราเห็นนี่เด็ก ๆ เหล่านี้หลุดออก จากระบบการศึกษาเป็นล้านคน คำถามค่ะ ด้วยภารกิจเหล่านี้ ภารกิจที่ใหญ่ขนาดนี้ ท่านบอกว่าท่านจะเปลี่ยน แล้วก็มุ่งให้องค์กรของท่านเป็นองค์กรขนาดกะทัดรัดและมี ประสิทธิภาพ อันนี้ดิฉันขอแสดงความเป็นห่วงไปด้วยนะคะ เพราะปัญหาที่พูดมา มันก็สะท้อนผ่านรายงานการดำเนินการของท่าน เมื่อไปดูว่าการดำเนินงานผลิต พัฒนาครู พัฒนาโรงเรียน และหน่วยจัดการเรียนรู้ การสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียน พื้นที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นที่เรียกว่าครูรุ่นใหม่หรือว่าครูรักษ์ถิ่นในปี ๒๕๖๕ ได้ผลิต และพัฒนาครูเป็นจำนวน ๓ รุ่น รวมแล้ว ๘๖๓ คน บรรจุในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ๖๙๙ แห่ง และในปีการศึกษา ๒๕๖๗ มีครูรักษ์ถิ่นแค่เพียง ๓๒๘ คน ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของท่าน หรือว่าหน่วยงานนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็การศึกษาได้มากน้อยเพียงใด เพราะว่าเมื่อดูจำนวนตัวเลขในแต่ละปีมีบุคลากร ทางการศึกษาของท่านเข้าสู่กระบวนการพัฒนาของท่านแค่หลักพันเท่านั้นเอง เมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะไปเจอกับหัวข้อโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดูแล้วแนวทางก็ดูดี อ่านแล้วรวม ๆ ดูดีมาก แต่ต้องบอกว่าความครอบคลุมมันยังต่ำเกินไป เพราะในปี ๒๕๖๕ ทาง กสศ. ได้จัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ครอบคลุม เพียงแค่ ๑๒ จังหวัด รวมไปถึงแม่ฮ่องสอน ลำปาง พะเยา พิษณุโลก แล้วก็ยังมีบางจังหวัด ในอีสาน แล้วก็ในเขตภาคใต้ แต่ด้วยที่ดิฉันเป็น สส. จังหวัดเชียงรายต้องบอกเลย การลงพื้นที่ ทุกครั้งยังเห็นความเหลื่อมล้ำในการศึกษาของน้อง ๆ และเด็กที่ด้อยโอกาสค่ะ ถามว่าวันนี้ ไม่ใช่แค่จังหวัดเชียงราย แต่อยากจะทราบว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรถึงจะครอบคลุมได้ ทั่วทั้งประเทศ และต้องใช้งบประมาณมากอีกเท่าไร เด็กเหล่านี้เมื่อได้พูดคุยแล้วทุกคนเป็นเด็ก ที่มีความฝัน ทุกคนอยากเป็นครู อยากเป็นทหาร อยากเป็นอาจารย์ แต่ว่าสิ่งที่พวกเขา เหล่านั้นไม่ได้รับคือโอกาส พวกเขาอยากจะฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาให้ดีขึ้น นั่นก็ต้องเริ่มจากการศึกษาถูกต้องไหมคะ วันนี้จึงอยากเห็นให้ทุกท่านมองกว้าง ๆ มีเป้าหมาย ให้กว้างขึ้นแล้วก็ดูอย่างมีวิสัยทัศน์ให้มันครอบคลุมมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อที่จะแก้ไข เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา และให้ได้รับการแก้ไขและครอบคลุมจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน