พนิดา มงคลสวัสดิ์ อภิปรายรายงานปี ๒๕๖๕ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นปัญหาเกณฑ์คัดกรองที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้เด็กยากจนตกหล่นไม่ได้รับสิทธิทุน และยกกรณีศึกษาครอบครัวที่ยากจนจนต้องขายสังกะสีเพื่อส่งลูกเรียนแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ พนิดา มงคลสวัสดิ์ ระบุว่ากลไกกองทุนสำคัญต่อการแก้ปัญหาการศึกษาที่ปลายเหตุ แต่เน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงระบบเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการการศึกษาที่ครอบคลุม ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ และยุติวงจรความเหลื่อมล้ำ
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคก้าวไกล ดิฉันขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานปี ๒๕๖๕ ของกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จากการศึกษารายงานฉบับนี้ของ กสศ. พบว่างานหลัก ของกองทุนคือการสนับสนุนเงินให้กับเด็กยากจนและเด็กยากจนพิเศษ และเพื่อการพัฒนาครู ให้มีคุณภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หากแต่เกณฑ์ในการเข้าถึงและกระบวนการ ในการคัดกรองอาจจะยังเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายสูงสุดของกองทุน ซึ่งส่งผลให้เรา ยังคงเห็นสถิติของการที่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยง ที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่าง Case เพื่ออภิปรายในวันนี้ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อกรณี ข่าวล่าสุดที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมากที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ให้เกียรติกล่าวถึง และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ คือกรณีที่ คุณพ่อตัดสินใจจบชีวิตคุณลูก และตัดสินใจจบชีวิตตัวเองจากโลกนี้ไปเพราะความยากจน ยากจนในขนาดที่ว่าทางคุณพ่อเองไม่มีเงินที่จะให้ลูกไปโรงเรียนต้องงัดสังกะสีที่บ้านไปขาย ยากจนในระดับที่ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ บ้านถูกตัดทั้งน้ำทั้งไฟ อาศัยอยู่ในความมืดมายาวนาน กว่า ๓ ปีจนเพื่อนบ้านต้องแบ่งน้ำให้ใช้ และเหตุการณ์สลดหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็พบว่า ในบ้านของน้องมีแบบ Form การขอทุนจากทาง กสศ. อยู่ด้วย ซึ่งวันนี้ดิฉันก็ได้ Print มาด้วย สิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าน้องอยู่ในครัวเรือนที่มีสภาวะรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจนของไทย อย่างแน่นอน แล้วก็เป็นนักเรียนที่น่าจะเข้าข่ายที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับทุนมาไม่น้อยกว่า ๓ ปีแล้วด้วย แต่ตกหล่นและกำลังอยู่ในกระบวนการการพิจารณารับสิทธิ ดิฉันจึงขออนุญาต กล่าวถึงกระบวนการเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากระบวนการคัดกรองเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ เห็นกระบวนการที่อาจจะมีปัญหาที่อยากจะตั้งข้อสังเกตฝากท่านประธานไปถึงกองทุนดังนี้ การสำรวจคือจะต้องให้ครูประจำชั้นไปเยี่ยมบ้านเพื่อสำรวจความยากจนของนักเรียน ที่จะมีสิทธิได้รับทุน ต้องมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจนประมาณ ๒,๗๐๐ กว่าบาท และ/หรือต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจนพิเศษคือ ๑,๙๐๐ กว่าบาท ซึ่งนอกนั้นยังไม่พอ เท่านั้น ยังไม่พอ ยังมีวิธีการคัดกรองที่ทาง กสศ. เองใช้คำว่าการวัดรายได้ทางอ้อม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอื่น ๆ อีก ๘ ด้าน เช่น ลักษณะที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ของใช้ในครัวเรือน เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง น่าเศร้าที่เราจำเป็นจะต้องเอาความจนของเรามาวัดเป็นคะแนนเพื่อจัดอันดับว่าเราจะได้รับ ทุนนั้นหรือไม่ คุณครูก็จะคัดกรองอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึง นำข้อมูลเหล่านี้ส่งไปที่กองทุน ซึ่งกระบวนการ ที่ว่ามาทั้งหมดใช้เวลาอย่างน้อย ๓ เดือน เห็นได้ว่านอกจากเราจะมีเกณฑ์ที่พิสูจน์ ความยากจนซ้ำจนซ้อนอย่างมากแล้ว ใช้เวลาพิจารณานานแล้ว สิ่งนี้อาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เด็กที่เข้าข่ายเกณฑ์ได้รับทุนตกหล่นและไม่ได้รับสิทธิจากกองทุน และซึ่งอาจจะเป็น เหตุผลที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่าง Case ตัวอย่างนี้ เป็นอีกจำนวนมากค่ะ
จากสถิติของทาง กสศ. เองในปี ๒๕๖๕ มีนักเรียนที่คัดกรองแล้วว่า มีครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนจำนวน ๒.๕ ล้านคน แต่มีนักเรียนที่ได้รับ การสนับสนุนเงินอุดหนุนเพียง ๑.๘ ล้านคน คิดตัวเลขง่าย ๆ นะคะท่านประธาน เท่ากับว่า มีนักเรียนอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนที่ไม่ได้รับการอุดหนุนจากทั้ง กสศ. เอง และการอุดหนุน ปัจจัยขั้นพื้นฐานอื่น ๆ เลย ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงตัวแทนกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาว่า
ข้อที่ ๑ สถิติที่ดิฉันกล่าวมาข้างต้นทางกองทุนมีแนวทางในการที่จะขยาย ฐานการอุดหนุนเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
ข้อที่ ๒ ท่านเองมีแนวทางที่จะทบทวนเกณฑ์การคัดกรองเพื่อให้นักเรียน ที่เข้าข่ายเข้าถึงกองทุนนี้ สิทธิการได้รับเงินทุนนี้ได้ง่ายขึ้นหรือไม่
ข้อที่ ๓ ท่านจะเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนที่มีสภาวะ ครอบครัวยากจนกะทันหันที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้การช่วยเหลือได้ ทันท่วงทีหรือไม่
สุดท้ายค่ะท่านประธาน แม้ดิฉันจะเห็นว่ากองทุนนี้มีการดำเนินการส่วนใหญ่ เป็นไปเพื่อการสงเคราะห์และแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลไกของกองทุน ยังสำคัญและจำเป็นอย่างมากในปัจจุบันที่เรายังไม่มีรัฐสวัสดิการที่จะครอบคลุมการศึกษา อย่างถ้วนหน้า ที่ซึ่งจะสามารถป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กไทย และสร้างความเสมอภาคได้อย่างแท้จริง ดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อ ๆ ไปจะได้เห็น การดำเนินการในมิติอื่น ๆ ของทางกองทุนนี้ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดัน ประเด็นการปฏิรูปการศึกษาเชิงระบบที่เราต่างก็ทราบดีว่าเป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาในประเทศไทย ด้วยความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในไม่ช้าการศึกษาจะต้อง เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้ความร่วมมือกับ กสศ. ในทุก ๆ ด้านเพื่อให้การศึกษาที่เท่าเทียมกัน ตัดวงจร การส่งต่อความจน ส่งต่อความเหลื่อมล้ำจากรุ่นสู่รุ่นแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เด็กไทย ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค ถ้วนหน้า เท่าเทียม และไม่ต้องพิสูจน์สิทธิความยากจน แบบนี้อีกต่อไป ขอบพระคุณค่ะ