สฤษฏ์พงษ์ เสนอแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา เร่งเพิ่มโอกาสเด็กด้อยโอกาส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายประเด็นความไม่เสมอภาคในระบบการศึกษา โดยเน้นปัญหาที่ส่งผลต่อเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและนโยบายการควบรวมโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตในเรื่องของ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผมอยากจะให้ดูสถิติ ไม่ทราบมี Slide ไหมครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

คือปัจจุบันนี้เท่าที่ไปดูจาก Slide แรก ๆ ว่า เด็กไทยยังขาดโอกาสแล้วก็ความไม่เท่าเทียม แล้วก็ความไม่เสมอภาคมีอยู่จริง เด็กในกระบวนการทั้งหมดอยู่ในข้อมูลปี ๒๕๖๔ ๗.๓๒ ล้านคน แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับ เด็กที่อยู่ในจำนวนผู้ด้อยโอกาสและเด็กพิการในปี ๒๕๖๔ มีถึง ๓,๖๒๕,๐๔๘ คน ถ้าคิดเป็น สัดส่วนเปอร์เซ็นต์แล้ว ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เด็กด้อยโอกาสเกือบครึ่ง ๔๙ เปอร์เซ็นต์นี่มันอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขอันนี้มันจะชัดเจนแค่ไหนนะครับ ซึ่งในส่วนของความไม่เท่าเทียม หรือความไม่เสมอภาค ท่านประธานครับ ในกระบวนการระบบการศึกษามันไม่ใช่เท่าเทียม ในเรื่องของเด็กอย่างเดียว ความไม่เท่าเทียม ความไม่เสมอภาคของผู้บริหาร ของครู ในโรงเรียนก็มี แต่บางคนไม่กล้าพูดไม่กล้าเปิดเผยในความขัดแย้ง ในเรื่องของโครงสร้าง ในเรื่องของการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องดูว่า ความไม่เสมอภาคของผู้บริหาร ของครู ของเด็กนักเรียน และความไม่เสมอภาคของ ผู้ปกครองในการที่จะได้สิทธิ ท่านประธานครับ บางโรงเรียนความไม่เสมอภาคในปัจจุบัน มันมีอยู่จริง ถ้าเราไปเปรียบเทียบว่าโรงเรียนไหนจะดี โรงเรียนไหนสวัสดิการดี ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนก็แห่เอาเด็กนักเรียนไปกระจุก เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ในระดับอนุบาล ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ โรงเรียน อย่างโรงเรียนที่จังหวัดกระบี่ โรงเรียนสังข์ทอง ซึ่งบริหารจัดการที่ดี เด็กนักเรียนไปอยู่ในภาคใต้เป็นเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองส่งไปเรียน มากที่สุดถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน มันก็ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องโรงเรียนอื่นที่อยู่ใกล้บริเวณ ในอำเภอหรือเขตเดียวกันก็เจ๊งไม่มีเด็กไปเรียน เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีเด็กไปเรียนมันก็จะต้อง แก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ก็ตามที่เพื่อนสมาชิกบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการอย่าไปหวงอำนาจ บางโรงเรียนไม่มีเด็กแล้ว มีอยู่ไม่กี่คน ครูมากกว่าเด็กอย่างนี้ การยุบรวม การควบรวม การบริหารจัดการเพื่อที่จะให้เด็ก ผู้ปกครอง เขาจะได้ไปหาที่เรียนและมีคุณภาพไม่ก่อให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ อันนี้มันเป็นปัญหาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะต้องไปดำเนินการแก้ไข เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเรียนมันไม่ใช่ในเรื่องของสายสามัญ มันไม่ใช่ส่วนสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการอย่างเดียว มันยังมีสายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น โรงเรียนในสังกัด อบต. เทศบาล อบจ. โรงเรียนอาชีวศึกษาอีกในสาย อาชีพอย่างนี้ ซึ่งปัจจุบันความไม่เท่าเทียมในส่วนของสายอาชีวศึกษาก็มีอยู่มาก จัดเป็นเขต เด็กที่ตกขอบนอกระบบอย่างนี้ วันนี้ท่านประธานครับ เด็กที่อยู่ในภาคบังคับที่บอกให้เรียนฟรี ตั้งแต่ ป. ๑ ยัน ม. ๖ เด็กมันหลุดกรอบไป เด็กมันตกเกณฑ์ไม่สามารถที่จะเอาเด็กไปเรียนได้ ซึ่งมันผิดกฎหมายด้วยนะครับ มีถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ผมถามว่าเด็ก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ ใครรับผิดชอบ ทำไมถึงจะหลุดออกไปนอกกรอบ แม้กระทั่งวันนี้เราเปลี่ยนรูปแบบของ กศน. เป็นกรมไปแล้วก็คาดว่าน่าจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารจัดการผมคิดว่า เราต้องไปดูหลายมิติ หลายบริบทในเรื่องของเด็กนักเรียน ของโครงสร้าง วันนี้เด็กนักเรียน น้อยลงมากทีเดียว เราสังเกตเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยของรัฐกับมหาวิทยาลัยของเอกชน วันนี้ต้องไปทำตลาด คล้าย ๆ ไปตกเขียวเด็กนักเรียนตั้งแต่ ม. ๔ เพราะฉะนั้นโรงเรียนใดถ้ามันมีมาตรฐานการศึกษาที่ดีมหาวิทยาลัยก็จะไปเอาเงื่อนไขข้อเสนอ ไปตั้งแต่เด็กเรียนเก่ง ตั้งแต่ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ จบ ม. ๖ ให้สิทธิพิเศษเข้ามหาวิทยาลัยเลย ยกเว้นมหาวิทยาลัยดัง ๆ มหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในภูมิภาค มช. มข. ม. แม่ฟ้าหลวงอะไรอย่างนี้ครับ อย่างนี้ยังไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเป็น มหาวิทยาลัยของเอกชนที่ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมีชื่ออย่างนี้เด็กก็จะเข้าไปเรียนน้อยแล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารของ กสศ. มีความสำคัญยิ่งในเรื่องที่สร้างมาตรฐาน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมกันของเด็ก การให้กองทุน การคิดคำนวณ การบริหารความเหลื่อมล้ำของผู้บริหาร แม้กระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรฐาน เด็กนักเรียนสายสามัญ สังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ กับเด็กนักเรียนชั้นเดียวกัน ป. ๕ ป. ๖ อย่างนี้สายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาเขา Cross กันเด็กองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นย้ายโรงเรียนเข้า ม. ๑ ไปเรียนโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏว่า อ่านหนังสือไม่ออก ก็มีการโทษกันบอกว่านี่เด็กมาจากโรงเรียนท้องถิ่นอ่านหนังสือไม่ออก ในขณะเดียวกันของสายสามัญมาจากสังกัดกระทรวงศึกษาย้ายไปโรงเรียนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อ่านหนังสือไม่ออกก็โทษกันไปโทษกันมา มันเสียเวลา ไร้ประโยชน์ ไม่เคยทำมาตรฐานเลยนะครับว่ามาตรฐานในชั้นเรียนเดียวกันของโรงเรียนสังกัดของท้องถิ่น กับของกระทรวงศึกษาธิการนั้นความมีค่ามาตรฐานในเรื่องของคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างไร แม้กระทั่งในเรื่องของมาตรฐานด้านการศึกษานะครับ เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมกันในส่วนของการศึกษาประเทศไทยมีมากทีเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมคิดว่าก็ฝากไว้ด้วยนะครับในส่วนของกองทุน กสศ. ว่าในเรื่องของสายสามัญจะแก้อย่างไร ในส่วนของอาชีวะจะแก้อย่างไร ของอาชีวะน่าสนใจนะครับถ้าเราสามารถทำได้ เมื่อก่อนเรา มีตัวเลข ๗๐ : ๓๐ เราต้องการที่จะควบคุมในเรื่องของสายสามัญเพื่อเข้าอุดมศึกษาให้น้อยลง สัดส่วนในเรื่องของสายอาชีวะให้มากขึ้น แต่ปรากฏ ณ วันนี้ยังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ เพื่อที่จะให้การศึกษาทุกระบบ ทุกสาย เพื่อที่จะให้มีมาตรฐานเดียวกัน แล้วก็ลดความไม่เท่าเทียม หรือลดความเหลื่อมล้ำให้ดียิ่งขึ้นนะครับ ด้วยความหวังว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นต้องเป็นแม่งาน จะต้องเป็นองค์กรหลัก องค์กรใหญ่ในการที่จะเข้าไป มีส่วนร่วม ขอบคุณท่านประธานครับ