ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออภิปรายถึงรายงานประจำปีของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานะคะ ก็ต้องขอส่งคำชมผ่านท่านประธานไปยังทางกองทุนว่ารายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่ดีมาก ๆ มีรายละเอียดครบถ้วน แล้วก็มีลูกเล่นดีมาก โดยเฉพาะในหน้า ๘๔ ที่แสดงถึงผลงาน ชีวิตที่ผลิดอกออกผลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นการร่วมมือกัน ระหว่าง กสศ. และภาคเอกชน ท่านประธานคะที่ผ่านมาประเทศไทยเราต้องเผชิญกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด แน่นอนว่าผลกระทบที่เราได้รับนั้นมีหลายด้าน และหนึ่งในผลกระทบนั้นก็คือผลกระทบทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะกับเด็กที่อยู่ในวัย ศึกษาเล่าเรียน ขอ Slide ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
สถานการณ์โควิดค่ะ ท่านประธานมีเด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากการศึกษาเป็นจำนวนกว่า ๑.๓ ล้านคน ซึ่งเด็กเหล่านี้อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเส้นความยากจน พอสถานการณ์ กลับเข้าสู่สภาวะปกติสิ่งที่เกิดขึ้นเด็กที่หยุดเรียนไปกลับไปเรียนแต่เรียนตามไม่ทัน เกิดปัญหา เด็กมีความรู้ถดถอย ถ้าหากเราไม่มีมาตรการรองรับเราจะสูญเสียเด็กกลุ่มนี้ไปเลยทั้งรุ่น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กเหล่านี้มีการเรียนรู้ถดถอยก็เนื่องมาจากว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้น เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อการเรียนการสอนนะคะ โดยเฉพาะ ในช่วงโควิด ทุกคนต้องการ Internet ทุกคนต้องการคอมพิวเตอร์ ทุกคนต้องการ Tablet ทุกคนต้องการมือถือ Slide ถัดไปค่ะ ภาพที่เห็นเป็นภารชี้ให้เห็นได้ชัดถึงความเหลื่อมล้ำ ภาพทางซ้ายเป็นเด็กที่มี ความพร้อมในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการศึกษา ภาพทางขวาเป็นเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มา จากครัวเรือนที่ยากจนไม่สามารถเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนที่ต้องใช้เทคโนโลยีได้ เกิดภาวะ ถดถอยทางการศึกษา ไม่มีการพัฒนาทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ต้องออกจากระบบ การศึกษาไปและนั่นคือการส่งต่อความจนจากรุ่นสู่รุ่น ท่านประธานคะยิ่งจนยิ่งเข้าถึง การศึกษาระดับสูงได้น้อย และระดับการศึกษาค่ะคือตัวชี้วัดที่แม่นยำที่สุดที่จะคาดการณ์ ถึงความจนในอนาคตได้ ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๒ ปีที่แล้วค่ะ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีความพยายามป้องกันปัญหาการเรียนรู้ถดถอย ที่จะเกิดขึ้น การเข้าไม่ถึงการศึกษา การรองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีด้วยการมีนโยบาย One Tablet per Child ขึ้นของพรรคเพื่อไทย แต่น่าเสียดายว่าเกิดรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ เสียก่อนทำให้นโยบายนี้ต้องหยุดชะงักไป ไม่เช่นนั้นถ้ายังมีนโยบายนี้ต่อไปเด็กที่มีฐานะ ยากจนก็จะเข้าถึงการศึกษาได้มากกว่านี้จะมีการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบกับคนที่ มีโอกาสมากกว่าได้น้อยลง ความเหลื่อมล้ำในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาก็จะเกิดขึ้นได้ น้อยกว่านี้ ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ที่เกิดขึ้นนี่ละค่ะ มันทำให้เราถึงจะต้องมี กสศ. หรือกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอยู่ ที่ผ่านมา กสศ. ได้รับความชื่นชมมาโดยตลอด แต่จาก รายงานประจำปีฉบับนี้ดิฉันก็ยังมีข้อห่วงใยอยู่นิดหนึ่งไม่มากนะคะ พอดีดูจากรายงาน งบการเงินค่ะ เพราะว่าพออย่างที่พูดไปว่าเรามีเด็กที่อาจจะต้องขาดโอกาสในการเรียนอยู่ ประมาณ ๑.๓ ล้านคน นั่นหมายความว่า กสศ. จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากที่จะต้องดูแล เด็กกลุ่มนี้ให้ทั่วถึงนะคะ จากงบการเงินเมื่อเทียบระหว่างปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ กองทุน ของ กสศ. มีรายได้รวมลดลงประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท หรือประมาณลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ มีรายได้ต่ำกว่ารายจ่ายอยู่ที่ประมาณ ๖๐ กว่าล้านบาท คำถามคือตัวเลขรายได้ที่ลดลงกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์จะเป็นปัญหาในอนาคตหรือไม่ เมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ของ กสศ. ที่ต้องดูแลเด็ก ที่อาจจะถูกออกจากการศึกษาถึง ๑.๓ ล้านคน อันนี้คือขอฝากถามท่านประธานผ่านไปยังกองทุน ในขณะที่งบรายจ่ายมีส่วนของงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นมา มันคือเงินเดือนของบุคลากรในปี ๒๕๖๕ มันเพิ่มขึ้นกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๔ ค่าใช้จ่ายบุคลากรรวมก็ขึ้นเกือบ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือทำไมเงินเดือนของบุคลากรถึงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นหรือมีการเพิ่มเงินเดือนให้บุคลากรตัวเลขมันถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ ไปดูที่สินทรัพย์ค่ะ จากในงบการเงินจะเห็นว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นลดลง ๑.๖ ล้านบาท คือหายไป ๘๘ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลงมันถูกแปลงไปเป็นอะไร หรือเปล่า และตัวเลขที่มันลดลงไปถึง ๘๘ เปอร์เซ็นต์นี้มันน่ากังวลไหมสำหรับกองทุน ในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนก็เช่นกันนะคะ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๔ คำถามเดียวกันกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนว่าสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนนี้ มันถูกแปลงไปเป็นอะไร และตัวเลขที่ลดลงไปเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทนี้น่ากังวลหรือไม่ สินทรัพย์โดยรวมติดลบตอนนี้อยู่ประมาณ ๑๐๐ ล้านกว่าบาทน่ากังวลหรือเปล่า อันนี้ ฝากถามกองทุนนะคะ หากว่าประเด็นงบการเงินที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ก็ต้องขอชื่นชมว่า กสศ. นั้นทำงานได้ดีมาก แต่หากมีปัญหาก็คงต้องขอให้ทาง กสศ. นั้น รีบหาทางแก้ไขค่ะ น่าเสียดายที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้มีดัชนีชี้วัดถึงผลความสำเร็จของ งบประมาณต่าง ๆ ที่รัฐบาลจัดสรรให้ รวมถึงเงินอุดหนุนต่าง ๆ ที่ได้จากภาคเอกชน ไม่อย่างนั้นรายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานที่สมบูรณ์ที่สุด ขอ Slide ถัดไปค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอส่งกำลังใจผ่านท่านประธานไปให้ กสศ. ที่ทำงานอย่างหนักจนได้รับงบประมาณ จากรัฐบาลแล้วก็ได้รับเงินอุดหนุนจากเอกชน อย่างเช่น Candidate นายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานอำนวยการและอดีตกรรมการบริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่เคยทำโครงการ Zero Dropout ออกหุ้นกู้ ๑๐๐ ล้านบาท ของแสนสิริเพื่อสนับสนุน กสศ. ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ