นพดล ชี้การศึกษาล้มเหลว จี้เพิ่มงบ กสศ. ลดเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

นพดล ปัทมะ หารือปัญหาการศึกษาที่เผชิญความเหลื่อมล้ำและคุณภาพลดลง สะท้อนจากข้อมูล PISA ที่ร่วงต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพนโยบายและระบบการศึกษาที่ยังขาดความรับผิดชอบ แม้มีงบประมาณและแผนปฏิรูปจำนวนมาก เหตุการณ์เด็กหลุดจากระบบจากผลกระทบโควิดและปัญหาความยากจน ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐ จึงเรียกร้องให้สนับสนุนองค์กรเช่น สมศ. และ กสศ. อย่างจริงจัง โดยเสนอเพิ่มงบ กสศ. จาก 1% เป็น 5% ของงบการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เสริมโอกาสการเรียนรู้ และผลักดันโครงการ Zero Drop Out พร้อมเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาให้กระจายอำนาจและเพิ่มความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงอย่างชัดเจน

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่จะพูดถึงรายงานประจำปีของกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ผมขออนุญาต กราบเรียนดูป่าทั้งป่าเรื่องการศึกษาสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ปัญหาทางการศึกษาของประเทศไทยมันมีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ เรื่องของคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำบางคนอาจจะใช้คำว่าเสมอภาค หรือใช้คำว่าโอกาส ก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าเราหนีไม่พ้น ๒ เรื่องใหญ่ซึ่งเราต้องจัดการ ปัญหาของประเทศไทย ผมคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากปัญหาในเชิงระบบ เรามีกรรมการเต็มไปหมดเลยครับท่านประธาน เราลองดูนะครับ เรามีคณะรัฐมนตรี เรามีคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เรามีคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เรามีกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าลงไปในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานมีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเทศไทยเต็มไปด้วยคณะกรรมการ ไปหมด เพราะฉะนั้นมันจึงมีปัญหาเรื่อง Accountability หรือความรับผิดชอบทางการเมือง หลายประเทศความรับผิดชอบทางการเมืองว่าคุณล้มเหลวหรือไม่อยู่ที่คณะรัฐมนตรี แต่หลายเรื่องอำนาจของคณะรัฐมนตรีถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ เพราะเรามีคณะกรรมการ อิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นต้น เมื่อไม่มีความรับผิดชอบที่ชัดเจนมันก็มีปัญหาว่า ความล้มเหลวใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ผมดูตัวชี้วัดนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ มันมีตัวชี้วัด หลายตัว เรามาดูว่าไม่ว่าท่านจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ปัญหาทางการศึกษาของไทย การจัดอันดับทางการศึกษา การทดสอบทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน อ่านภาษาไทยด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ของ PISA Programme for International Student Assessment ของ OECD คะแนนประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๔๖ อยู่ที่ ๔๒๓ ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ ๓๙๓ ปีล่าสุดนะครับ ปีสุดท้ายยังไม่ได้ประกาศผล ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งผมจะให้ท่านดูเรื่องของภาษาอังกฤษ ท่านจะเห็นลดลำดับมาเรื่อย ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ มีปี ๒๕๖๕ เพิ่มเข้ามา ๓ ลำดับอยู่ที่ ๙๗ เมื่อปี ๒๕๖๔ อยู่ลำดับที่ ๑๐๐ เราแพ้หลายประเทศ อันนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วไป อันนี้คือ ตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดว่า ไม่ว่าท่านจะใส่งบประมาณไปเท่าไร ท่านจะมีแผนปฏิรูปไปเท่าไร ท่านจะมีแผนการศึกษาแห่งชาติไปเท่าไร ท่านจะมี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติไปเท่าไร ท้ายที่สุดนี่คือตัวชี้วัดที่เป็นพยานหลักฐานชัดเจนที่สุดว่าการศึกษาไทยเรามาถึงจุดนี้ ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลกพูดชัดเจนนะครับ ถ้าเราเพิ่มคะแนน PISA เราจะเพิ่ม GDP เราจะเพิ่มขีดความสามารถของประเทศได้ ทีนี้กลับมาดูต้นไม้ที่มีค่าที่เรียกว่า สมศ. ในป่าใหญ่ ๆ ของการศึกษา ผมชื่นชม สมศ. ด้วยความจริงใจ ในฐานะที่เป็นลูกครูประชาบาลเด็กต่างจังหวัดมาเป็นเด็กวัดที่กรุงเทพฯ แล้วก็ได้เรียนหนังสือ ผมชื่นชมการทำงานของท่าน ขอบคุณท่าน แล้วก็ขอให้ท่าน ประสบความสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูงบประมาณสิครับ บทบาทของ สมศ. นี่สำคัญมาก ดูงบประมาณครับ ปี ๒๕๖๔ อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ลดลงมาอยู่ที่ ๕,๖๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นตัวเลขงบประมาณหลังโควิดนะครับ การเกิดโควิด ซึ่งในรายงานของท่านได้สะท้อนปัญหาโควิดกระทบอะไรบ้าง ๑. กระทบเด็ก หลุดจากระบบการศึกษา ๒. กระทบ Learning Loss หรือการเรียนรู้ที่ถดถอย ๓. กระทบ ครอบครัวที่เปราะบาง ถ้าท่านตามข่าวหนังสือพิมพ์เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวหนึ่ง คุณพ่อผูกคอลูก ๑๐ ขวบเสียชีวิต แล้วก็ผูกคอตัวเองตายเพราะว่าความยากจน แล้วในที่เกิดเหตุ มีจดหมายขอทุนจาก กสศ. ไม่ใช่ความผิดของ กสศ. ครับ แต่ความผิดของระบบทั้งหมด เป็นเรื่องที่น่าเศร้าว่าเงินไม่กี่พันบาทสามารถช่วยชีวิตคนได้ ผมเจ็บปวดครับท่านประธาน เห็นลูกหลานของเราต้องเสียชีวิตในสภาพแบบนี้เป็นเรื่องที่เศร้าครับ

ทีนี้มาประเด็นครับ ผมดูโครงการหลาย ๆ โครงการของท่านมีโครงการ พัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา มีโครงการทุนนวัตกรรม มีโครงการ พัฒนาทักษะเยาวชน มีโครงการพัฒนาครู โครงการท่านเยอะ แต่งบประมาณส่วนใหญ่ ประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาทท่านไปช่วยกับกองทุนเสมอภาค ช่วยเด็กประมาณ ๑.๓ ล้านคน ผมใช้ตัวเลขหารดู ท่านประธานครับ ปีหนึ่งจะได้ประมาณครอบครัวละ ๒,๗๖๓ บาท ตกเดือนละประมาณ ๒๓๐ บาทต่อคน ซึ่งต่ำมาก อันนี้ไม่ใช่ความผิดของท่าน แต่เป็นหน้าที่ ที่เราจะต้องสนับสนุนงบประมาณของท่านให้เพิ่มมากขึ้น ผมมาถึงจุดนี้ผมคิดว่าในเมื่อ ความจำกัดของงบประมาณ อยากจะเรียกร้อง อยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยัง กสศ. ว่า ระหว่างปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำกับปัญหาเรื่องคุณภาพ กสศ. ควรจะโฟกัสหรือเน้นที่เรื่อง ของความเหลื่อมล้ำเป็นหลัก ทำให้ดีเลยครับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลขเด็กนอกระบบ เด็กยากจนพิเศษ เด็กจากครอบครัวที่มีปัญหา ให้มีข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อสนับสนุน การทำงานของประเทศ เน้นที่ความเหลื่อมล้ำ ถ้าท่านไปเน้นเรื่องคุณภาพด้วย ซึ่งมันมี หน่วยงานเยอะแยะไปหมด ผมว่างานจะอาจจะซ้ำซ้อนกันได้ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะที่ผม เสนอให้ท่านกรุณาไปพิจารณานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเวลาอีก ๒๗ วินาที ขออนุญาตนิดเดียวเป็นข้อสุดท้ายอยากจะเสนอเผื่อจะเป็นประโยชน์ ผมมีข้อเสนอให้ท่านดู อย่างนี้ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัด การศึกษา ต้องกระจายไม่กระจุก โครงสร้างที่ผ่านมาล้มเหลวแล้วก็เราต้องเปลี่ยนแปลง การกระจายอำนาจโดยกระจายอำนาจการศึกษาให้มากขึ้นท่านประธานครับ ต้องเปลี่ยน กระบวนทัศน์ใหม่ กระจายให้โรงเรียน กระจายให้เขตพื้นที่

ประเด็นที่ ๒ ต้องสร้างหลักในแง่ความรับผิดชอบก็คือ Accountability ให้เกิดขึ้น ล้มเหลวอย่างไรองค์กรนั้นต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะผมคิดว่าความรับผิดชอบ ต้องกลับมาที่คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมากกว่าจะให้ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งท่านไม่รู้จะรับผิดชอบกับใคร

ประเด็นที่ ๓ พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าชัดเจนว่าจะเพิ่มคะแนน PISA จะเพิ่ม คะแนนอันดับความสามารถของเด็กไทยในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่ม GDP แล้วก็เพิ่ม ขีดความสามารถให้ประเทศ

ประเด็นที่ ๔ พวกเราถ้ามีโอกาสได้เป็นรัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณให้ กสศ. อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เพื่อเพิ่มให้เด็กมีโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือ ตั้งเป้าครับ ครั้งแรกตอนมีกองทุนนี้ท่านควรจะมีงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทางด้าน การศึกษาทั้งหมด แต่ปัจจุบันมีประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่านั้น เราตั้งเป้าว่าจะต้องไป ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทางด้านการศึกษาให้ได้ เพราะงานของท่านมีประโยชน์โดยตรง กับเด็กลูกหลานของเรา

ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ กสศ. เน้นที่แก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำพูดมาแล้ว โฟกัสที่เรื่องแก้ความเหลื่อมล้ำให้เสร็จ เรื่องคุณภาพการศึกษา ให้โอกาสให้หน่วยงานอื่นได้ทำ

ประเด็นสุดท้าย ก็คือเป้าหมายของเราเด็กทุกคนอยากเรียนต้องได้เรียน อยากรู้ต้องได้รู้ ต้องไม่มีเด็กของเราถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่านประธานครับ โครงการ Zero Drop Out หรือว่าการหลุดออกจากระบบการศึกษา ๐ คนต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ อันนี้ เป็นหน้าที่ของ กสศ. โดยตรง ในอดีตพรรคไทยรักไทยเคยมีโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะทำโครงการหลักประกันโอกาสทางการศึกษาถ้วนหน้า ให้เกิดขึ้นให้จงได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ